
สัปดาห์หน้ามีประเด็น
หลังจากสิ้นสุดการเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-21 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
1.หลังจากสิ้นสุดการเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-21 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็กลับมาเริ่มงานวันที่ 23 พ.ค.นี้ ด้วยการกล่าวมอบนโยบาย หัวข้อ “การบูรณาการเพื่อนำประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ในการประชุมสัมมนา เรื่อง “การขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศไทยแบบบูรณาการ” โดยในวันและสถานที่เดียวกัน เวลา 11.00 น. รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานกล่าวบรรยาย หัวข้อ “การขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศไทยด้วยรากฐานความมั่นคง” ในการประชุมสัมมนา เรื่อง “การขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศไทยแบบบูรณาการ” ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์
2.วันที่ 23 พ.ค.นี้เป็นวันครบกำหนดชำระค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัลงวด 3 ซึ่งมีกระแสข่าวว่าบริษัท 3 เอ มาร์เก็ตติ้ง หรือสถานีโทรทัศน์ช่องไบรท์ทีวี จะทำหนังสือขอผ่อนผันการชำระเงินส่งให้
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดย กสทช.ยืนยันไม่สามารถยืดหยุ่นให้ได้ หากไม่ชำระครบตามจำนวนภายในเวลาที่กำหนด ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบค่าปรับ 7.5% ต่อปี ในส่วนที่ยังค้างชำระกับทาง กสทช. ทั้งนี้หากครบกำหนดเวลายังไม่ชำระเงิน จึงจะเข้าสู่กระบวนการเตือน พักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาต
3.ปัญหาที่กรมสรรพสามิตมีแนวคิดจะเรียกเก็บภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ชาเขียว โยเกิร์ต กาแฟ นมเปรี้ยว หากเครื่องดื่มใส่น้ำตาลเกิน 6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ในวันที่ 24 พ.ค.นี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะหารือร่วมกับกรมสรรพสามิตเพื่อหาข้อสรุปในเรื่องนี้
4.วันที่ 26 พ.ค.นี้จะเป็นวันกำหนดนัดหมายที่ดีเอสไอให้พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มอบตัวภายหลังถูกออกหมายจับคดีฟอกเงินจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ต้องคอยติดตามว่า หากพระธัมมชโยซึ่งทนายแจ้งต่อดีเอสไอว่าอาพาธหนัก ไม่มามอบตัว ทางดีเอสไอจะบุกเข้าไปจับในวัดพระธรรมกายหรือไม่ และหากเข้าไปจับจริงจะเกิดความวุ่นวายและเกิดความรุนแรงจากการปะทะระหว่างลูกศิษย์กับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอหรือไม่







