
"ดร.มโน"เสนอ"สมเด็จช่วง"คุย"ธัมมชโย"มอบตัว
"ดร.มโน" อดีตลูกพระวัดพระธรรมกาย ถก "ดีเอสไอ" เสนอให้ "สมเด็จช่วง" คุย "ธัมมชโย" มอบตัว
"ดร.มโน" อดีตลูกพระวัดพระธรรมกาย ถก "ดีเอสไอ" เสนอให้ "สมเด็จช่วง" คุย "ธัมมชโย" มอบตัว
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. เวลา 09.40 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดร.มโน เลาหวณิช อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย เดินทางมาเข้าร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ คดีที่ 27/2559 กรณีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจรที่สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังทีมทนายความประสานให้คณะพนักงานสอบสวนเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหายังสถานที่ดังกล่าว
ดร.มโน กล่าวว่า ในวันนี้ตนเดินทางมาร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามคำเชิญของพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวคณะพนักงานสอบสวนในคดีที่ 27/2559 เพื่อมาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการหาทางออกในเรื่องคดีของพระธัมมชโย เพื่อให้เป็นไปอย่างละมุนละม่อม และไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากับกำแพงมนุษย์ ซึ่งตนคิดว่ามีทางออกที่เป็นไปได้ คือ ต้องมีพระเถระชั้นสูง ซึ่งที่เหมาะสมที่สุดคือผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากเป็นพระอุปชาโดยตรงของพระธัมมชโย จะต้องมาเป็นผู้ประณีประนอมและนำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้น พร้อมทั้งบอกให้พระที่อยู่ในวัดพระธรรมกายเข้าไปประจำกุฎิของตนเอง ให้ฆาราวาสเดินทางกลับบ้าน ซึ่งจะทำให้การดำเนินการกับพระธัมมชโยง่ายขึ้น
"ไม่เช่นนั้น ก็จะเกิดการเผชิญกับกำแพงมนุษย์ เพราะขณะนี้มีคนเข้าไปอยู่ในวัดพระธรรมกายแล้วกว่า 5,000 คน พระอีก 500 รูป ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดี และหากปล่อยไปก็จะเกิดการเผชิญหน้า อีกทั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมก็จะไม่สะดวก แต่การที่เจ้าหน้าที่จะไม่ทำอะไรเลยก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งตนคิดว่าเจ้าหน้าที่ก็ให้ความผ่อนปรนจนถึงที่สุดแล้ว ดังนั้น ขณะนี้จึงเป็นจังหวะที่ต้องใช้การพูดเข้ามาเป็นส่วนประกอบ ส่วนตำแหน่งที่อยู่แน่ชัดของพระธัมมชโยเรารู้แล้วว่าอยู่ตรงไหน และมีใครอยู่บ้างชัดเจน" ดร.มโน กล่าว
ดร.มโน กล่าวต่อว่า การที่จะเข้าไปคุยกับพระธัมมชโยจำเป็นต้องมีบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือและอำนาจของการบริหารคณะสงฆ์เป็นผู้นำ ส่วนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จะมีพระลิขิตหรือวินิจฉัยออกมาอย่างไร ท่านจะไปด้วยตัวเองหรือส่งผู้ถือสาสน์ออกไปประกาศที่วัดพระธรรมกายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่จำเป็นที่จะต้องให้พระเถระระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอุปชาของพระธัมมชโยจะต้องมีส่วนด้วย เพื่อคลี่คลายปมความขัดแย้งในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีการอ้างว่าพระธัมมชโยอาพาธหนักจริง เรื่องนี้เชื่อหรือไม่ ดร.มโน กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่เป็นเรื่องจริง ซึ่งตนยืนยันมาตลอดที่ผ่านมาว่า เจตนาเดิมของพระธัมมชโยไม่มีเจตนาที่จะเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเลย ซึ่งที่จริงแล้ว เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีศิษยานุศิษย์กลุ่มหนึ่งซึ่งคิดว่าการมอบตัวจะเป็นหนทางที่จะแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด คือเข้ามอบตัวและให้ประกันตัวออกมาสูคดี แต่เนื่องจากว่าจิตใจของพระธัมมชโยไม่พร้อม
"ถ้าใครที่อยู่ในวัดพระธรรมกายจะทราบดีว่าพระธัมมชโยเปลี่ยนใจได้วันละ 100 ครั้ง ซึ่งท่านพบว่ามีแพทย์มาก็ตกใจ และเมื่อวานนี้ที่หนีและอาการกำเริบขึ้นเพราะรู้ว่ามีหมอมา และรู้ว่าตัวเองไม่ได้ป่วยจริงก็อาจจะโดนข้อหาลวงโลกอีก ก็เลยรีบเผ่นกลับเข้าไป ส่วนใจจริงแล้ว ท่านกลัวการสอบสวนเป็นที่สุด ฉะนั้นการที่จะเข้ามอบตัวก็เป็นไปไม่ได้เลย นอกจากนี้ พระธัมมชโยยังเป็นคนตัดสินใจสูงสุดที่นั่น ในวัดไม่มีการเถียง เถียงไม่ได้ ถามไม่ได้ ต้องทำตามอย่างเดียว เพราะฉะนั้น จึงสามารถเกณฑ์คนออกมาเท่าไหร่ก็ได้ เพราะทุกคนเชื่อหมด อย่างไรก็ตาม โรคที่พระธัมมชโยอาพาธอยู่นั้น คือ โรคการอุดตันของเส้นเลือดดำ ต้องพยายามให้ผู้ป่วยเดิน และต้องมีการรัดเพื่อไม่ให้เลือดไหลกลับไป" ดร.มโน กล่าว
ถามต่อว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เคยมาร่วมพิธีอะไรที่วัดพระธรรมกายหรือไม่ ดร.มโน กล่าวว่า เคยมาร่วมพิธีอยู่แล้วทุกปี โดยอำนาจมหาเถรสมาคมเป็นผู้มีอำนาจทุกอย่าง และเป็นพระอุปชาด้วย ซึ่งพระอุปชาย่อมสั่งศิษย์ได้ หากไม่เชื่อก็จะอาบัติ จึงต้องเป็นบทบาทที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์จะต้องแสดงในวันนี้ อย่างน้อยเพื่อไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อพระพุทธศาสนา เกิดการประจัญหน้าและภาพที่เจ้าหน้าที่จะต้องไปดึงหรือลาก ซึ่งจะทำให้ดูไม่ดีไม่งาม ดังนั้น จึงต้องมีคำสั่งออกมาบัญชาโดยด่วน
ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า หากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ไม่ทำตามข้อเสนอดังกล่าว ได้มีแผนสำรองไว้หรือไม่ ดร.มโน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะก็ถือว่าท่านละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เพราะชัดเจน เนื่องจากท่านเป็นพระผู้ปกครอง และท่านจะทำให้ศาสนาเศร้าหมองไปกว่านี้ เกิดความรุนแรงขึ้นภายในวัดอย่างนั้นหรือ แต่ว่าการเข้าไปและไม่พบพระธัมมชโยนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ระยะเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าท่านอาจจะไม่ได้อยู่ในวัด หรือค้นเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เพราะในวัดซับซ้อนมาก
ต่อมาเวลา 11.00 น. ดร.มโน กล่าวภายหลังการยื่นข้อเสนอต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นพระอุปฌาย์ของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ให้เป็นผู้พูดคุยกับพระธัมมชโย ว่า สำหรับข้อเสนอดังกล่าวนั้น ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รับข้อเสนอดังกล่าวแล้ว โดยจะทำหนังสือด่วนไปถึงสมเด็จช่วง เพื่อให้เป็นผู้พูดคุยให้พระธัมมชโยเข้ามอบตัวกับคณะพนักงานสอบสวน และรับปากว่าจะดำเนินการให้เสร็จภายในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ จะเป็นผู้เดินทางไผที่วัดปากน้ำภาษีเจริญด้วยตัวเอง เพื่อพูดคุยกับสมเด็จช่วง เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน







