posttoday
ถ้าต้องตกงานแบบฟ้าผ่าจะทำอย่างไร

ถ้าต้องตกงานแบบฟ้าผ่าจะทำอย่างไร

10 พฤษภาคม 2559

โดย...กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

โดย...กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงขาลงหนักมาก โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ หันหน้าไปทางไหนก็เจอแต่สายตาห่อเหี่ยว หาคนหน้าชื่นแทบจะไม่มีเลย หลายคนที่ตั้งใจวางแผนว่าจะเตรียมตัวเกษียณเอาไว้แล้ว ก็อาจจะไม่ทันการณ์ เพราะอาจจะเจอกับเหตุการณ์ช็อก ที่คุณอาจจะต้องเกษียณโดยไม่ได้ตั้งใจ อาจมาไวกว่าที่คิด คุณว่าคุณจะทำงานถึงอายุเท่าไร ที่คิดเอาไว้ว่าจะเกษียณสัก 55 ปี อุ้ต๊ะ! อาจจะไม่ใช่ล่ะ ที่คิดและตั้งใจเอาไว้อาจเป็นเรื่องหนึ่ง แต่บริษัทเขาจะจ้างคุณรึเปล่า นั่นอีกเรื่องหนึ่งนะ

อย่าทำเป็นเล่นไป ซีเรียสเลยนะเนี่ย ก็แม้กฎบริษัทเขียนอายุเกษียณไว้ ก็ต้องตามนั้นสินะ แต่อาจจะไม่ใช่แล้วล่ะ ตัวอักษรก็ส่วนตัวอักษร การตัดสินใจของนายจ้างมันไม่ต้องตามนั้น บริษัทจะจ้างคุณตราบเท่าที่คุณทำงานคุ้มค่าจ้างและสถานการณ์บริษัทยังไปได้สวย นี่คือหลักการทั่วไป คิดดูสิ แต่ถ้าบริษัทกำลังประสบปัญหา ถ้าบริษัทจ้างคุณไปเรื่อยๆ ถ้าคุณทำงานแบบเดิม ผลงานเหมือนเดิม แต่บริษัทต้องขึ้นเงินเดือนให้คุณทุกปี ถึงวันนึงค่าจ้างแซงค่าผลงานคุณแน่ แถมสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและบริษัทไม่ดีด้วย แล้วไงล่ะ อาจมีการพิจารณาใหม่ให้อยู่ต่อดีมั้ย ถ้าคิดแล้วไม่คุ้ม อาจเลิกจ้าง จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย แล้วจ้างเด็กใหม่ที่ทำงานได้เท่าคุณ แต่ค่าจ้างถูกกว่า หรือไม่ก็ที่ออกๆ ก็ออกไป ไม่มีอัตราทดแทนก็มี

การออกแล้วได้ค่าชดเชย หลายคนอาจคิดว่านี่คือการถูกหวย ถ้าทำงานมา 10 ปี ได้ค่าชดเชย 10 เดือน แต่ใครจะรู้ว่าคุณต้องออกตอนอายุเท่าไร 40 ปลายๆ แล้วใช้เวลานานมั้ยที่คุณจะหางานใหม่ได้ในภาวะที่เศรษฐกิจย่ำแย่เช่นนี้ แล้วระหว่างนั้น ภาระค่าใช้จ่ายทุกเดือนจะทำยังไง แล้วตัวคุณล่ะ ห่วงตัวเองมั่งรึเปล่า ลองจินตนาการดูสิว่า หากคุณตกงานแบบฟ้าผ่า คุณจะรู้สึกเช่นไร ความรู้สึกของคุณคงเหมือนกับว่ากำลังตกอยู่ในเหวลึกใช่ไหม และเมื่อเหตุการณ์นั้นมาถึง คุณคงจะเริ่มคิดเรื่องการเงินอย่างจริงจัง แต่ตอนนั้นมันอาจจะสายไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้คุณแทบไม่มีเงินเก็บเลย เอาล่ะหากคุณไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ล่ะก็ ต้องมีวิธีการรับมือเมื่อคุณตกงานกันดีกว่า เตรียมรับมือกันไว้บ้างเพื่อความไม่ประมาท เศรษฐกิจแบบนี้วางใจอะไรไม่ได้เลย

ต้องตรวจสอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด หากคุณตกงาน ขั้นแรกที่คุณต้องทราบก่อนเลยคือ รายจ่ายต่อเดือนของคุณมีเท่าไหร่ เช่น ค่าผ่อนคอนโด ผ่อนรถ ค่าโทรศัพท์ ค่าไฟ ค่าน้ำ เป็นต้น เมื่อคุณรู้รายจ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายทุกเดือนแล้ว ขั้นต่อไปมาดูต่อเลยว่า หลังจากนี้คุณสามารถประหยัดอะไรได้บ้าง เช่น เรื่องความบันเทิงส่วนตัว เรื่องช็อปปิ้ง ตอนนี้ควรคำนึงเรื่องความอยู่รอดไว้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่าทีหลังดีกว่านะ

ต้องเช็กสภาพคล่องของคุณ ขั้นต่อมาคือการตรวจสอบเงินเก็บของคุณทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเงินฝากประจำ กองทุนต่างๆ หรือแม้แต่ประกันสังคม เพราะหากคุณตกงานจริงๆ เงินเก็บของคุณเหล่านี้แหละที่มันจะช่วยให้คุณมีชีวิตรอดต่อไปได้ อย่างไรก็ตามหากคุณพบว่าคุณไม่มีเงินเก็บเลย คุณก็ลองหางานเสริมทำดูสิคะ ไม่แน่งานเสริมที่ต้องทำด้วยความไม่ตั้งใจนั้นอาจพัฒนากลายเป็นงานประจำที่ดีก็ได้ในอนาคตนะ

อย่าลืมใช้สิทธิประกันสังคม กรณีว่างงาน และในกรณีที่คุณจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงานโดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย คุณมีสิทธิได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ยกตัวอย่างเช่น คุณมีเงินเดือนเฉลี่ย 1 หมื่นบาท คุณก็จะได้รับเงินเดือนละ 5,000 บาท

อย่าลืมเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ เงินสะสม (ที่สมาชิกจ่ายเข้ากองทุน) เงินสมทบ (ที่นายจ้างจ่ายให้) ผลประโยชน์เงินสะสม ผลประโยชน์เงินสมทบ (สิ่งที่งอกเงยจากการลงทุน) เงินที่เป็นสิทธิของคุณในฐานะสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแน่นอนคือ เงินสะสมและผลประโยชน์เงินสะสม ส่วนเงินสมทบและผลประโยชน์เงินสมทบ จะได้รับก็ต่อเมื่อคุณปฏิบัติตามเงื่อนไขของกองทุน เมื่อคุณออกจากงานจะมีทางเลือกคือ รับเงินก้อน โดยถือว่าเป็นการลาออกจากระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือไม่รับเงินก้อนนี้ โดยคงเงินไว้ในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก่อน เพื่อรอโอนย้ายไปยังกองทุนสำรองใหม่ของบริษัทนายจ้างในอนาคต ซึ่งหากคุณไม่มีเงินสำรองจริงๆ ก็สามารถรับเงินก้อนจากสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ ถ้าคุณตกงานขึ้นมาจริงๆ สติและกำลังใจคือสิ่งสำคัญที่สุดนะคะ หากท้อแท้เสียใจก็อย่าให้เวลากับมันมาก ยิ้มสู้แล้วลุกขึ้นก้าวต่อไปดีกว่าค่ะ หลังจากดีขึ้นแล้วก็ทำตามคำแนะนำทางการเงินที่กล่าวมาข้างต้นนะคะ แล้วอนาคตที่สดใสก็จะกลับมาอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว