
เศรษฐกิจดี VS ไม่ดี
ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา ดิฉันได้ยินข่าวดีและข่าวร้ายของเศรษฐกิจไทยแบบวันเว้นวัน จนเริ่มสับสนชีวิตว่า สรุปแล้วเศรษฐกิจมันดีหรือไม่ดีกันแน่
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา ดิฉันได้ยินข่าวดีและข่าวร้ายของเศรษฐกิจไทยแบบวันเว้นวัน จนเริ่มสับสนชีวิตว่า สรุปแล้วเศรษฐกิจมันดีหรือไม่ดีกันแน่
ตัวอย่างข่าวเศรษฐกิจแบบสามวันดีสี่วันไข้ แค่ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจที่เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ตัวเลขการจัดเก็บภาษีเดี๋ยวเกินเป้าเดี๋ยวต่ำเป้า ตัวเลขการบริโภคขึ้นๆ ลงๆ ค่าเงินบาทเดี๋ยวแข็งค่า เดี๋ยวอ่อนค่า ฯลฯ ชวนให้งงงวยว่าอะไร ยังไง
มาดูตัวอย่างข่าวดีกันบ้าง ข่าวดีมีเยอะ เช่น เศรษฐกิจไทยได้รับแรงสนับสนุนจากรายจ่ายภาครัฐบาล รายจ่ายลงทุนที่ขยายตัวได้ในระดับสูงที่ 36.9% โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดก่อสร้างสะท้อนจากภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์กลับมาขยายตัวที่ 3.7% ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวได้ดีเติบโตขึ้นถึง 16%
นอกจากนี้ การที่ธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% ก็ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีต้นทุนที่ต่ำลง ทำให้สภาพคล่องดีขึ้น
มาดูที่ตัวเลขขอรับส่งเสริมการลงทุนไตรมาสแรกปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.) มี 311 โครงการ มูลค่า 8.99 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3-4 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ในไตรมาสแรก ทั้งในส่วนการตั้งโรงงานใหม่และการขยายโรงงาน อยู่ที่ 1,181 โรงงาน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกของปีก่อนที่มียอดยื่นขอ 1,096 โรงงาน หรือเพิ่มขึ้น 7.75% มูลค่าลงทุนอยู่ที่ 1.13 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่าลงทุน 9.36 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21% สอดคล้องกับยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ในประเทศปรับตัวดีขึ้น โดยไตรมาสแรกเฉลี่ยขยายตัว 5% เทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน
ดูแล้วเหมือนจะมีความหวังว่าเศรษฐกิจเริ่มจะโงหัวขึ้นมาจากหลุม
แต่ตัวเลขดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจที่มีแต่ลง ไม่มีขึ้น ก็คือตัวเลขอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ทั้งหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ ต่างพากันปรับลดเป้าหมายอัตราการขยายตัวของจีดีพีประเทศไทยลง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังปรับคาดการณ์จีดีพีลงมาอยู่ที่ 3.3% จากคาดการณ์เดิมที่คิดว่าปีนี้จีดีพีจะขยายตัวได้ 3.7%
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจจาก 3.5% เหลือ 3.1%
ทางด้านหน่วยงานหลักของโลกอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพิ่งปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกปีนี้ลงเหลือ 3.2% จากเดิมเดือน ม.ค. คาดไว้ที่ 3.4% ส่วนธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประเมินเศรษฐกิจไทย ปีนี้จะโตได้แค่ 2.5% และปี 2560 จะโต 2.6%
สาเหตุที่ตัวเลขจีดีพีถูกปรับลดลงมาก็เพราะการส่งออกของไทยในปีนี้ ที่มองกันเมื่อต้นปีว่าจะฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ากลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด ตัวเลขส่งออกของไทยยังคงติดลบต่อเนื่องกันไป ทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมดูแย่
การที่เราจะเป็นจะตายกับตัวเลขส่งออกที่หดตัวลงนี่ ก็เพราะว่ามูลค่าจีดีพีของไทย 16-17 ล้านล้านบาท 60-70% เป็นรายได้มาจากการส่งออก หากมูลค่าเศรษฐกิจของไทยมาจากการบริโภค การลงทุน ก็คงไม่มีปัญหาถ้าการส่งออกจะกลายเป็นการส่งไม่ออก
สิ่งที่จะตามมาจากการส่งออกหดตัวคือ ผู้ที่ผลิตสินค้าก็จะไม่มีออร์เดอร์ ไม่มีคำสั่งซื้อก็ลดการจ้างงาน ไม่มีรายได้ ก็ลดการใช้จ่าย ประหยัดทุกๆ ทาง ให้พอมีกำไรทำธุรกิจต่อไปได้ ผลกระทบที่ภาครัฐจะได้รับคือ เมื่อกิจกรรมเศรษฐกิจไม่คึกคัก การจัดเก็บภาษีของกระทรวงการคลังก็จะลดตามไปด้วย เพราะทุกคนไม่มีกำไร หรือกำไรลดก็จ่ายภาษีน้อยลง
ผลกระทบเมื่อเศรษฐกิจดีหรือไม่ดีมันเกิดเป็นห่วงโซ่ ดิฉันคิดว่านักธุรกิจ นักวิชาการ และผู้ทำนโยบายทั้งหลายทราบดีว่าเป็นอย่างไร แต่การแก้ไขปัญหาอย่างไร มันไม่ได้อยู่ที่เรา และไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ มีการคิดว่าหากลดน้ำหนักการส่งออกในจีดีพีลงจะทำให้เศรษฐกิจไทยมีปัญหาได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกน้อยลง เรื่องนี้ก็เป็นจริงแต่การจะปรับโครงสร้างใดๆ ไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้น จะต้องวางแผนส่งเสริมการลงทุนหรืออื่นๆ อีกมากมายเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย
ดิฉันคิดว่า หากรัฐบาลยังบริหารงานแบบที่เป็นอยู่ เราคงจะออกจากวังวนของการเป็นประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลางได้ยาก รัฐบาลนี้มีเวลาน้อย มีความตั้งใจสูง เมื่อทำงานแล้วไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ผู้นำก็หงุดหงิด
ตามเหตุตามผล ที่ดิฉันเห็นมา ระบบอุปถัมภ์ได้ทำให้หน่วยงานราชการหลายแห่งที่เคยมีประสิทธิภาพกลายเป็นไร้ประสิทธิภาพ เพราะเต็มไปด้วยบุคลากรที่มีเส้นสายแต่มีความสามารถจำกัด คนเก่งหนีไปทำงานเอกชน เพราะอยู่ไปก็ไม่มีอนาคต บางกระทรวงพรรคการเมืองบางพรรคแทบจะผูกขาดเป็นเจ้าของกระทรวง ข้าราชการระดับสูงก็ตั้งโดยนักการเมือง ไม่ต้องเก่งแต่ต้องสนองนโยบายได้
สำหรับโลกยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ดิฉันว่าระบบอุปถัมภ์แบบเดิมๆ เริ่มจะเป็นระบบที่ทำลายประเทศแล้ว ต่อไปนี้ใครไม่เก่ง ใครไม่แกร่ง จะอยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ ในโลกปัจจุบัน
สำหรับเศรษฐกิจไทยดีหรือไม่ ดิฉันว่าอย่ามาเถียงกันในทางตัวเลขเลย ฟังข้อมูลข่าวสารแล้วก็อย่าไปเชื่อ แค่เปิดกระเป๋าสตางค์ของเราออกมาก็รู้แล้วว่าความจริงคืออะไร







