
ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์
ขณะที่ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกในเย็นวันจันทร์ที่ 9 พ.ค. 2559 ดาวพุธจะเคลื่อนมาอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์
โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด
ขณะที่ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกในเย็นวันจันทร์ที่ 9 พ.ค. 2559 ดาวพุธจะเคลื่อนมาอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ทำให้ปรากฏเป็นจุดดำขนาดเล็ก ตัดกับแสงสว่างจ้าของผิวดวงอาทิตย์ แต่การสังเกตการณ์จากประเทศไทยอาจทำได้ยาก เสี่ยงที่จะมีอุปสรรคจากเมฆ เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนและเกิดปรากฏการณ์ในเวลาที่ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกลับขอบฟ้า
ดาวพุธเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ในวงโคจรที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์เกิดขึ้นเมื่อดาวพุธโคจรมาอยู่ตรงกลางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ เรียกว่าการร่วมทิศแนววงใน ทำให้คนบนโลกมองเห็นดาวพุธเป็นจุดดำอยู่ในวงดวงอาทิตย์เรียกปรากฏการณ์แบบนี้ว่าการผ่านหน้า (Transit) สำหรับดาวพุธโดยเฉลี่ยจะเกิดขึ้นประมาณ 13-14 ครั้งต่อศตวรรษ
ดาวพุธเคลื่อนมาอยู่ที่ตำแหน่งร่วมทิศแนววงในเฉลี่ยทุกๆ ประมาณ 4 เดือน แต่ไม่เกิดปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ทุกครั้ง เนื่องจากระนาบวงโคจรของดาวพุธไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกับระนาบวงโคจรของโลก ระนาบทั้งสองทำมุมต่างกันประมาณ 7 องศา ช่วงที่มีโอกาสเกิดปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้ จึงต้องเป็นช่วงที่เกิดการร่วมทิศแนววงในตรงบริเวณใกล้จุดตัดระหว่างระนาบทั้งสอง ซึ่งมี 2 จุด
จุดที่ดาวพุธเคลื่อนจากใต้ระนาบวงโคจรของโลกขึ้นมาเหนือระนาบดังกล่าว เรียกว่าจุดโหนดขึ้น อีกจุดหนึ่งอยู่ตรงข้าม เป็นจุดที่ดาวพุธเคลื่อนจากเหนือระนาบวงโคจรของโลกลงไปใต้ระนาบ เรียกว่าจุดโหนดลง ยุคปัจจุบัน ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์มีโอกาสเกิดขึ้นได้เฉพาะในเดือน พ.ค.หรือ พ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่โลกโคจรไปใกล้จุดโหนดทั้งสอง หากย้อนไปก่อนปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์มีโอกาสเกิดขึ้นได้เฉพาะในเดือน เม.ย.หรือ ต.ค. ทั้งนี้สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนระบบปฏิทินจากปฏิทินจูเลียสไปเป็นปฏิทินเกรกอรี
ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ในปีนี้เกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ 9 พ.ค. 2559 ประเทศไทยมีโอกาสสังเกตได้เฉพาะช่วงเริ่มปรากฏการณ์ โดยดาวพุธเริ่มแตะขอบด้านทิศตะวันออกของดวงอาทิตย์ (อยู่ด้านบนของดวงอาทิตย์เมื่อมองไปบนท้องฟ้า) ในเวลาประมาณ 18.10 น. หลังจากนั้นราวครึ่งชั่วโมง ดวงอาทิตย์จะตกลับขอบฟ้า
ในกรณีที่ท้องฟ้าเปิด ไม่มีเมฆหมอกบดบัง การสังเกตดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ในเย็นวันจันทร์ที่ 9 พ.ค. 2559 ต้องหาสถานที่ซึ่งท้องฟ้าด้านทิศตะวันตกเปิดโล่ง ดาวพุธมีขนาดเล็กและอยู่ไกลจากโลก จึงเห็นเป็นเพียงแค่จุดดำเม็ดเล็กๆ อาจเล็กกว่าจุดมืดที่ปรากฏบนดวงอาทิตย์ด้วยซ้ำไป ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถสังเกตดูได้ด้วยตาเปล่าได้ หากต้องการดูดาวพุธให้เห็นเป็นดวงกลมจำเป็นต้องใช้กล้องโทรทรรศน์กำลังขยายอย่างน้อย 50-100 เท่า และต้องใช้แผ่นกรองแสงปิดหน้ากล้องเพื่อลดความสว่างของดวงอาทิตย์
การสังเกตการณ์จากที่ต่างๆ ของโลก จะเห็นดาวพุธแตะขอบดวงอาทิตย์ไม่พร้อมกัน เวลาต่างกันเล็กน้อยเนื่องจากเกิดแพรัลแลกซ์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทำนองเดียวกับการที่เรามองเห็นตำแหน่งของนิ้วที่ต่างกัน เมื่อยกนิ้วขึ้นมาข้างหน้า แล้วมองด้วยตาข้างใดข้างหนึ่งสลับกัน
เมื่อสังเกตจากบริเวณกรุงเทพฯ ดาวพุธเริ่มแตะขอบดวงอาทิตย์ในเวลา 18.10.26 ขณะนั้นดวงอาทิตย์มีมุมเงยเหนือขอบฟ้าเพียง 5 องศา ดาวพุธเข้าไปอยู่ในดวงอาทิตย์หมดทั้งดวงตั้งแต่เวลา 18.13.38 จากนั้นดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าในเวลา 18.36 น.
ภาคเหนือเช่นที่เชียงใหม่ ดาวพุธเริ่มแตะขอบดวงอาทิตย์ในเวลา 18.10.28 มุมเงย 7 องศาดาวพุธเข้าไปอยู่ในดวงอาทิตย์หมดทั้งดวงตั้งแต่เวลา 18.13.40 จากนั้นตกลับขอบฟ้าในเวลา 18.49 น.ภาคใต้เช่นที่ภูเก็ต ดาวพุธเริ่มแตะขอบดวงอาทิตย์ในเวลา 18.10.26 มุมเงย 5 องศา ดาวพุธเข้าไปอยู่ในดวงอาทิตย์หมดทั้งดวงตั้งแต่เวลา 18.13.37 จากนั้นตกลับขอบฟ้าในเวลา 18.36 น. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสังเกตได้ยากเนื่องจากดวงอาทิตย์เกือบจะตกลับขอบฟ้าแล้วเมื่อเริ่มปรากฏการณ์
ดาวศุกร์ก็มีโอกาสเคลื่อนผ่านหน้าดวงอาทิตย์ได้เช่นกัน และมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าดาวพุธราว 5-6 เท่า จึงสามารถมองเห็นได้โดยไม่ใช้กล้องโทรทรรศน์ (ใช้แผ่นกรองแสงเพียงอย่างเดียว) พบได้เฉพาะในเดือน มิ.ย.หรือ ธ.ค. แต่นานๆ จึงจะเกิดขึ้นสักครั้ง พบเห็นได้ยากกว่าดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ และมักเกิดเป็นคู่ ระยะเวลาในคู่หนึ่งห่างกัน 8 ปี ระยะเวลาระหว่างคู่แรกถึงคู่ถัดไปห่างกันมากกว่า 100 ปี ดาวศุกร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์คู่ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2547 และ 6 มิ.ย. 2555 ซึ่งทั้งสองครั้งเห็นได้ในประเทศไทย คู่ถัดไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 11 ธ.ค. 2660 (ค.ศ. 2117) และ 8 ธ.ค. 2668 (ค.ศ. 2125)
หลังจากดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ในวันที่ 9 พ.ค. 2559 ครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 11 พ.ย. 2562 แต่ไม่เห็นในประเทศไทย เราจะมีโอกาสเห็นได้ในครั้งหลังจากนั้น ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 13 พ.ย. 2575 ตั้งแต่เวลาประมาณ 13.41 น. จนกระทั่งดวงอาทิตย์ตก
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (24 เม.ย.-1 พ.ค.)
ดาวพุธและดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์สองดวงที่เห็นได้บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ดาวพุธอยู่ใกล้ขอบทิศตะวันตกในทิศทางของกลุ่มดาวแกะ กำลังเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้นและมีความสว่างลดลง ทำให้สัปดาห์นี้เป็นช่วงสุดท้ายที่มีโอกาสเห็นดาวพุธ ก่อนที่ดาวพุธจะเคลื่อนมาอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ในเดือน พ.ค.
ดาวพฤหัสบดีอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศตะวันออกในกลุ่มดาวสิงโต ผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าเหนือศีรษะในเวลาประมาณ 3 ทุ่ม แล้วคล้อยต่ำลงไปตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณตี 3 กล้องโทรทรรศน์สามารถส่องเห็นดาวบริวารขนาดใหญ่ 4 ดวง เคลื่อนไปรอบดาวพฤหัสบดี และมีโอกาสเห็นจุดแดงใหญ่ซึ่งเป็นพายุขนาดยักษ์ในบรรยากาศ
ดาวอังคารและดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ซึ่งส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวนี้คั่นอยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับคนยิงธนู ดาวเคราะห์ทั้งสองขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง อาจสังเกตได้ดีหลังจากนั้นราวครึ่งชั่วโมง เมื่อเคลื่อนสูงห่างขอบฟ้ามากขึ้น จากนั้นผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าทิศใต้ในอีกราว 6 ชั่วโมงถัดมา แล้วเคลื่อนไปอยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้เมื่อฟ้าสาง
สัปดาห์นี้เป็นข้างแรม มองเห็นดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดของทุกวัน ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวอังคารในวันที่ 25 เม.ย.ที่ระยะห่าง 6 องศา แล้วผ่านใกล้ดาวเสาร์ในวันถัดไปที่ระยะ 3 องศา จากนั้นสว่างครึ่งดวงในวันสุดท้ายของเดือน







