posttoday
แล้งยังถล่ม27จังหวัดพื้นที่เกษตรล่ม1.5ล.ไร่

แล้งยังถล่ม27จังหวัดพื้นที่เกษตรล่ม1.5ล.ไร่

06 สิงหาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — ปภ.เผย ยังคงมีพื้นที่ประสบภัยแล้ง 27 จังหวัด

นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝนตกชุกในหลายจังหวัด ซึ่งเป็นผลดีต่อเกษตรกรไทย แต่ยังมีพื้นที่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงอีก 27 จังหวัด 154 อำเภอ แบ่งเป็น ภาคเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน ลำปาง ลำพูน พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี

ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครราชสีมา มหาสารคาม บุรีรัมย์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ หนองบัวลำภู และอุบลราชธานี ส่วนภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี และลพบุรี โดยมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 1,528,614 ไร่

ทางด้านนายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า ได้เตรียมแผนรองรับปัญหาอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ และได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 110 เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และยังได้มีการเฝ้าระวังเพื่อเตือนภัยน้ำหลากและดินถล่ม ตลอด 24 ชั่วโมง

นายเกษมสันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำหลาก ดินถล่ม โดยมุ่งเน้นใน 3 แผนงานหลัก คือ แผนการรับสถานการณ์น้ำท่วมระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมระยะสั้น แบ่งเป็นดังนี้ แผนรับมือก่อนเกิดอุทกภัย โดยเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์โดยติดตามข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำ การวิเคราะห์ คาดการณ์สถานการณ์ โดยใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์และ บูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ได้ประสานงานกับคณะกรรมการลุ่มน้ำและศูนย์ติดตามสถานการณ์อุทกภัยของจังหวัด เพื่อติดตามเฝ้าระวัง วิเคราะห์และรายงานสถานการณ์ และให้มีการซักซ้อมเตรียมรับสถานการณ์

ขณะเดียวกันเตรียมความพร้อมและตรวจสอบอุปกรณ์ เครื่องจักร เครื่องมือที่จะใช้ในการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและซักซ้อมเส้นทางหนีภัย

ขณะเดียวกัน ต้องทำการติดตั้งสถานีเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อลดปัญหาภัยพิบัติจากน้ำหลาก ดินถล่มในพื้นที่เชิงเขา ที่ได้ติดตั้งสถานีเตือนภัยไปแล้วกว่า 2,300 สถานี หรือประมาณ 8,000 หมู่บ้าน โดยระบบเตือนภัยมี 2 ประเภท ได้แก่ ระบบเตือนภัยพื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ หรือที่เรียกว่าระบบโทรมาตร และระบบเตือนภัยพื้นที่ลาดเชิงเขา หรือที่เรียกว่าระบบเตือนภัยล่วงหน้า

ทั้งนี้ ระบบเตือนภัยดังกล่าวจะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมความพร้อมเพื่ออพยพประชาชนและสิ่งของได้ทัน ซึ่งในอนาคตคาดว่าปัญหาน้ำหลากดินถล่มที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อบ้านเรือนและชีวิตของประชาชนจะค่อยๆ หมดไปจากประเทศไทยอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว