
สิงคโปร์ดัน ‘ลีปฟอร์กู๊ด’แก้ปัญหาผู้สูงอายุ
ในปัจจุบันหลายประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การดูแลกลุ่มคนเหล่านี้ทั้งในเรื่องปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพใจ
โดย...นลินรัตน์
ในปัจจุบันหลายประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การดูแลกลุ่มคนเหล่านี้ทั้งในเรื่องปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพใจ จึงกลายเป็นความท้าทายใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ สิงคโปร์ เซ็นเตอร์ ฟอร์ โซเชียล เอนเตอร์ไพรส์ (เรส) เลยริเริ่มมองหาผู้ประกอบการเพื่อสังคม ที่มีแนวคิดการทำธุรกิจเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน มาร่วมจัดหาแก้ปัญหาซึ่งมาพร้อมสังคมผู้สูงอายุ
โครงการริเริ่มใหม่นี้มีชื่อว่า “ลีปฟอร์กู๊ด” ซึ่งจะแบ่งดำเนินการเป็น 4 ขั้นตอนในปีหน้า โดยเรสจะเปิดให้ผู้สนใจเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่ม ยื่นข้อเสนอโครงการจนถึงวันที่ 17 ก.ค. โดยผู้สมัครที่มีแนวคิดโดดเด่น 20 รายจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1,000 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 2.5 หมื่นบาท) หลังจากนั้นเรสจะผลักดันแนวคิดดังกล่าวไปทำเป็นแนวคิดต้นแบบต่อไป
ขณะเดียวกันเรสจะคัดเลือกบริษัท 5-6 แห่ง เพื่อให้นำแนวคิดต้นแบบไปทำเป็นธุรกิจใหม่นำร่อง ซึ่งแต่ละบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเงินมากกว่า 1 แสนเหรียญสิงคโปร์ (ราว 2.5 ล้านบาท) จนถึงจำนวนสูงสุดที่ 5 แสนเหรียญสิงคโปร์ (ราว 12 ล้านบาท) ในการทำธุรกิจ
ในระหว่างขั้นตอนสุดท้าย บริษัทที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องร่วมโครงการบ่มเพาะ เพื่อฝึกอบรมและเข้ารับการตรวจสอบดูแลสำหรับช่วยเหลือในการทำธุรกิจต่อไป
ทั้งนี้ คณะกรรมการของเรสจะแจ้งผลการตัดสินในอีกหลายเดือนถัดไป โดยจะพิจารณาจากแนวคิดของผู้สมัครว่าสามารถตอบโจทย์ความจำเป็นได้หรือไม่ ควบคู่กับความยั่งยืนของธุรกิจ
ลีปฟอร์กู๊ดก่อตั้งขึ้นโดยเรส ภายใต้ความร่วมมือกับคณะกรรมการสวัสดิภาพสังคมแห่งชาติสิงคโปร์และสภาการออกแบบสิงคโปร์ (ดีเอสจี) เมื่อวันที่ 13 พ.ค. โดย เซา ฮุย ฮง หัวหน้าโครงการและความร่วมมือจากเรส แสดงความเห็นว่า ลีปฟอร์กู๊ดมีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการความต้องการทางสังคมที่เกิดขึ้นผ่านบริษัทผู้ประกอบการเพื่อสังคม
พอร์ช โพ ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท ซิลเวอร์ ริบบอนในสิงคโปร์ หนึ่งในกลุ่มพันธมิตรของเรส มองว่าโครงการความร่วมมือนี้แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสนับสนุนเงินทุน หรือเป็นความร่วมมือเฉพาะกิจ แต่ลีปฟอร์กู๊ดจะช่วยจัดการสาเหตุของปัญหาในระยะยาว
ขณะเดียวกัน เชย์ ชอร์ คูน ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท ไลออนส์ บีเฟรนเดอร์ส พันธมิตรอีกรายของเรส แสดงความคาดหวังว่าผู้สมัครร่วมโครงการจะพยายามหาทางพัฒนาวิธีการสื่อสารร่วมกับเหล่าผู้สูงอายุ เพื่อให้กลุ่มคนวัยชราเปิดใจและพูดคุยเกี่ยวกับความวิตกกังวลต่างๆ มากขึ้น ซึ่งรวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการสื่อสารระหว่างอาสาสมัครและกลุ่มผู้สูงอายุในระยะแรก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันในเวลาต่อไป
ด้านองค์กรอาสาสมัครอาวุโสและกลุ่มคนวัยเกษียณสิงคโปร์ (อาร์เอสวีพี) อาจเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มนี้เช่นกัน โดย โค จวย เหมง ประธานองค์กร กล่าวว่า ทางองค์กรจะพิจารณาขอบเขตของโครงการก่อนตัดสินใจเข้าร่วม
ทั้งนี้ อาร์เอสวีพี มีบริษัทเพื่อสังคมที่คอยให้คำปรึกษาและจัดโครงการฝึกอบรมสำหรับผู้สูงอายุอยู่แล้ว รวมถึงมีโครงการเพื่อสังคมเพื่อคอยดูแลและสร้างความสัมพันธ์ร่วมกับผู้มีปัญหาสุขภาพจิต และโครงการเยี่ยมบ้านสำหรับผู้สูงวัย
นอกจากนี้ อิไซอาห์ ชึง ผู้บริหารบริษัท โปรเอจ ซึ่งเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่ดำเนินงานด้านการดูแลผู้สูงอายุ แสดงความสนใจเข้าร่วมแนวคิดริเริ่มใหม่เช่นกัน โดยระบุว่าบริษัทอาจแสวงหาทางยกระดับเทคโนโลยีหรือพัฒนาแนวคิดใหม่ๆ เพื่อนำไปใช้ในโครงการ







