posttoday

ชวนดูดาวอังคาร

01 พฤษภาคม 2559

ช่วงเวลานี้ เมื่อสังเกตท้องฟ้าเวลาประมาณ 3 ทุ่ม เราจะเห็นดาวพฤหัสบดีเป็นดาวสว่างที่สุดอยู่บนท้องฟ้าเหนือศีรษะ

โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด

ช่วงเวลานี้ เมื่อสังเกตท้องฟ้าเวลาประมาณ 3 ทุ่ม เราจะเห็นดาวพฤหัสบดีเป็นดาวสว่างที่สุดอยู่บนท้องฟ้าเหนือศีรษะ นอกจากดาวพฤหัสบดี ยังมีดาวเคราะห์สว่างอีกดวงหนึ่งขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก กำลังมีความสว่างเพิ่มขึ้นทุกวัน จะสว่างใกล้เคียงดาวพฤหัสบดีในปลายเดือนนี้ นั่นคือดาวอังคาร

ปีนี้ดาวอังคารผ่านจุดที่มีตำแหน่งอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวันที่ 22 พ.ค. และใกล้โลกที่สุดในวันที่ 31 พ.ค. 2559 ดาวอังคารผ่านตำแหน่งนี้โดยเฉลี่ยทุกๆ 2 ปี 2 เดือน แต่ละครั้งมีความสว่างและระยะห่างจากโลกไม่เท่ากัน เนื่องจากวงโคจรของดาวอังคารมีความรีค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ดวงอื่น

จุดเด่นของดาวอังคารเมื่อดูด้วยตาเปล่าคือสีของดาวที่จะสังเกตได้ว่าค่อนไปทางสีส้มอมชมพู ที่น่าสนใจคือช่วงที่ใกล้โลกในปีนี้ดาวอังคารจะปรากฏอยู่บริเวณกลุ่มดาวแมงป่อง กลุ่มดาวนี้มีดาวฤกษ์สว่างที่สุดในกลุ่มชื่อแอนทาเรส (Antares) หรือคนไทยเรียกว่าดาวปาริชาต ชื่อตามบัญชีดาวเบเยอร์ซึ่งขึ้นต้นด้วยอักษรกรีก แล้วตามด้วยชื่อกลุ่มดาว เรียกว่าดาวแอลฟาแมงป่อง เป็นหนึ่งในดาวสว่าง 4 ดวง ที่ปรากฏอยู่ใกล้เส้นสุริยวิถี ซึ่งเป็นแนวการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า (ดาวฤกษ์สว่างอีก 3 ดวง ได้แก่ ดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาว ดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโต และดาวอัลเดบารันในกลุ่มดาววัว)

ดาวแอนทาเรสมีสีส้มคล้ายดาวอังคาร ที่จริงแล้วชื่อของดาวแอนทาเรสก็เชื่อว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับดาวอังคาร โดยมีที่มาจากภาษากรีกโบราณที่แปลว่าเทียบเท่าหรือเป็นคู่แข่งกับเทพเจ้าแอรีส (Ares) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม หรือเทพเจ้ามาร์สของโรมัน ซึ่งก็คือดาวอังคาร

หากสังเกตตำแหน่งของดาวอังคารต่อเนื่องกันหลายวัน จะพบว่าดาวอังคารเคลื่อนที่ถอยหลังไปทางทิศตะวันตกเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ จากที่ก่อนหน้านี้เห็นอยู่ใกล้ดาวเสาร์ในกลุ่มดาวคนแบกงู ขณะนี้ถอยห่างจากดาวเสาร์ไปอยู่ในกลุ่มดาวแมงป่อง จากนั้นปลายเดือน พ.ค.จะเข้าไปอยู่ในพื้นที่กลุ่มดาวคันชั่ง

การเคลื่อนที่ถอยหลังเช่นนี้ หรือที่คนไทยโดยเฉพาะในแวดวงด้านโหราศาสตร์เรียกว่าพักร หรือการย้อนราศี เป็นเพียงมุมมองจากโลก เนื่องจากโลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดาวอังคาร เคลื่อนที่เร็วกว่าดาวอังคาร โลกจึงแซงดาวอังคาร ทำให้เห็นดาวอังคารเคลื่อนที่ถอยหลัง

วันที่ 22 พ.ค. ดาวอังคารมีตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ เมื่อดวงอาทิตย์ตก ดาวอังคารจะขึ้นในทิศตรงกันข้าม เมื่อถึงเที่ยงคืน ดาวอังคารจะอยู่สูงสุดบนท้องฟ้า และเมื่อถึงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น ดาวอังคารจะตก บังเอิญว่าปีนี้จันทร์เพ็ญตรงกับวันที่ 22 พ.ค.อีกด้วย ทำให้คืนนั้นมีดวงจันทร์สว่างเต็มดวงปรากฏอยู่ใกล้ดาวอังคาร

หลังจากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์ วันที่ 31 พ.ค. เป็นวันที่ดาวอังคารเข้าใกล้โลกที่สุด ห่างจากโลกประมาณ 75.2 ล้านกิโลเมตร ใกล้กว่าวันที่ 22 พ.ค. ประมาณ 1 ล้านกิโลเมตร สาเหตุที่วันทั้งสองไม่ใช่วันเดียวกัน เนื่องจากวงโคจรของโลกและดาวอังคารที่ไม่เป็นวงกลม

นักดาราศาสตร์อาศัยช่วงเวลาที่ดาวอังคารใกล้โลกในการสังเกตการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทั้งที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวและในบรรยากาศของดาวอังคาร แกนหมุนที่เอียงทำมุมกับระนาบการโคจรและระนาบสุริยวิถี ทำให้การปรากฏของดาวอังคารในกล้องโทรทรรศน์แตกต่างกันไปสำหรับการเข้าใกล้โลกแต่ละครั้ง บางครั้งดาวอังคารหันขั้วใดขั้วหนึ่งเข้าหาโลก ทำให้เห็นน้ำแข็งที่กระจุกตัวอยู่บริเวณขั้วได้ชัดเจน โดยมีสีขาวตัดกับสีส้มของผิวดาวอังคาร บางครั้งขั้วอยู่ในแนวเกือบตั้งฉากกับมุมมองจากโลก ทำให้เห็นขั้วน้ำแข็งได้ไม่ชัดเจน ซึ่งคาดว่าปีนี้จะเป็นแบบหลัง

ดาวอังคารมีดวงจันทร์บริวารสองดวง ชื่อว่าโฟบอสและดีมอส มีขนาดเล็กมาก สว่างน้อย สังเกตได้ยากด้วยกล้องโทรทรรศน์ของนักดูดาวสมัครเล่น ตำแหน่งของดาวบริวารที่อยู่ใกล้ดาวอังคารซึ่งสว่างมาก ก็ทำให้แสงจากดาวอังคารเป็นอุปสรรคในการสังเกตดาวบริวารที่จางกว่ามาก

หลังจากใกล้โลกที่สุดในวันที่ 31 พ.ค. 2559 ดาวอังคารจะออกห่างจากโลกมากขึ้น ความสว่างลดลงเรื่อยๆ แต่ยังคงเห็นได้บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำต่อเนื่องเป็นเวลานานไปถึงเดือน พ.ค. 2560

ปี 2561 เราจะมีโอกาสสังเกตดาวอังคารขณะใกล้ที่สุดอีกครั้งในเดือน ก.ค. ซึ่งดาวอังคารจะสว่างกว่าปีนี้ และเข้าใกล้โลกมากกว่าด้วยระยะห่าง 57.6 ล้านกิโลเมตร นับได้ว่าเป็นช่วงที่สังเกตดาวอังคารได้ดีที่สุดนับจากปี 2546 เชื่อว่าหากไม่มีเมฆฝนรบกวนมากนัก จะเป็นการปรากฏของดาวอังคารที่น่าดูที่สุดในรอบ 15 ปี

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (1-8 พ.ค.)

ดาวพุธหายเข้าไปในแสงจ้าของดวงอาทิตย์ เวลาหัวค่ำหลังดวงอาทิตย์ตกไม่นานจึงเหลือดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่เห็นได้ ดาวพฤหัสบดีเริ่มปรากฏขณะอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศตะวันออก โดยยังคงอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้น ถึงจุดสูงสุดบนท้องฟ้าเหนือศีรษะในเวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง แล้วคล้อยต่ำลงไปตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณตี 2 ครึ่ง

ดาวอังคารเคลื่อนถอยหลังไปอยู่ในกลุ่มดาวแมงป่อง ดาวเสาร์ยังคงอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ซึ่งอยู่ติดกัน ดาวอังคารขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง เริ่มสังเกตได้ดีหลังจากนั้น เมื่อดาวอังคารเคลื่อนสูงห่างขอบฟ้ามากขึ้น

ดาวเสาร์ซึ่งขณะนี้สว่างน้อยกว่าดาวอังคาร ตามขึ้นมาในอีกราวครึ่งชั่วโมง ดาวเคราะห์ทั้งสองจะผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าทิศใต้ในช่วงกลางดึกราวตี 2-ตี 3 แล้วเคลื่อนต่ำลงไปอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลาเช้ามืด

สัปดาห์นี้เป็นปลายข้างแรม มองเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่บนท้องฟ้าด้านทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด วันที่ 5 หรือ 6 พ.ค. เป็นวันท้ายๆ ที่มีโอกาสเห็นดวงจันทร์ในเวลาเช้ามืด ก่อนจันทร์ดับในวันที่ 7 พ.ค. หลังจากนั้นเข้าสู่ข้างขึ้น หัวค่ำวันที่ 8 พ.ค. เริ่มเห็นจันทร์เสี้ยวอยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ

เช้ามืดวันจันทร์ที่ 2 พ.ค. สถานีอวกาศนานาชาติจะปรากฏให้เห็นเป็นดาวสว่างเคลื่อนที่บนท้องฟ้า กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงเริ่มเห็นใกล้ขอบฟ้าทิศใต้ในเวลา 05.07 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางซ้าย ถึงจุดสูงสุดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 05.10 น. ที่มุมเงย 32 องศา แล้วเคลื่อนต่ำลง สิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 05.13 น.

เช้ามืดวันพุธที่ 4 พ.ค. สถานีอวกาศปรากฏให้เห็นได้ดี โดยเริ่มเห็นขณะออกจากเงามืดของโลกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ใกล้ดาวอังคารในเวลา 05.00 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางขวา ถึงจุดสูงสุดทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 05.01 น. ที่มุมเงย 55 องศา แล้วเคลื่อนต่ำลง สิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 05.05 น.

ข่าวล่าสุด

พักเรื่องบินมาฟินเรื่องช็อป! ไอคอนสยาม-ไอซีเอส จัดหนักแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ขนสิทธิพิเศษสู้สงกรานต์ตลอดเดือนเมษายนนี้