posttoday
ยกเครื่องรัฐ

ยกเครื่องรัฐ

28 พฤษภาคม 2559

นับเป็นอีกครั้งที่ภาครัฐ ในฐานะผู้กำกับดูแลและกำหนดนโยบาย ปรับเปลี่ยนไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

นับเป็นอีกครั้งที่ภาครัฐ ในฐานะผู้กำกับดูแลและกำหนดนโยบาย ปรับเปลี่ยนไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ช้ากว่าเทคโนโลยี กับภาคเอกชน ส่งผลให้เกิดความสับสน และผลกระทบกับภาพรวม ทำให้เสียงเรียกร้องให้รัฐต้องเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับองค์กรให้เล็ก ลดความซ้ำซ้อนหลายขั้นตอน ทำให้หน้าที่กำกับนโยบาย วางกรอบให้เกิดการแข่งขันเสรีเพื่อประโยชน์ส่วนรวมจึงดังขึ้นอีกครั้ง

จากที่รัฐบาลวางยุทธศาสตร์ประเทศ จะพัฒนาให้พ้นจากประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยแผน 20 ปี ประเทศไทยจะต้องก้าวสู่ยุค 4.0 ไม่ใช่ยุคแรกเริ่ม ยุค 1.0 เกษตรกรรม ยุค 2.0 อุตสาหกรรมเบา ยุค 3.0 อุตสาหกรรมหนัก ต้องก้าวสู่ยุค 4.0 ที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ถึงจะนำประเทศไทยพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยหนึ่งในการพัฒนาไปอย่างมีนวัตกรรม คือการเติบโตด้วยดิจิทัลอีโคโนมี หรือเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งการสร้างผู้ประกอบการพันธุ์ใหม่ สตาร์ทอัพ ถือเป็นหนึ่งในแนวทาง

อย่างไรก็ตาม จากการที่เกิดบริการผ่านออนไลน์ ผ่านโมบายในรูปแบบต่างๆ ของสตาร์ทอัพ ทำให้สร้างผลกระทบกับธุรกิจเดิม ซึ่งเรื่องนี้ก็เกิดกับหลายประเทศทั่วโลก ไม่เพียงประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว เมื่อเป็นเช่นนี้ภาครัฐจึงควรจะรับมือกับแรงกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ทันเกม เพราะกรณีล่าสุด การให้บริการจักรยานยนต์รับจ้างของแกร็บไบค์ (Grab Bike) กับอูเบอร์ โมโต (Uber Moto) เกิดแรงกระทบกับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจำนวนมาก เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกพนักงานขับรถได้ รู้อัตราค่าโดยสาร และสะดวกเรียกให้ไปรับได้ทุกที่ ไม่ต้องเดินมาที่วินมอเตอร์ไซค์

ผลดังกล่าวทำให้กรมการขนส่งทางบก ตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่ทหาร ได้หารือกัน หลังโดนกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างร้องเรียน โดยสรุปให้ทั้งสองสตาร์ทอัพดังกล่าวหยุดให้บริการ แต่หลังจากนั้นก็เกิดแอพพลิเคชั่นคล้ายกันขึ้นมาในชื่อ โกไบค์ ซึ่งร่วมพัฒนาโดยสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย กลายเป็นแอพเดียวที่สามารถดำเนินงานอย่างถูกกฎหมาย

เรื่องดังกล่าวจึงทำให้โดนมองว่าเป็นเรื่องของการรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจเก่า โดยใช้อำนาจของภาครัฐในการให้จดทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กับผลประโยชน์จากเสื้อวิน ที่ต้องจ่ายให้กลุ่มผู้มีอิทธิพล

ความขัดแย้งของสตาร์ทอัพในธุรกิจบริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างถือเป็นหนึ่งในหลายตัวอย่างเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาความขัดแย้งของการบริการรถแท็กซี่จากแอพพลิเคชั่นก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งในเมืองไทยและหลายประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นอื่นๆ โดยเฉพาะผู้ให้บริการท่องเที่ยวให้บริการห้องพัก ที่เตรียมจะเกิดปัญหาความขัดแย้งธุรกิจเดิมกับธุรกิจดิจิทัลใหม่ ผ่านข้อบังคับของกฎหมายอีกมากมาย

เมื่อเป็นเช่นนี้ ภาครัฐจึงถึงเวลาที่จะต้องยกเครื่องในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัวในการบริหารงานที่ไม่ต้องมีขั้นตอนในการแก้ปัญหาหลายชั้นมาก เพื่อที่จะออกกฎระเบียบต่างๆ ออกมาได้ทัน การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มีการออกกฎมาเพื่อกำหนดมาตรฐาน โดยเฉพาะมาตรฐานในเรื่องของความปลอดภัย เรื่องความยุติธรรม ในสินค้าหรือบริการที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน

ภาครัฐควรจะวางตนเองเป็นผู้กำหนดนโยบาย เป็นผู้กำกับดูแล สร้างกรอบตีเส้นให้เอกชนเกิดการแข่งขันกันอย่างเสรี เป็นธรรม ไม่เกิดการผูกขาด ทำให้ผลประโยชน์ไปตกอยู่กับกลุ่มก๊วนใดกลุ่มหนึ่ง เพราะหากมีการแข่งขันกันอย่างเสรี เชื่อแน่ว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะเกิดกับประชาชนส่วนรวม และรัฐจะได้ภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงถึงเวลาแล้วที่จะปฏิรูปภาครัฐอย่างจริงจังในรัฐบาลนี้ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ