posttoday
กดดันอิหร่าน

กดดันอิหร่าน

06 สิงหาคม 2553

วอชิงตันโพสต์นำเสนอบทบรรณาธิการระบุถึงผลงานของรัฐบาลสหรัฐกับมาตรการกดดันโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน

ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี บารัก โอบามา ให้แนวทางการดำเนินนโยบายต่ออิหร่านไว้ว่า หากอิหร่านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเจรจาเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์ รัฐบาลโอบามาจะหาหนทางในการเพิ่มมาตรการลงโทษจากหลายฝ่ายเพื่อสร้างแรงกดดันต่ออิหร่านให้มากขึ้น

ในขณะนี้สิ่งที่ประธานาธิบดี โอบามา ได้ลั่นวาจาไว้ เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง หลังจากรัฐบาลสหรัฐดำเนินมาตรการทางการทูตอย่างเพียรพยายามอยู่สักระยะ สหรัฐก็สามารถเอาชนะท่าทีคัดค้านของรัสเซียกับจีน และทำให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติออกมติลงโทษอิหร่านรอบที่ 4 ต่อเนื่องด้วยการประกาศมาตรการลงโทษอิหร่านที่มีความรุนแรงขึ้นของสหภาพยุโรป แคนาดา ญี่ปุ่น และออสเตรเลียได้เป็นผลสำเร็จ

ถึงแม้สหรัฐจะประสบความสำเร็จในการผลักดันให้เกิดมาตรการลงโทษอิหร่านที่รุนแรงขึ้น ทว่าจีน อินเดีย และตุรกี ประเทศคู่ค้าสำคัญของอิหร่าน ซึ่งปฏิเสธที่จะมีมาตรการลงโทษอิหร่านตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ก็ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ

จีนประกาศชัดเจนว่าจะเดินหน้าเพิ่มการลงทุนในภาคพลังงานมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งสร้างแท่นขุดเจาะน้ำมันอีก 7 แห่งในอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาก็ได้ปรากฏสัญญาณบ่งชี้ว่ามาตรการลงโทษอิหร่านเริ่มจะได้ผลนั่นก็คือ การที่อิหร่านออกมาแสดงความจำนงว่าอาจจะยอมเข้าร่วมการเจรจาในเดือน ก.ย.

บทบรรณาธิการทิ้งท้ายระบุว่า การดำเนินนโยบายต่ออิหร่านของประธานาธิบดี บารัก โอบามา จะถือว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ก็อยู่ที่ท่าทีของอิหร่านกับการเจรจาที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ