
การประมูล 4จี รอบ 2
โดย...รุจิระ บุนนาค กรรมการผู้จัดการ Marut Bunnag International Law Office
โดย...รุจิระ บุนนาค กรรมการผู้จัดการ Marut Bunnag International Law Office
การประมูล 4จี คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz สำหรับกิจการโทรคมนาคม เมื่อเดือน ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการประมูลที่ทำให้ประเทศไทยได้รับเงินจากการประมูลสูงสุด
มีผู้ที่ชนะการประมูล 2 ราย คือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JAS ด้วยวงเงินสูงถึง 75,654 ล้านบาท และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น หรือ TRUE ด้วยวงเงินสูงถึง 76,298 ล้านบาท
ทุกอย่างเมื่อเริ่มต้นดูเหมือนไปได้ด้วยดี แต่ JAS ซึ่งเป็นผู้ที่ชนะการประมูลคลื่นกลับไม่สามารถชำระเงินค่าประมูลงวดแรก พร้อมทั้งไม่สามารถวางหลักประกันธนาคารสำหรับการชำระในงวดต่อๆ ไปได้ ทำให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในธุรกิจโทรคมนาคม ธุรกิจโดยทั่วไป และที่สำคัญทำให้รัฐบาลขาดโอกาสที่จะได้รับเงินจากการประมูล เพื่อนำมาเป็นงบประมาณที่จะใช้ในการบริหารและพัฒนาประเทศ
ในขณะที่มีข่าวว่า อาจมีผู้ที่ชนะการประมูลไม่สามารถชำระเงินค่าประมูลงวดแรกได้ ในวันที่ 21 มี.ค. 2559 ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีมติล่วงหน้าในกรณีที่จะจัดประมูล 4จี คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ใหม่ โดยมีสาระที่สำคัญ คือ ราคาตั้งต้นของการประมูลจะเป็นราคาสุดท้ายของการประมูลครั้งก่อน, ผู้ที่ชนะการประมูลและชำระเงินประมูลแล้วมีสิทธิเข้าร่วมประมูลในรอบใหม่ได้ เป็นต้น
เมื่อ JAS ไม่สามารถชำระเงินค่าประมูลได้ตามกำหนดเวลา ได้มีผู้แสดงความคิดเห็นต่างๆ ที่หลากหลายกัน เช่น ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่ง คสช. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 44 ให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ AIS ซึ่งเป็นผู้ที่เสนอเงินค่าประมูลเป็นอันดับ 2 ในคลื่นความถี่ชุดที่ 1 ได้รับคลื่นความถี่โดยไม่ต้องจัดการประมูลใหม่ แต่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้แสดงความคิดเห็นว่า การกระทำดังกล่าวขัดต่อพระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่า การจัดสรรคลื่นความถี่ต้องกระทำโดยการจัดประมูลเท่านั้น แนวความคิดนี้จึงได้ตกไปหลังจากที่ได้มีผู้คัดค้านมากมาย
มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งที่ กสทช.ได้เตรียมแนวทางที่จะจัดประมูล 4จี คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ขึ้นใหม่ แต่ดูเหมือนว่าอาจมีปัญหาจึงมีผู้แสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและท้วงติงกันมากมาย จนในที่สุด หัวหน้า คสช.ได้มีคำสั่ง คสช.ที่ 16/2559 ให้จัดประมูล 4จี คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz รอบใหม่ ในวันที่ 27 พ.ค. 2559 โดยมีสาระสำคัญให้ราคาตั้งต้นของการประมูลเป็นเงินจำนวน 75,654 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับจำนวนเงินที่ JAS ประมูลได้ในครั้งก่อน, หลักประกันการประมูลเป็นจำนวนเงิน 3,783 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 5 ของราคาตั้งต้น, ให้ผู้ที่ชนะการประมูลในคราวที่แล้ว และได้ชำระเงินค่าประมูลแล้วสามารถเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ได้, ไม่อนุญาตให้ผู้ชนะการประมูลคราวที่แล้ว แต่ไม่ชำระเงินค่าประมูลเข้าร่วมการประมูลครั้งใหม่, ให้ความคุ้มครองขยายระยะเวลา AIS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz เดิมให้สามารถให้บริการจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2559, หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม กฎการประมูลและกำหนดการประมูลคลื่นความถี่เป็นไปตามท้ายบัญชีคำสั่งนี้
คำสั่ง คสช.ที่ 16/2559 นี้ ถือเป็นเรื่องดีที่ทำให้ขั้นตอนของ กสทช.ในการจัดประมูล 4จี คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz เร็วขึ้นมาอีกจากกำหนดเดิมถึง 2 เดือน ลดขั้นตอนการทำงานของ กสทช. ทำให้เป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นประชาชนผู้ใช้บริการ อีกทั้งยังทำให้รัฐบาลมีโอกาสที่จะได้รับเงินค่าประมูลเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคำสั่ง คสช.ที่ 16/2559 ที่ได้กำหนดแนวทางการทำงานที่ชัดเจนให้ กสทช.ไว้แล้ว แต่ กสทช.ยังจะต้องเตรียมการและพิจารณาดำเนินการในรายละเอียดต่างๆ อีกมากมาย อาทิ กรณีที่ไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูลเลยแม้แต่รายเดียว กสทช.จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป, กรณีที่มีผู้ชนะการประมูลแต่ไม่ชำระเงินค่าประมูลเหมือนครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการซ้ำรอยประวัติศาสตร์, กรณีมีการสมยอมราคา หรือฮั้วประมูลเพื่อประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งอย่างคาดไม่ถึง รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์เรียกค่าเสียหายให้ชัดเจน ในกรณีที่ผู้ชนะการประมูลไม่ชำระเงิน ค่าประมูลตามกำหนดเวลา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาถกเถียงโต้แย้งโดยอ้างว่า ค่าเสียหายบางประเภทอาจตีความไปได้ไม่ถึง
การประมูล 4จี คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ที่ผ่านมา ซึ่ง JAS ไม่สามารถชำระเงินค่าประมูลได้นั้น กสทช.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการตีความเรื่องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามกฎระเบียบที่มีอยู่ ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรจึงจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและลงตัว
จากกรณีดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นงานที่ท้าทาย กสทช. ซึ่งไม่ได้มีหน้าที่จัดการประมูล 4จี คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมตามกฎหมายเท่านั้น แต่ที่สำคัญคือ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตประจำวันไปแล้ว และที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อให้ประเทศชาติได้รับเงินจากการจัดประมูลเสียที จะได้นำส่งเข้ากระทรวงการคลังเพื่อใช้เป็นงบประมาณในการบริหารพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชนต่อไป
คงต้องจับตามองและเอาใจช่วย กสทช.ต่อไป







