posttoday
รัฐบาลสอบผ่านบริหารเศรษฐกิจ

รัฐบาลสอบผ่านบริหารเศรษฐกิจ

22 พฤษภาคม 2559

วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง ในฐานะประธานสภาธุรกิจ

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจโพสต์ทูเดย์

วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง ในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทยและนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า ผลงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คชส.) ในช่วง 2 ปี ถือว่าทำได้น่าพอใจ  พยายามอย่างเต็มที่ในการประคองบ้านเมืองให้ไปได้ มีการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบหรืออยู่ลำบาก โดยอัดฉีดเครื่องมือต่างๆ เข้าไป

“โดยรวมถือว่า คสช.พยายามทำเต็มที่และทำได้ดีเกินความคาดหมายของรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง บางอย่างทำได้มากกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เช่น มีการเร่งรัดการดำเนินคดีต่างๆ หากเป็นรัฐบาลปกติอาจไม่กล้าทำ เช่น กรณีคลองด่าน เหมืองทอง และท่อก๊าซ เป็นต้น” วรวรรณ กล่าว

ส่วนคำถามที่ว่าทำไมธุรกิจไม่ขยับ เงินไม่ได้ออกมาลงทุน เราอาจลืมไปว่ากำลังซื้อไม่มีและธุรกิจต่างยังมีของอยู่ในสต๊อก เรื่องระยะยาวอย่างการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่นักลงทุนคาดหวังก็เดินหน้าเรื่อยๆ รวมทั้งการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ประโยชน์และส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง เพื่อความยั่งยืน ซึ่งถือว่าดำเนินการอย่างถูกต้อง แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ง่ายยังคงต้องผลักดันกันต่อไป ซึ่งตนให้คะแนนการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ 7.5 คะแนน

ไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนให้คะแนน 7 เรื่องเศรษฐกิจ ภายใต้การนำของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์  ที่เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภค ทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 1/2559 โต 3.2% ดีกว่าคาด แม้ว่าจะเพิ่งเข้ามาบริหารหลังเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ  ส่วนตลาดหุ้นให้คะแนน 8  ดัชนีหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันปรับขึ้นกว่า 10% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นทั่วโลกและอาเซียน

ขณะที่การปฏิรูปประเทศล่าช้าเพราะมีการเปลี่ยนแปลงจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งกำลังพยายามผลักดันให้มีการปฏิรูปทั้งการศึกษาและตำรวจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นจึงให้คะแนน 5 สำหรับเรื่องโรดแมปที่เดิมกำหนดให้มีการเลือกตั้งปี 2560 นั้น อยากเห็นตามกำหนดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนและเศรษฐกิจ

ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ให้คะแนนรัฐบาล 7.5 คะแนน  เพราะเข้ามาบริหารประเทศในช่วงที่มีปัจจัยไม่สนับสนุน เช่น เศรษฐกิจโลก ทำให้ภาพรวมรู้สึกแย่ แต่การทำงานของรัฐบาลทำให้กลไกเดินหน้าได้  ต้นทุนในการทำธุรกิจลดลง มีความโปร่งใส เพิ่มความเท่าเทียมและโอกาสในการดำเนินธุรกิจ

นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ให้คะแนนรัฐบาลชุดนี้ที่ 8  เมื่อมองการแก้ปัญหาในภาพรวม สิ่งสำคัญที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาทำ คือ การสร้างความมั่นคงและสงบเรียบร้อยของประเทศ ภายใต้สภาวะวิกฤตโลกที่เกิดขึ้น หากบ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อยจะมีปัญหาหนักกว่านี้มาก

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเข้ามาแก้วิกฤตทั้งเรื่องไอเคโอ ไอยูยู ซึ่งเป็นปัญหาหมักหมมมานานไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยระยะเวลาเพียง 1-2 ปีแต่ด้วยความเฉียบขาดและอำนาจในมือของรัฐบาล คสช. ทำให้แก้ปัญหาลุล่วงดีกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รวมทั้งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ต้องถือว่ารัฐบาลได้ทำอย่างเต็มที่ การผลักดันโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและเอสเอ็มอีถือว่าทำได้ดี ทั้งในส่วนของนโยบายการเงิน การคลัง ถือว่าเข้าใจปัญหาและแก้ไขได้ดีในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ นโยบายด้านสังคม การศึกษา สาธารณสุข ให้ไม่ถึง 50% เพราะรัฐบาลแทบจะไม่เข้าไปดูแลหรือดำเนินการอะไรที่เป็นรูปธรรม ขณะที่รัฐบาลได้ดำเนินการทำให้เกิดเศรษฐกิจมั่นคง มั่งคั่ง แต่ยังไม่ยั่งยืน ถ้ารัฐบาลอยากให้เกิดความยั่งยืน ต้องแก้ปัญหาสังคมควบคู่ไปด้วย

อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า รัฐบาล คสช.ถือว่ามีความตั้งใจและกระตือรือร้นในการทำงานแม้จะยังไม่สัมฤทธิผลเต็มที่ เนื่องจากไม่สามารถผลักดันหรือสร้างให้เกิดการเติบโตของตัวเลขจีดีพีทางเศรษฐกิจได้ชัดเจน ในภาพรวมแล้วให้ 7 คะแนน

พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ต้องแบ่งการให้คะแนนเป็น 2 หัวข้อหลักๆ คือ 1.การแก้ปัญหาในเชิงสังคม ทั้งร่างกฎหมายที่ทิ้งค้างไว้ การรักษาความสงบเรียบร้อยต่างๆ ถือว่าทำได้ดี ให้ 8-9 คะแนนเต็ม 10 คะแนน ส่วน 2.ในเชิงเศรษฐกิจ ให้คะแนนอยู่ที่ 7 คะแนน เพราะอาจจะยังทำได้ไม่ดีนัก เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน จึงเป็นโจทย์ยากที่จะจัดการได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ยุทธชัย สุนทรรัตนเวช รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า การทำงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เอกชนท่องเที่ยวเห็นถึงความตั้งใจสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศรวมถึงวางแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ หากคะแนนเต็ม 10 มองว่าการทำงานด้านการท่องเที่ยวได้ 7 คะแนน เพราะทิศทางการขับเคลื่อนบางส่วนขาดความกระฉับกระเฉง โดยเฉพาะนโยบายกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เอกชนต้องการเห็นแนวทางการใช้มาตรการที่มีเข้มข้นมากกว่าเดิม ซึ่งที่ผ่านมาการออกมาตรการกระตุ้นส่วนใหญ่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมด้านอื่น เช่น การขนส่ง มากกว่าภาคการท่องเที่ยวจะได้รับโดยตรง โดยเฉพาะบริษัทนำเที่ยวยังมีปัญหาไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

นอกจากนี้ เอกชนเห็นถึงความตั้งใจที่จะปราบปรามธุรกิจที่ชาวต่างชาติสวมสิทธิคนไทย (นอมินี) แต่ยังขาดความเข้มแข็งในการนำกฎหมายมาใช้ปราบปรามในเรื่องนอมินี ซึ่งเกรงว่าจะไม่มีความยั่งยืนที่จะปราบปราม

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ