
โรดแมปไม่ใช่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ถึงเวลาคสช.ต้องตัดสินใจ
โดย...วุฒิ นนทฤทธิ์
โดย...วุฒิ นนทฤทธิ์
“เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นานแล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา เราจะทำอย่างซื่อตรง ขอแค่เธอจงไว้ใจและศรัทธา แผ่นดินจะดีในไม่ช้า ขอคืนความสุขให้เธอ ประชาชน” ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง คืนความสุขให้ประเทศไทย ที่ประพันธ์โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ผ่านมาแล้ว 2 ปี ถามว่านานพอหรือยัง ถ้าไปถามชาวบ้านทั่วไปที่ไม่มีแนวคิดทางการเมืองสุดขั้ว ต้องยอมรับว่าเวลา 2 ปี นานพอสมควรแล้ว หากไปถามฝ่ายสนับสนุน คสช. ก็แน่นอนว่าคำตอบที่ได้คือการปฏิรูปประเทศยังต้องใช้เวลา แต่หากไปถามฝ่ายตรงข้าม คสช.ที่ต้องการให้ประเทศกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว คำตอบที่ได้ก็คือ นานเกินไปแล้ว
ประเด็นก็คือเหตุผลในการเข้ามาควบคุมอำนาจของ คสช.เพื่อยุติความขัดแย้งในสังคม คำถามก็คือ 2 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ความขัดแย้งในสังคมดีขึ้นแล้วหรือยัง ซึ่งแน่นอนว่าในด้านความรุนแรงที่เคยมีการออกมาชุมนุมปิดถนน มีการใช้อาวุธทำร้ายกันจนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วไป ตรงนี้ คสช.สามารถควบคุมได้อยู่หมัด
แต่ในแง่ของประชาชน วันนี้แนวคิดทางการเมืองของคนในสังคมยังมีความแตกแยกไม่น้อยไปกว่าเดิม เหตุผลก็เพราะว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา คสช.มุ่งเน้นการควบคุมสถานการณ์ความรุนแรง และชี้นำให้ประชาชนให้ความสำคัญการร่างรัฐธรรมนูญทั้งสองครั้ง โดยใช้โรดแมปเป็นเครื่องมือในการชี้นำให้ประชาชนยอมจำนนเพื่อรอเวลากลับคืนสู่ประชาธิปไตยมากกว่าการมุ่งเน้นที่จะยุติความแตกแยกในสังคมซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาทั้งหมดที่ฉุดรั้งให้ประเทศไทยถอยหลังเข้าคลอง
ที่ผ่านมามีแต่การเรียกฝ่ายที่เห็นต่างกับ คสช.ไปปรับทัศนคติ แต่ไม่ใช่การปรับทัศนคติด้วยเจตจำนงที่แน่วแน่ในการสร้างความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกัน แต่เป็นการเชิญตัวไปรับทัศนคติในเชิงกำราบมากกว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมายังไม่เห็นวาระการสร้างความปรองดองของคนในชาติอย่างชัดแจ้ง ทั้งๆ ที่เรื่องความปรองดองควรจะเป็นวาระแห่งชาติ ตรงกันข้ามทันทีที่มีการพูดถึงร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ก็ถูกปฏิเสธทันที
ด้านการปฏิรูปประเทศ สิ่งที่ต้องชมเชยก็คือ ความพยายามของ คสช.ในการนำเครื่องมือที่ทันสมัยเข้ามาป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งวันนี้อยู่ในขั้นตอนการวางรากฐาน ในอนาคตหากมีการดำเนินการต่อก็จะสามารถลดปัญหาการทุจริตไปได้มาก แต่ถามว่าแล้วสถานการณ์การทุจริตในปัจจุบันลดลงแล้วหรือยัง ประเภทหักหัวคิว 30% หมดไปแล้วหรือยัง คำตอบคือยัง
ทำไมการทุจริตยังไม่หมดไปทั้งๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศเจตนารมณ์แน่วแน่ในการปราบปรามคอร์รัปชั่น เป็นเหตุผลหลักของ คสช.ที่เข้ามายึดอำนาจจากรัฐบาลในอดีต ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตกันอย่างมโหฬารในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งที่ผ่านมามีการประกาศใช้กันอย่างเอิกเกริก ถามว่าวันนี้ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช้มาตรา 44 จัดการให้สิ้นซาก ทำไมโครงการขุดลอกคูคลองมีข้อครหามากมาย เป็นต้น
เรื่องใหญ่อีกเรื่องคือการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ระดับต้นคือตำรวจ ซึ่งวันที่ คสช.เข้ามาประกาศชัดว่าจากนี้ไปการแต่งตั้งข้าราชการโดยเฉพาะตำรวจต้องยึดหลักอาวุโส แต่ทำไม พล.ต.อ.
จักรทิพย์ ชัยจินดา จึงได้เป็น ผบ.ตร. ก่อนคนที่มีความอาวุโสทั้งอายุและการเข้าสู่ตำแหน่งระดับบริหาร ทำไมการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในปีนี้จึงมีการพูดถึงบ้านหลังใหญ่แถวๆ โชคชัย ทำไมมีเพื่อนตำรวจที่ไม่มีเงินในบัญชี 7 หลักออกมาทอดอาลัยตายอยากกันเป็นจำนวนมาก ทำไม...ทำไม
ด้านความเป็นอยู่ของประชาชนที่ต้องเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ซึ่งเหตุผลได้ยินกรอกหูทุกวันคือเศรษฐกิจโลกไม่ดี ประเทศคู่ค้ายักษ์ใหญ่อย่างจีนประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ การส่งออก
ไม่ดี เศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว สัญญาณเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นแล้ว คนไทยต้องอดทน 2 ปีผ่านมาแล้ว ประชาชนก็อยากจะอดทน แต่วันนี้ลองเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าก็จะได้คำตอบในตัวอยู่แล้ว
ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การบุกปล้นธนาคาร การปล้นรถขนเงินของธนาคาร การฉกชิงวิ่งราว ขโมยขึ้นบ้าน การต้มตุ๋นหลอกลวง การยักยอกทรัพย์สิน สะท้อนถึงสภาวะเศรษฐกิจที่เป็นจริงได้อย่างดี รวมถึงการใช้ความรุนแรงในสังคมการทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธร้ายแรง การก่อคดีอุกฉกรรจ์ ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ล้วนเกิดจากปัญหาเศรษฐกิจที่ย้อนกลับไปทำลายเศรษฐกิจเอง
ถามว่าวันนี้ให้เลือกระหว่างการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่คาดหวังว่าจะทำให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้นกว่านี้ กับการอยู่กับรัฐบาลทหารที่สร้างเศรษฐกิจประเทศให้เจริญรุ่งเรืองได้ เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่สนใจว่าจะเป็นรัฐบาลทหารหรือจะต้องเป็นรัฐบาลที่มีจากการเลือกตั้ง ใครก็ได้ขอให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ทำให้ประชาชนท้องอิ่ม ไม่ต้องทนอยู่กับความฝืดเคืองเหมือนกับที่เป็นอยู่ก็พอ
ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงบางส่วนที่ต้องการสะท้อนให้ คสช.ได้นำไปพิจารณาแก้ไขและทบทวนการทำงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งยังมีจุดที่จะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการ และบางส่วนก็ควรจะต้องผ่อนปรนหรือผ่อนคลายให้สังคมได้มีทางออก โดยจะต้องไม่ละเลยเจตนารมณ์แรกเริ่มที่ คสช.ตัดสินใจเข้ามายึดอำนาจ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากจะให้ คสช.คำนึงถึงมากที่สุดและต้องดำเนินการตามนั้นทันทีก็คือ การคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน อะไรก็ตามที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด คสช.ต้องกล้าตัดสินใจ โดยปราศจากทิฐิ หากประเทศไทยจำเป็นจะต้องได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ อะไรที่จะทำให้ประเทศไทยกลับไปยืนที่จุดนั้นได้ คสช.ก็ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนั้น
โรดแมปคือแผนที่ในการนำไปสู่จุดหมาย แต่โรดแมปก็ไม่ใช่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่จะตัดโค่นไม่ได้ หากสถานการณ์โลกบีบบังคับ คสช.ก็ต้องตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทยทุกคน คสช.จะเร่งดำเนินการสะสางงานที่ยังคั่งค้างให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สังคมโลกยอมรับให้เร็วกว่าที่กำหนดไว้ในโรดแมปก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร







