
เสียงครวญเหยื่อกปปส. "ปฏิรูป" ยังไม่เป็นรูปธรรม
ในมุมมองของมวลชนกปปส.ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุชุมนุม มองว่าการปฏิรูปยังไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน ที่สำคัญรัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การยึดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 นั้น เกิดจากการที่กลุ่ม กปปส.ประท้วงขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่พยายามเดินหน้าผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมแบบสุดซอย
การประท้วงดังกล่าว กปปส.ต้องแลกด้วยชีวิตเลือดเนื้อ เพื่อให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ออกไป พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง นับจากวันที่ คสช.ได้เข้ายึดอำนาจ จนถึงวันนี้ ครบ 2 ปี ข้อเรียกร้องเหล่านั้น คสช.ได้ตอบสนองได้มากน้อยเพียงใด
ในมุมมองของ กปปส. ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุมนุมครั้งนั้น มองว่าการปฏิรูปยังไม่เป็นผลรูปธรรมชัดเจน ที่สำคัญรัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
กัญญา ใหญ่ยอด ผู้ชุมนุม กปปส. ซึ่งได้รับบาดเจ็บขณะร่วมชุมนุมกับ กปปส.ที่ตลาดยิ่งเจริญ จ.ตราด เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2557
โดยคนร้ายยิงอาวุธรวมถึงปาระเบิดเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยตัวเองถูกยิงเข้าบริเวณเอวก่อนถูกกระดูกไขสันหลังจนตัดเส้นประสาท ทำให้ทุกวันนี้ไม่สามารถเดินได้เหมือนปกติ
กัญญา บอกว่า ในเรื่องร้ายๆ ก็ยังมีเรื่องดีอยู่ตรงที่ กปปส.ไม่ได้ทอดทิ้ง ให้ความช่วยเหลือ ทั้งเรื่องการรักษาพยาบาล คอยเช็กอาการอยู่ตลอดเวลา แม้จะกลับมาอยู่บ้านแล้วก็ตาม อีกทั้งยังได้รับเงินเยียวยาจาก กปปส.เป็นเงิน 1 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายให้แต่ละเดือน 9,000 บาท
“ถ้าถามว่าคุ้มไหมที่ไปร่วมชุมนุมครั้งนั้นจนเกิดเหตุ ตอบได้เลยว่าไม่คุ้ม แต่เมื่อโดนมาแล้วก็ต้องทำใจยอมรับ เพราะเราได้ทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้องให้กับบ้านเมือง เพราะถ้าให้คิดย้อนกลับไปคงไม่มีประโยชน์ ชีวิตจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ ส่วนภาครัฐก็ยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ” กัญญา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า จากการชุมนุมเรียกร้องพร้อมทั้งได้เสนอไป โดยเฉพาะประเด็นปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ยังไม่เห็นอะไรที่เป็นผลรูปธรรมชัดเจน แต่สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดในบ้านเมืองเวลานี้ คงเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่ประเทศกำลังประสบปัญหา อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตรงนี้
“เรื่องเศรษฐกิจสำคัญไม่แพ้เรื่องทางการเมือง เพราะคือชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านทั้งประเทศ ขณะที่เรื่องการเมืองก็อยากให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จัดการให้ดีกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะจากการติดตามยังเห็นว่าเหมือนวนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมไม่ไปไหน” กัญญา ระบุ
นอกจากนี้ ประเด็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ก็ดูเหมือนยังไม่ลงตัว ดังนั้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะผู้มีอำนาจในบ้านเมืองทั้งหลายร่วมมือกัน เพื่อช่วยให้บ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าจนเทียบเท่ากับอีกหลายๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่ายึดติดผลประโยชน์ต่อตัวเองและพวกพ้อง เพราะถ้าคิดแบบนั้นประเทศชาติจะไม่เหลืออะไรอีกต่อไป
ขณะที่ มณีรัตน์ เมืองแก้ว ผู้ชุมนุม กปปส.ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงเข้าอกขวาทะลุปอดโดนไขสันหลัง บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ซึ่งยังคงต้องนั่งรถวีลแชร์อยู่ บอกว่า มีความพอใจกับผลงานการทำงานของรัฐบาล คสช. หลังจากเข้ามาปฏิวัติ หลายเรื่อง อาทิ การปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล ถือเป็นเรื่องสำคัญ แม้รัฐบาลเองอาจจะทำตามที่เรียกร้องไม่ได้ทั้งหมด แต่ยอมรับได้กับรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดและเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะอยู่ในความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ คือ การปฏิรูปตำรวจ เพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ ก็ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะทำหรือไม่ ดังนั้นอยากให้ทำเรื่องนี้ให้จบในยุครัฐบาล คสช.
ในส่วนประเด็นเศรษฐกิจอยากให้ทุกภาคส่วนเข้าใจ ไม่ว่าใครจะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ ก็ต้องพบกับปัญหาดังกล่าว แต่ก็ขอเอาใจช่วยรัฐบาลให้ดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
“หากถามว่าคุ้มค่าหรือไม่ที่ไปร่วมชุมนุมจนตัวเองต้องได้รับผลกระทบ ยอมรับว่าถ้าเป็นแบบนี้ก็คงไม่ไป ไม่คุ้ม แต่เมื่อไปมาแล้ว ก็ยอมรับและไม่เสียใจ เพราะตั้งใจไปด้วยใจ จึงยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่หวังว่าอยากให้บ้านเมืองดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา” มณีรัตน์ ระบุ
สำหรับเงินช่วยเหลือตั้งแต่ยุติการชุมนุม เงินเยียวยาจากทางภาครัฐยังไม่ได้ แต่โชคดีได้เป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะที่ทางแกนนำ กปปส.ได้มอบเงินช่วยเหลือ 1 ล้านบาท และยังให้กับลูกเพื่อเป็นทุนการศึกษา รวมแล้วเกือบ 5 ล้านบาท ถือว่าแกนนำดีมาก
ประโชติ ชูชาติ ผู้ชุมนุม กปปส.ที่ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง โดยถูกของแข็งกระแทกเข้าศีรษะอย่างรุนแรงจนเลือดออกในสมอง ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ โดย สุภร (ภรรยา) เล่าถึงอาการสามีว่า เริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถขยับแขนข้างซ้ายได้ และต้องใส่กะโหลกเทียม
ด้านเรื่องข้อเรียกร้องในการชุมนุมที่ได้ไปร่วมกับ กปปส. ยอมรับว่า เห็นจากการดำเนินการของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งดูแล้วเป็นคนเก่ง และมีความตั้งใจในการทำงานเพื่อบ้านเมือง เช่น การจัดระเบียบทางเท้าและการตรวจสอบทุจริตโครงการรับจำนำข้าวอย่างจริงจัง
“เราพอใจกับบ้านเมืองที่เป็นอยู่ในตอนนี้ และหวังว่านายกฯ คนนี้โดยจากความรู้สึก นายกฯ เป็นคนทำอะไรตรงไปตรงมา แต่ไม่รู้การเมืองเป็นอย่างไร แต่เชื่อมั่นว่านายกฯ จะพาประเทศชาติให้ดีขึ้นได้ เพราะการเมืองสมัยคุณยิ่งลักษณ์ทำอีกแบบ และมองเห็นว่าไม่ถูกต้อง”
สุภร ยังฝากถึงรัฐบาลเพราะอยากให้บ้านเมืองเดินหน้า โดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจ เนื่องจากการค้าขายตอนนี้ไม่ดีสักอย่าง ยกตัวอย่าง ส่วนตัวประกอบอาชีพขายเสื้อผ้าข้างห้างบิ๊กซี รัชดา เมื่อก่อนดีมาก แต่ตอนนี้เงียบมาก คนส่วนใหญ่เก็บเงินมากกว่าใช้จ่าย เมื่อก่อนขายได้กำไรเป็น 1,000 บาท แต่ทุกวันนี้หักค่าที่แล้วเหลือเพียง 300-500 บาท
ทั้งหมดนี้ คือ เสียงสะท้อนจากเหยื่อในเหตุการณ์ชุมนุมของ กปปส. ซึ่งในอนาคตรัฐบาล คสช.จะตอบสนองได้เพียงไร อีกไม่นานจะได้รู้กัน







