posttoday
เลือกตั้งผู้ว่าราชการเมืองจาการ์ตา พรรคการเมือง เชื้อชาติ และความท้าทาย

เลือกตั้งผู้ว่าราชการเมืองจาการ์ตา พรรคการเมือง เชื้อชาติ และความท้าทาย

23 พฤษภาคม 2559

โดย...พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์

โดย...พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์

ในช่วงต้นปีหน้าไม่ใช่เพียงแค่กรุงเทพมหานครเท่านั้น ที่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการเมืองหลวง แต่ที่เมืองจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย ก็จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการด้วยเช่นกัน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ เนื่องจากมีการแข่งขันสูงระหว่างผู้สมัครจากหลากหลายพรรคการเมือง รวมทั้งยังมีผู้ว่าราชการเมืองจาการ์ตาคนปัจจุบัน คือ  Basuki “Ahok” Tjahaja Purnam หรือที่ประชาชนเรียกชื่อทั่วไปว่า อาฮอก หรือ Ahok ลงแข่งขันด้วย

ในการแข่งขันครั้งนี้ อาฮอกได้ประกาศตัวแล้วว่าจะลงสมัครแข่งขันเป็นผู้ว่าราชการเมืองจาการ์ตาในนามอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด อันถือเป็นเรื่องแปลกใหม่และท้าทายในการเมืองท้องถิ่นของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งนักการเมืองท้องถิ่นในทุกระดับส่วนมากมักจะลงสมัครรับเลือกตั้งโดยสังกัดพรรคการเมือง

อาฮอก เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าราชการเมืองจาการ์ตามาก่อน ในสมัยที่ โจโก วิโดโด (โจโกวี) ยังคงเป็นผู้ว่าฯ เมืองจาการ์ตาอยู่ แต่หลังจากโจโกวีได้ลาออกจากการเป็นผู้ว่าฯ เพื่อไปลงแข่งขันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย ปี 2554 อาฮอกจึงลงแข่งขันเพื่อเป็นผู้ว่าเมืองจาการ์ตาสืบต่อจากโจโกวี

เมื่อช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา อาฮอกได้ประกาศตัวอย่างเป็นทางการว่าจะลงสมัครแบบอิสระคู่กับผู้สมัครในตำแหน่งรองผู้ว่า ชื่อว่า Heru Budi Hartono ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการของคณะกรรมการจัดการด้านทรัพย์สินของเมืองจาการ์ตา (BPKAD) ในปัจจุบันอาฮอกยังประกาศอีกด้วยว่า หากมีผู้สมัครคนใดดีกว่าเขาและสามารถดำเนินนโยบายในการพัฒนาเมืองจาการ์ตาได้ดีกว่าเขา ประชาชนชาวเมืองจาการ์ตาก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเขา ให้ไปเลือกผู้สมัครท่านนั้นแทน

ผลสำรวจของความนิยมในตัวผู้สมัครลงแข่งขันในตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองจาการ์ตาของ Center of Strategic and International Studies (CSIS) ในประเทศอินโดนีเซียล่าสุด ได้แสดงให้เห็นว่า อาฮอก ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ประกาศตนลงสมัครรับเลือกตั้งในปีหน้า โดยอาฮอกได้คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 45 ในขณะที่คู่แข่งท่านอื่น คือ อีมิล (Emil) ได้ ร้อยละ 15.75 รัสมาอารินี (Tri Rismaharini ) ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีของจังหวัดสุราบายา ได้ร้อยละ 7.75 และอาดายัคซา (Adhyaksa Dault) ซึ่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกีฬาในปัจจุบัน ได้คะแนน ร้อยละ 4.25 ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี หนทางสู่ตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองจาการ์ตาของอาฮอกไม่ได้ปูด้วยกลีบกุหลาบ ทั้งนี้เนื่องจากในการเลือกตั้งครั้งนี้ อาฮอกได้ตัดสินใจลงสมัครในนามอิสระ ไม่สังกัดพรรค Geranda หรือพรรคการเมืองใดๆ ซึ่งสร้างความแปลกใหม่ให้แก่การเมืองอินโดนีเซียอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจากในการเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและท้องถิ่นที่ผ่านมา นักการเมืองของอินโดนีเซียส่วนใหญ่จะลงสมัครรับเลือกตั้งภายใต้สังกัดพรรคการเมือง

การลงสมัครแบบอิสระของอาฮอกจึงเป็นการท้าทายอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจากคะแนนเสียงที่อาฮอกจะได้รับนั้นจะต้องมาจากประชาชนที่สนับสนุนตัวผู้สมัครอย่างแท้จริง มิใช่คะแนนเสียงที่มาจากฐานเสียงของพรรคการเมือง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความกล้าหาญของอาฮอก ที่ลงเลือกตั้งในนามอิสระครั้งนี้น่าจะมั่นใจในความชื่นชอบของประชาชนชาวเมืองจาการ์ตาที่มีต่อเขาอย่างมากทีเดียว

แม้ว่าจะมีพรรคการเมืองที่สำคัญ 2 พรรคให้การสนับสนุนการลงสมัครรับเลือกตั้งของอาฮอกในครั้งนี้ คือ พรรค Nasdem และพรรค The People’s Conscience Party (Hanura ) แต่ฐานเสียงของทั้งสองพรรคในกรุงจาการ์ตาก็มีไม่มากพอที่จะสนับสนุนให้อาฮอกชนะการเลือกตั้ง คงต้องลุ้นกันต่อไปว่าความนิยมชมชอบในตัวอาฮอก จากประชาชนชาวจาการ์ตาจะมากพอที่จะสนับสนุนให้เขาชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้อีกรอบหรือไม่

นอกจากการขาดพรรคการเมืองเป็นฐานสนับสนุนในการเลือกตั้งแล้วนั้น อุปสรรคที่สำคัญอีกข้อของอาฮอกในการแข่งขันครั้งนี้ คือการมีเชื้อสายชาวจีนและนับถือศาสนาคริสต์ การมีเชื้อสายจีนและการไม่นับถือศาสนาอิสลาม ในประเทศที่มีประชากรชาวมุสลิมมากที่สุดในโลกอย่างอินโดนีเซียนั้น อาจทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากชาวมุสลิมในจาการ์ตาอย่างเต็มที่ แม้ว่าชาวจีนจะมีเป็นจำนวนมากในเมืองจาการ์ตา แต่ก็คิดเป็นร้อยละ 5 ของประชากรชาวจาการ์ตาเท่านั้น

ดังนั้น อาฮอกอาจถูกต่อต้านโดยประชาชนชาวอินโดนีเซียที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งอาจไม่ต้องการให้ชาวจีนเข้ามาขยายอิทธิพลในสังคมชาวอินโดนีเซียก็เป็นได้ นอกจากนี้ความเป็นชาวจีนของอาฮอกอาจถูกฝ่ายตรงข้ามใช้มาเป็นประเด็นสำคัญในการหาเสียง อาฮอกคงต้องพยายามแสดงฝีมือในการบริหารนครหลวงแห่งนี้ให้ประชาชนชาวจาการ์ตายอมรับให้ได้มากที่สุด ก่อนการเลือกตั้งในต้นปีหน้า อย่างไรก็ดีจากการสำรวจคะแนนเสียงเบื้องต้นของ CSIS พบว่า ประชาชนชาวมุสลิมส่วนใหญ่ในจาการ์ตาก็ไม่ได้ปฏิเสธในการสนับสนุนอาฮอกให้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ อีกสมัยหนึ่ง

อุปสรรคอีกข้อที่เป็นประเด็นสำคัญ และถูกติดตามโดยสื่อมวลชน รวมทั้งประชาชนจากหลายภาคส่วน คือ ปัญหาการคอร์รัปชั่นที่เกิดจากบุคคลใกล้ชิดของอาฮอก อันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใส และการปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่นที่อาฮอกพยายามสร้างมา กรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวยังถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปเป็นประเด็นเพื่อต่อต้านการกลับมาเป็นผู้ว่าฯ ของอาฮอกอีกด้วย

เหตุการณ์คอร์รัปชั่นดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ผู้ใกล้ชิดของอาฮอกท่านหนึ่งได้เรียกรับผลประโยชน์ในโครงการพัฒนาที่ดินบริเวณพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองจาการ์ตา ซึ่งเป็นที่ดินที่เวนคืนจากประชาชน เพื่อนำที่ดินเหล่านั้นมาพัฒนาสำหรับภาคเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ แต่กระบวนการพัฒนาที่ดินดังกล่าวกลับถูกกล่าวหาว่า พรรคพวกของอาฮอก และอาฮอกเองเรียกรับผลประโยชน์จากกลุ่มนายทุน

ขอกล่าวหาดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่อาฮอกต่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่จะมาถึงเป็นอย่างมาก

แม้ว่าอาฮอกจะสร้างผลงานที่ดีเสมอมาในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้กับชาวจาการ์ตา ไม่ว่าจะเป็นการจัดการพื้นที่ที่เป็นสลัมให้เป็นระเบียบ การจัดการกับการรักษาความสะอาดของแม่น้ำต่างๆ รอบเมืองจาการ์ตา หรือแม้กระทั่งสนับสนุนการก่อสร้างรถไฟฟ้าซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

หากแต่อุปสรรคที่กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น ส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงของอาฮอกอย่างแน่นอน คงต้องติดตามกันต่อไปว่าผู้ว่าราชการเมืองจาการ์ตาคนปัจจุบันคนนี้ ว่าจะสามารถรักษาคะแนนเสียงจากประชาชนเพื่อได้รับเลือกตั้งกลับมาอีกครั้งหรือไม่ หากเขาได้รับเลือกตั้งกลับมาอีกครั้งน่าจะส่งผลดีต่อการสานต่องานต่างๆ เพื่อการพัฒนาเมืองจาการ์ตาได้อย่างต่อเนื่องต่อไป

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว