
อสังหาใต้ยังขาลง ธปท.แนะปรับตัว
แบงก์ชาติภาคใต้ชี้อสังหาฯ ยังอยู่ในช่วงขาลง แนะผู้ประกอบการปรับตัว เน้นบริการความเสี่ยง
แบงก์ชาติภาคใต้ชี้อสังหาฯ ยังอยู่ในช่วงขาลง แนะผู้ประกอบการปรับตัว เน้นบริการความเสี่ยง
นางสุรีรัตน์ ลัคนานิตย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในภาวะขาลง จากการที่ราคายางและราคาปาล์มยังตกต่ำ
ซึ่งราคายางมีผลกับรายได้ของคนภาคใต้มาก ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นของภาคใต้ยังไม่ดีมาก ส่วนภาคท่องเที่ยวจะมีในบางจังหวัดเท่านั้น ผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์จึงต้องปรับตัว โดยมองว่าตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคา 3-5 ล้านบาท ยังเป็นกลุ่มที่มีความต้องการและมีกำลังซื้อ แม้ว่าเวลานี้จะชะลอตัวเล็กน้อย เพราะไม่มั่นใจภาวะเศรษฐกิจ ถ้าผู้ประกอบการมีข้อเสนอที่ดีก็เชื่อว่าจะดึงการตัดสินใจของคนกลุ่มนี้ได้
นอกจากนี้ ยังต้องบริหารความเสี่ยงในการทำธุรกิจให้ดี เพราะแนวโน้มของทั้งเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในภาวะขาลง สะท้อนได้จากการที่ 14 จังหวัดภาคใต้ผูกรายได้กับเกษตรเป็นหลัก สัดส่วนมากถึง 27% โดยสัดส่วนนี้เป็นกลุ่มยาง 68% และปาล์ม 21% และเกินกว่า 50% ของการผลิตยางและปาล์มส่งออกไปจีน ซึ่งการที่รัฐบาลจีนได้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเน้นการบริโภคในประเทศ ทำให้การนำเข้าน้อยลง จึงมีผลให้ส่งออกของไทยยังฟื้นตัวยาก
ขณะที่ภาคธุรกิจอื่นๆ ของภาคใต้ เช่น อุตสาหกรรม 12% ค้าส่งค้าปลีก 10% การขนส่ง 9% และก่อสร้าง-อสังหาฯ 7% ก็ต้องพึ่งพากำลังซื้อท้องถิ่น ทำให้ปีที่ผ่านมาภาคที่อยู่อาศัยเติบโตเพียง 2.9% และก่อสร้างเติบโตเพียง 1.7% จะมีเพียงภาคการท่องเที่ยวที่สร้างสัดส่วนรายได้ประมาณ 8% ที่ยังมีทิศทางขาขึ้น ทำให้ธุรกิจโรงแรมเติบโตสูงถึง 10.4% และนับจากนี้อาจต้องลุ้นการลงทุนภาครัฐและการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชนที่อาจจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ได้
นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า 4 จังหวัดหลักของภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นครศรีธรรมราช และสงขลา แม้ภาคอสังหาฯ ยังชะลอตัว แต่ภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ โดย จ.สงขลา ที่ อ.สะเดา น่าจับตามองมากที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้วยังเป็นด่านที่มีมูลค่าการค้าขายสูงสุดของประเทศด้วย ซึ่งปัจจุบันยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ไม่มาก แต่ก็เริ่มมีตึกแถวและโรงแรมมากขึ้นบริเวณด่านนอก ในอนาคตคาดว่าจะมีโครงการจัดสรรและคอนโดมิเนียมเกิดใหม่มากขึ้น ส่วนอีกโซนที่ต้องจับตามอง คือ เส้นทางจากสนามบินไป อ.หาดใหญ่ โอกาสจะเกิดหมู่บ้านจัดสรรมากขึ้น
นายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า นับตั้งแต่ราคายางหดตัว กลุ่มคนซื้อยังมีเงินเก็บ แต่เริ่มระมัดระวังการใช้จ่าย และทำเลในจังหวัดรองที่ติดกับจังหวัดใหญ่ๆ จะมีคนไปซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้านมากขึ้น เช่น คนภูเก็ตหันมาซื้อที่ดินที่พังงาเพื่อสร้างบ้าน เพราะราคาที่ดินถูกกว่ากันมาก ผู้ประกอบธุรกิจรับสร้างบ้านต้องเร่งปรับตัว หาช่องทางใหม่ๆ ในการเข้าถึงผู้บริโภค







