
ไทยตื่นตัวโลกร้อน กล่องยูเอชทีฉลุย
ภาวะโลกร้อนดันทั่วโลกตื่นตัว ซื้อสินค้ากล่องยูเอชที และเศรษฐกิจขาขึ้นดันอาหารเครื่องดื่มโต 4%
ภาวะโลกร้อนดันทั่วโลกตื่นตัว ซื้อสินค้ากล่องยูเอชที และเศรษฐกิจขาขึ้นดันอาหารเครื่องดื่มโต 4%
น.ส.รัตนศิริ ติลกสกุลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค ผู้ดำเนินธุรกิจกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ เปิดเผยว่า การเกิดโกลบอลวอร์มมิ่งหรือภาวะโลกร้อน ภัยน้ำท่วม ส่งผลให้คนทั่วโลกตื่นตัวและหันมาใช้ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (FMCG) ที่ใช้บรรจุภัณฑ์จากกล่องยูเอชทีมากขึ้น โดยเฉพาะปีนี้เกิดภัยแล้งในไทย สภาพอากาศที่ร้อนมากกว่าปกติ
ทั้งนี้ พบว่าคนไทยให้ความสำคัญกับภาวะโลกร้อน ปัจจัยการตัดสินใจซื้อคำนึงถึงสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากที่ผ่านมาแทบไม่ให้ความสำคัญ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับสุขภาพ แต่ยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในระยะยาว มีพฤติกรรมระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย โดยภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในปีนี้คาดว่าเติบโต 4% มาจากการออกสินค้าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น
“ไตรมาสแรกการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มของคนไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดเติบโต 5% จากภาพรวมทั้งปีเมื่อปีที่ผ่านมาตลาดเติบโต 3% โดยในแง่มูลค่าลดลงมาก เพราะผู้บริโภคมองหาสินค้าที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคา ส่งผลให้เครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์แบบช็อตหดตัวลง ส่วนเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์ในตลาดแมสไม่ค่อยได้รับผลกระทบ เพราะเป็นราคาที่ซื้อง่ายขายคล่อง”
นอกจากนี้ ยังพบว่าไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ประชากรทั้งประเทศมีอายุเฉลี่ย 37 ปี เมื่อเทียบกับฟิลิปปินส์อายุเฉลี่ย 25 ปี จึงมีความต้องการสินค้าตอบโจทย์ทางด้านสุขภาพ บรรจุภัณฑ์เปิดได้ง่าย ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้ไลฟ์สไตล์นอกบ้านต้องการบรรจุภัณฑ์ที่สามารถดื่มหรือกินระหว่างการเดินทางได้สะดวกสบาย และขณะเดียวกันเริ่มใส่ใจกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากป่าทดแทน
ขณะที่แผนธุรกิจของบริษัทได้เริ่มขยายไลน์จากบรรจุภัณฑ์กล่องเครื่องดื่มมาสู่อุตสาหกรรมอาหาร เพราะพบว่าธุรกิจอาหารในประเทศที่พัฒนาแล้วเริ่มใช้บรรจุภัณฑ์ดังกล่าว อาทิ ญี่ปุ่น โดยได้เตรียมแนะนำสินค้าในงานไทยเฟ็กซ์ 2016 ผ่านการป้อนความรู้ถึงกลุ่มอาหาร ที่สามารถใช้กล่องยูเอชทีเป็นบรรจุภัณฑ์ เช่น ซอสมะเขือเทศ ผลไม้กระป๋อง ไวน์ เป็นต้น
น.ส.รัตนศิริ กล่าวว่า ในขณะนี้เริ่มมีกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากกล่องมากขึ้น หรือกระทั่งกลุ่มธุรกิจโรงแรมทำบรรจุภัณฑ์น้ำดื่มออกมาให้บริการ เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับคู่แข่งและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก
สำหรับรายได้ของบริษัทตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 4% จากปัจจุบันมีฐานลูกค้า 40 ราย เป็นผู้ประกอบการในกลุ่มอาหารเพียง 1 รายเท่านั้น โดยรายได้หลักมาจากลูกค้าในอุตสาหกรรมนมและนมถั่วเหลืองใช้บรรจุภัณฑ์ดังกล่าวมากกว่า 50% น้ำผลไม้ 100% ราว 80-90% สร้างรายได้ให้กับบริษัทร่วม 50%







