
ไฟไหม้ป่าพรุที่อ.ยี่งอลุกลามเสียหาย350ไร่
นราธิวาส-ไฟไหม้ป่าพรุที่อ.ยี่งอมีพื้นที่เสียหาย350ไร่ เจ้าหน้าที่เร่งสกัดไม่ให้ลุกลามยางพารา
นราธิวาส-ไฟไหม้ป่าพรุที่อ.ยี่งอมีพื้นที่เสียหาย350ไร่ เจ้าหน้าที่เร่งสกัดไม่ให้ลุกลามยางพารา
สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุที่อำเภอยี่งอ ลุกลาม 2 ตำบล คือ 1. ตำบลตะปอเยาะหมู่ที่1บ้านตะโละมียอ 2. ตำบลลูโบะบือซา หมู่ที่2 บ้านกาแร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ทำให้พื้นที่ป่าพรุสวนปาล์ม ยางพารา และป่าเสม็ดได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 350ไร่
การดับไฟเป็นด้วยความยากลำบากเนื่องจากกระแสลมแรง และมีใบไม้ หญ้าแห้ง ทำให้ไฟลุกลามอยางรวบเร็ว ทำให้ไฟที่มากับลมแรงข้ามแนวกั้นไฟไปยังสวนปาล์มของชาวบ้านได้รับความเสียหายกว่า30ไร่
เจ้าหน้าที่ทหารนาวิกโยธิน กองทัพเรือ อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอยี่งอ ประชาชนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ อบต.ได้นำรถดับเพลิงจำนวน10 คันพร้อมกำลังพล 200 คน ช่วยกันดับไฟ นอกจากนั้น สำนักงานบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาสได้นำรถฉีกน้ำระยะไกลติดตั้งไว้เพื่อฉีดไฟที่รถดับเพลิงที่เข้าไปไม่ถึง อีกทั้งยังใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็กแบกเข่าไปในส่วนลึกที่สายยางรถดับเพลิงเข้าไม่ถึงเพื่อสกัดไฟที่ไหม้อยู่กลางป่า
ขณะนี้มีประชาชนที่อยู่บริเวณติดกับป่าพรุได้รับความเดือดร้อนจากไฟไหม้จำนวน 32 ครัวเรือน จำนวน 130 คน ส่วนมากป่วยทางหายใจ หายใจไม่ออก แสบจมูก แสบคอ น้ำมูกไหล เนื่องจากหมอกควันจำนวนมาก
ด้านนายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงสถานการณ์ไฟไหม้ป่าในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส ว่า ได้เกิดไฟไหม้ป่า 5 อำเภอ รวม 9 จุด ดังนี้ อำเภอสุไหงโก-ลก มีไฟไหม้ป่า 2 จุด คือที่บ้านซรายอ หมู่ที่ 1 ตำบลปาเสมัส พื้นที่ป่าได้รับความเสียหายประมาณ 800 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเสม็ดและพื้นที่สานยางราพาของชาวบ้าน ประมาณ 600 ไร่ และเป็นพื้นที่ป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง ประมาณ 200 ไร่ อันเนื่องมาจากสภาพอากาศมีลมพัดแรง ทำให้ไฟลุกลามข้ามแนวกันไฟ ทำให้ไม่สามารถควบคุมได้ และที่บ้านลูโบ๊ะซามา หมู่ที่ 8 ตำบลปาเสมัส พื้นที่ป่าได้นับความเสียหายประมาณ 50 ไร่ อำเภอสุไหงปาดี มีไฟไหม้ป่า 3 จุด คือที่บ้านลูโบะบาตู หมู่ที่ 4 ตำบลปะลุรู ความเสียหายพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบางนราแปลงที่ 2 ประมาณ 350 ไร่ บ้านคลองช้าง หมู่ที่ 7 ตำบลปะลุรู ความเสียหายพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบางนราแปลงที่ 2 ประมาณ 300 ไร่ และบ้านใหม่ หมู่ที่ 3 ตำบลสุไหงปาดี ความเสียหายเป็นป่าศูนย์วิจัยอาหารสัตว์นราธิวาส และพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้าน ประมาณ 150 ไร่ อำเภอบาเจาะ มีไฟไหม้ป่า 1 จุด ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลบาเระใต้ พื้นที่ป่าพรุของเอกชนได้รับความเสียหายประมาณ 70 ไร่ และสวนปาล์มของเอกชน ประมาณ 30 ไร่ และที่อำเภอยี่งอ มีไฟไหม้ 2 จุด ที่บ้านตะโละกูวิง หมู่ที่ 2 ตำบลลุโบะบือซา และบ้านตะโละมีญอ หมู่ที่ 1 ตำบลตะปอเยาะ ไฟไหม้ที่ดินชาวบ้านเป็นดินพรุป่าเสม็ดและสวนปาล์มบางส่วน ไฟได้ไหม้ป่า 20% ของนิมคมสหกรณ์บาเจาะด้วย รวมเนื้อที่ถูกไฟไหม้ประมาณ 350 ไร่
สถานการณ์ไฟไหม้ทั้ง 4 อำเภอดังกล่าว เป็นสถานการณ์เดิม ซึ่งภาพรวมเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และจำกัดพื้นที่ได้แล้ว แต่ยังคงระดมฉีดน้ำสกัดกั้นอย่างต่อเนื่อง เพราะไฟป่าดับไม่สนิทยังคงมีไฟอยู่ชั้นใต้ดิน อีกทั้งป้องกันมิให้ไฟลุกลามขยายวงกว้างไปอีก พร้อมนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ปภ. สมาชิก อส. และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จุดชุดเวรยามเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมดับไฟ ในส่วนของไฟไหม้ป่าในพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส มี 1 จุด ที่บริเวณป่าพรุหลังการเคหะนราธิวาส เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้รับความเสียหายประมาณ 2 ไร่ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง ล่าสุดดับสนิมแล้ว
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส จัดเตรียมหน้ากากอนามัย จำนวน 1 แสนชิ้น ส่งไปยังโรงพยาบาลพื้นที่เกิดภัย เพื่อช่วยเหลือประชาชน เจ้าหน้าที่ รวมถึงประชาสัมพันธ์แนะนำประชาชนในการระมัดระวังป้องกันอันรายจากหมอกควันที่อาจเกิดขึ้นด้วย







