
สมคิดเรียกเชื่อมั่น กล่อมเอกชนลงทุน
“สมคิด” เรียกเชื่อมั่นเอกชนลงทุน ย้ำเดินหน้าประมูลรถไฟฟ้า 3 สายตามแผน
“สมคิด” เรียกเชื่อมั่นเอกชนลงทุน ย้ำเดินหน้าประมูลรถไฟฟ้า 3 สายตามแผน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีการลงนามในสัญญาซื้อรถไฟฟ้า 46 ขบวน (184 ตู้) ระหว่างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ กับบริษัท ซีอาร์อาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิล และบริษัท ซีเมนส์ เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่ารู้สึกยินดีและขอบคุณกับนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป ที่ลงทุนกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าครั้งนี้ ถือเป็นการลงทุนสำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว
“การขยายตัวของจีดีพีจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เอกชนต้องร่วมมือกับรัฐบาล ต้องมั่นใจในการลงทุน ซึ่งถือว่าขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ขณะที่ดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ในระดับต่ำ เอกชนกำเงินสดไว้ ไม่ลงทุนถือเป็นทัศนคติที่ผิด การลงทุนของบีทีเอสวันนี้ ทำให้เห็นว่าการลงทุนขนาดใหญ่ในประเทศไทย ยังคงทำได้ ไม่จำเป็นต้องหนีไปลงทุนต่างประเทศ” นายสมคิด กล่าว
ทั้งนี้ มีโครงการรถไฟฟ้าที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) 3 โครงการ ได้หารือกับผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (รฟม.) ให้เร่งเปิดประมูลโครงการภายในเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้ตามกำหนดระยะเวลา โดยโครงการทั้งหมดจะใช้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้รวดเร็วและประหยัดงบประมาณในการลงทุนของภาครัฐ
นายสมคิด ย้ำว่า ขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศเริ่มฟื้นตัวตามลำดับ จะเห็นได้ว่าเมื่อ 2 ปีก่อนที่รัฐบาลเพิ่งจะเข้ามาบริหารประเทศเศรษฐกิจขยายตัวเพียง 0.8% ขณะที่ปีก่อนเศรษฐกิจขยายตัวได้ 2.8% และในไตรมาสแรกของปีนี้เศรษฐกิจขยายตัวได้ถึง 3.2% ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประคองให้เศรษฐกิจขยายตัว เพราะที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องสินค้าเกษตรตกต่ำตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก เศรษฐกิจส่วนใหญ่ของโลกอยู่ในภาวะทรุดตัว ขณะที่ประเทศไทยเศรษฐกิจขยายตัวได้ ถือว่าขยายตัวได้ดีสวนทางกับประเทศ อื่นๆ อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังคงไม่ประมาทโดยจับตามองภาคการส่งออกอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังไม่ดีนัก ขณะที่การส่งออกคิดเป็นส่วนสำคัญถึง 70% ของจีดีพี
“ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่มีการขยายตัวเราควรมีกำลังใจในการทำงาน ขณะที่เอกชนก็ควรมีการลงทุนเพิ่มเติม แม้ว่าบางกลุ่มยังบอกว่าไม่พอใจกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ผมในฐานะที่อยู่ในการเมืองมานาน สามารถรับฟังได้ รัฐบาลไม่มีหน้าที่ในการไปโกรธหรือตอบโต้ใคร สิ่งที่เราทำได้คือตั้งใจทำงานของเราให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยนายกรัฐมนตรีในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีหลายเรื่องต้องปฏิรูป เช่น การสร้างความเข้มแข็งภาคเกษตรให้พึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งในเรื่องการขนส่งมวลชนเป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องปฏิรูปด้วยเช่นกัน” นายสมคิด กล่าว







