
ความยอกย้อน ของสื่อเสรี
ดัชนีเสรีภาพสื่อของ RSF ปีนี้ ไทยอันดับตกลงมาอยู่ที่ 136 จาก 134 เมื่อปีก่อนด้วยเหตุที่เรารู้ๆ กันอยู่
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
ดัชนีเสรีภาพสื่อของ RSF ปีนี้ ไทยอันดับตกลงมาอยู่ที่ 136 จาก 134 เมื่อปีก่อนด้วยเหตุที่เรารู้ๆ กันอยู่ ที่จริงแล้วในช่วง 10 ปีของ Lost decade เสรีภาพสื่อไทยอยู่ในอัตราเลข 3 หลักตลอดและขึ้นลงผันผวนแม้แต่ในยุครัฐบาลประชาธิปไตย แต่เรื่องไทยขอละไว้ก่อน ที่ผมสนใจคือเพื่อนบ้านที่ระบอบการปกครองปกติกว่าไทยแต่กลับมีเสรีภาพสื่อน้อยกว่าหรือต่ำเกินคาด
อย่างฟิลิปปินส์ ที่ผมคิดว่าเสรีที่สุดแล้วในแถบนี้ กลับอยู่อันดับที่ 138 สาเหตุเพราะนักข่าวถูกข่มขู่จากอำนาจมืดคือกลุ่มอิทธิพลการเมืองและธุรกิจ ถ้ารายงานข่าวเปิดโปงพวกนี้จะถูกเก็บเอาง่ายๆ นักข่าวจึงหันเหไปเล่นงานรัฐบาลแทนเพราะอยู่ในที่แจ้งจึงไม่กล้าตอบโต้ สรุปก็คือจะวิจารณ์ต่อว่าใครในสังคมหรือรัฐบาลทำได้ฟรีสุดๆ แต่อย่าไปแตะอำนาจมืดเข้าไม่งั้นจะอยู่ไม่ยืด หาไม่ก็ต้องรับเงินมาเขียนอวยอำนาจมืด
ผมเคยคุยกับนักข่าวอาวุโสท่านหนึ่งของฟิลิปปินส์เราโฟกัสแต่การเมืองระดับมหภาคและการเมืองระหว่างประเทศ ไม่ได้คุยกันเรื่องท้องถิ่นเลย ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมสื่อฟิลิปปินส์ไม่ค่อยท้าทายอำนาจท้องถิ่น ส่วนชาวเน็ตแทนที่จะช่วยขุดคุ้ยกลับสนใจชาตินิยมปินอย (Pinoy pride) มากกว่า ซึ่งไอ้เจ้าปินอยไพรด์แบบสุดลิ่มทิ่มประตูนี้ทำให้ชาวต่างชาติค่อนข้างหงุดหงิดกับคนฟิลิปปินส์ที่ยกย่องชาติตัวเองจนเกินเหตุ แต่ถ้าเราเข้าใจว่ามันมีเหตุและผลเช่นนี้ก็คงจะหงุดหงิดน้อยลง
อินเดียก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เซอร์ไพรส์มากๆ เมื่อ 2-3 ปีก่อนผมไปอินเดียกับคณะผู้สื่อข่าวหลังรัฐประหารได้ไม่กี่วัน สื่ออินเดียอยากรู้อยากเห็นสถานการณ์ในไทยมาก แต่พอจะคุยกันจริงๆ สื่ออินเดียกลับพยายามย่างสดพวกเรากลางที่เสวนาหาว่าสื่อไทยทำงานไม่เต็มที่ในการยับยั้งความบิดเบี้ยวในระบอบการเมือง (ซึ่งผมก็ว่ามีส่วน) พร้อมเลกเชอร์ว่าสื่อควรทำหน้าที่อย่างไรในการพิทักษ์รักษาหลักการของบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่มีผู้ออกมาทำตามอำเภอใจกันจนวุ่นวายไปหมด
ในวาทะและลีลาส่วนตัวรู้สึกว่าเขาล้ำเส้นแขกผู้มาเยือนไปบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบัตรเชิญนั้นเขียนไว้ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งผมจินตนาการไว้แล้วว่าควรจะมีบรรยากาศที่รื่นรมย์กว่านี้ แม้จะผิดเพี้ยนไปบ้างแต่ก็อดประทับใจไม่ได้ที่สื่ออินเดียแสดงความเห็นตรงไปตรงมาในทางการเมือง มีทัศนะที่สมเหตุสมผลและมืออาชีพ และไม่แดกดันด้วยโวหารน้ำท่วมทุ่ง
แต่แล้วอินเดียกลับมีปัญหาเสรีภาพสื่อไม่ดีไปกว่าไทยนัก (อันดับ 133) ปัญหาก็คือสื่ออินเดียจะย่างสดนักการเมืองจะขุดคุ้ยอะไรก็ได้เต็มที่ แต่พอมาถึงเรื่องศาสนาแล้วพลังจะมอดลงทันที ถ้ามีใครกล้าชนกลับกลุ่มศาสนาจะถูกคุกคามด้วยพลังสาวกไม่ก็การฟ้องร้อง อินเดียเป็นอะไรที่ลักลั่นมาก เพราะในด้านการเมืองกลับลิเบอรัลสุดๆ แต่พอถึงเรื่องศาสนากลับคอนเซอร์ฯ สุดลิ่มทิ่มประตู นี่ขนาดอินเดียแยกรัฏฐะออกจากศาสนาแล้วนะครับ
ที่เขียนถึงเรื่องนี้เพราะนึกถึงความประทับใจตัวผู้สื่อข่าวอาวุโสชาวฟิลิปปินส์และอินเดียที่เคยพบปะแลกเปลี่ยนความเห็น เป็นแรงบันดาลใจให้ และมอบ Insight ที่มีคุณค่าเกี่ยวกับเสรีภาพสื่อที่บางครั้งมันผกผันกับคุณค่าในสังคมและอำนาจทางการเมือง
โดยเฉพาะนักข่าวอาวุโสชาวฟิลิปปินส์ท่านนั้นยังถามไถ่ถึงนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยบางท่านในไทยที่เคยยกย่องกันว่าเป็นไอค่อนแห่งยุคสมัย เพราะท่านเคยมาทำข่าวความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อเกือบ 25 ปีก่อน
หากท่านถามผมตอนนี้คงต้องตอบว่าคนที่ถามถึงนั้นเขาเป็น “อดีต” นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไปเรียบร้อยแล้ว







