
‘เบนซ์’แจง รอสอบถุงลมแตกได้เอง
เบนซ์ ระบุได้รับรายงานถุงลมนิรภัยแตกทั้งที่รถจอดอยู่เฉยๆ รอเจ้าของรถติดต่อมาให้ลงไปตรวจสอบ
เบนซ์ ระบุได้รับรายงานถุงลมนิรภัยแตกทั้งที่รถจอดอยู่เฉยๆ รอเจ้าของรถติดต่อมาให้ลงไปตรวจสอบ
จากกรณีถุงลมนิรภัย (แอร์แบ็ก) ของรถยนต์นักท่องเที่ยวเกิดความเสียหายที่ จ.ชลบุรี ซึ่งภายหลังการตรวจสอบพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์จอดอยู่ในสภาพกระจกหน้าด้านฝั่งที่นั่งข้างคนขับแตกร้าว ส่วนในตัวรถพบถุงลมนิรภัยแตกออกมาทั้งบริเวณหน้าคอนโซลรถและที่นั่งโดยสารด้านหลัง
นายอัชฌ์ บุณยประสิทธิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับรายงานถึงกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้น เบื้องต้นยังไม่ได้รับการประสานงานเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเนื่องจากขั้นตอนการตรวจสอบ จะสามารถดำเนินการได้ เมื่อเจ้าของรถร้องขอหรือยินยอมเท่านั้นจึงจะสามารถตรวจสอบได้
ทั้งนี้ ข้อมูลเบื้องต้นรถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส รุ่นปี 2008-2014 หรือรุ่นก่อนโฉมปัจจุบัน ซึ่งจะต้องตรวจสอบระยะเวลาการซื้อและการรับประกันของรถยนต์คันดังกล่าวอีกครั้งเมื่อมีการร้องขอให้ตรวจสอบความผิดปกติ โดยขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด
ด้านรายงานข่าวจากต่างประเทศถึงสถานการณ์ปัญหาถุงลมนริภัยล่าสุด เจฟเฟอรี่ส์ กรุ๊ป บริษัทหลักทรัพย์และธนาคารเพื่อการลงทุนสหรัฐเปิดเผยว่า ทากาตะ คอร์ป บริษัทผู้ผลิตถุงลมนิรภัยในญี่ปุ่น อาจต้องเรียกเก็บถุงลมนิรภัยที่มีข้อผิดพลาดคืนเพิ่มขึ้นถึง 118.5 ล้านอันจากทั่วโลก
ทากากิ นากานิชิ นักวิเคราะห์จาก เจฟเฟอรี่ส์ ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ว่า กระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นและบริษัทผู้ผลิตรถในตลาดอื่นๆ น่าจะดำเนินการตามคำสั่งของสำนักงานรักษาความปลอดภัยบนถนนของสหรัฐอเมริกา (เอ็นเอชทีเอสเอ) ซึ่งขอเรียกคืนถุงลมนิรภัยที่ไม่มีสารดูดความชื้น เพื่อป้องกันการระเบิด โดยจำนวนถุงลมนิรภัยที่เรียกคืนคาดจะอยู่ที่กว่า 55 ล้านอัน และอาจมีค่าใช้จ่าย
เพิ่มเติมในการเรียกคืนประมาณอยู่ที่ 6.6 แสนล้านเยน หรือประมาณกว่า 2.1 แสนล้านบาท
ขณะที่ ทากาตะ เปิดเผยว่า บริษัทมีแนวโน้มขาดทุนสุทธิ 1.3 หมื่นล้านเยน (ราว 4,247 ล้านบาท) สำหรับปีงบการเงินที่ผ่านมา ซึ่งปรับลงจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่จะมีผลกำไร 5,000 ล้านเยน (ราว 1,633 ล้านบาท) เนื่องจากการเรียกเก็บถุงลมนิรภัย คืนทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายของทากาตะปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ทากาตะยังปรับลดคาดการณ์รายได้ตลอดทั้งปีและผลกำไรลงด้วยเช่นกัน
บลูมเบิร์กรายงานอ้างบทสัมภาษณ์ของมาซาโตะ ซาฮาชิ เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นว่า ทางการญี่ปุ่นกำลังพิจารณาว่าจะให้ทากาตะเรียกเก็บถุงลมนิรภัยคืนเพิ่มขึ้นหรือไม่
นากานิชิเสริมว่า หากมีการขยายการเรียกเก็บถุงลมนิรภัยที่มีปัญหาในการใช้งานคืน คาดรถที่ได้รับผลกระทบ อาจปรับตัวขึ้นไปมากเกือบแตะ 205 ล้านคัน และต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวอาจอยู่ที่ 2.3 ล้านล้านเยน (ราว 7.5 หมื่นล้านบาท)







