
สจล. ตั้งโต๊ะประชาพิจารณ์โครงการริมเจ้าพระยา
สจล. ตั้งโต๊ะประชาพิจารณ์โครงการริมเจ้าพระยา ตัวแทนชุมชน-นักวิชาการอิสระออกเสียงคัดค้าน
สจล. ตั้งโต๊ะประชาพิจารณ์โครงการริมเจ้าพระยา ตัวแทนชุมชน-นักวิชาการอิสระออกเสียงคัดค้าน
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนครั้งที่ 1 หรือ (EIA) เพื่อจัดทำร่างรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ของการออกแบบโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตามแผนแม่บทระยะทาง 57 กิโลเมตร และพื้นที่นำร่อง 14 กิโลเมตร เพื่อฟื้นฟูแม่น้ำ พัฒนาภูมิทัศน์วัฒนธรรม และพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียม โดยมีประชาชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นกว่า 500 คน
นายสกุล ห่อวโนทยาน ผู้จัดการโครงการฯ เปิดเผยว่า การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เป็นการชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น พร้อมนำเสนอสาระสำคัญพื้นที่ศึกษาโครงการแผนการดำเนินงาน แนวทางศึกษารวมถึงประโยชน์ที่ทุกภาคส่วนจะได้รับจากการปรับภูมิทัศน์โครงข่ายทางเดิน ทางปั่นจักรยาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นสำคัญ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม และวิเคราะห์ข้อมูลทางกายภาพ เช่น ระดับน้ำขึ้นสูงสุดและต่ำสุดเป็นอย่างไร
นางวันเพ็ญ วิโรจนกูฎ ผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า คณะทำงานได้ศึกษาทบทวนทุติภูมิ ข้อกฏหมาย ระเบียบโดยมีประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมคำนึงถึงทรัพยากรสิ่งแวดล้อมด้านกายภาพ ด้านชีวภาพ คุณประโยชน์ของมนุษย์และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต ส่วนการออกแบบสำรวจภาคสนาม จะมีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตั้งแต่สะพานพระราม 7 ถึงสะพานปิ่นเกล้า เช่น ระดับเสียง ในชุมชนหรือสถานที่อ่อนไหวได้แก่ วัดตึก โรงพยาบาลวชิระ (ด้านริมน้ำ) วัดราชาธิวาส และวัดคฤหบดี ส่วนระบบนิเวศวิทยาทางน้ำ การสำรวจจะเน้นสิ่งมีชีวิตในน้ำเป็นหลักทั้งชนิดและปริมาณ โดยเฉพาะแพลงก์ตอนพืช
น.ส.อันธิการ สวัสดิ์ศรี โฆษกโครงการฯ กล่าวว่า กระบวนการมีส่วนร่วมได้เริ่มต้นหารือกับนักวิชาการ และผู้นำชุมชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้วทั้ง 31 ชุมชน แลละ 1 หมู่บ้าน ในระยะนำร่อง 14 กิโลเมตรไปบางส่วนแล้ว และจากการลงพื้นที่สำรวจพบปัญหาลักษณะคล้ายคลึงกัน ได้แก่ ปัญหาน้ำเน่าเสีย ขาดพื้นที่สาธารณะ ปัญหาน้ำท่วมขังซึ่งเกิดจากการรั่วซึมจนกระทั่งกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ปัญหาเขื่อนกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาสูงจนบดบังทางลมและทิวทัศน์ริมแม่น้ำ ยืนยันไม่มีการออกแบบสำหรับรถยนต์
สำหรับบรรยากาศการเปิดรับฟังความคิดเห็น ได้มีประชาชนและนักวิชาการอิสระตั้งข้อทักท้วงว่า วัตถุประสงค์ของโครงการที่แท้จริงคืออะไร เพราะหากเป็นเส้นทางปั่นจักรยานเพียงอย่างเดียว จะคุ้มค่างบประมาณก่อสร้างที่ต้องใช้เป็นจำนวนมากได้อย่างไร และเมื่อสร้างขึ้นมาแล้วใครจะเป็นผู้ดูแล ไม่อยากให้สถานที่แห่งนี้เป็นของกทม. แต่พื้นที่ริมเจ้าพระยาเป็นของประชาชนทุกคน ทั้งนี้เสียงส่วนใหญ่ของผู้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับโครงการริมเจ้าพระยา เพราะเหมือนการมัดมือชกประชาชน สวนทางกับรัฐบาลในการปฏิรูปสังคม
ยศพล บุญสม ผู้ประสานงานกลุ่มเฟรนด์ ออฟเดอะ ริเวอร์ กล่าวว่า ไม่มีที่ใดในโลกที่ใช้เวลาศึกษาผลกระทบการออกแบบพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพียง 7 เดือน เท่านั้น ซึ่งไม่สามารถที่จะออกแบบให้ออกมาดี หรือศึกษาผลกระทบอย่างรอบครอบครบถ้วนได้ สะท้อนถึงความเร่งรีบและไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการพัฒนาอย่างแท้จริง
“แบบแผนการก่อสร้าง คณะผู้ออกแบบระบุว่าใช้เวลาเพียง 2 เดือน แสดงว่านำแบบเส้นทางถนนของสำนักโยธา กทม. ที่มีอยู่เดิมมาปรับใช้ใช่หรือไม่ ขอเรียกร้องว่าทางนักวิชาการต้องการร่วมช่วยคิด เพราะทุกคนต้องการการพัฒนา โดยยังสามารถรักษามรดกวัฒนธรรมไว้ได้ จึงขอยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให้ยุติโครงการแล้วมาเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่” ยศพล กล่าว
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนครั้งที่ 1 หรือ (EIA) เพื่อจัดทำร่างรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ของการออกแบบโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตามแผนแม่บทระยะทาง 57 กิโลเมตร และพื้นที่นำร่อง 14 กิโลเมตร เพื่อฟื้นฟูแม่น้ำ พัฒนาภูมิทัศน์วัฒนธรรม และพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียม โดยมีประชาชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นกว่า 500 คน
นายสกุล ห่อวโนทยาน ผู้จัดการโครงการฯ เปิดเผยว่า การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เป็นการชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น พร้อมนำเสนอสาระสำคัญพื้นที่ศึกษาโครงการแผนการดำเนินงาน แนวทางศึกษารวมถึงประโยชน์ที่ทุกภาคส่วนจะได้รับจากการปรับภูมิทัศน์โครงข่ายทางเดิน ทางปั่นจักรยาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นสำคัญ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม และวิเคราะห์ข้อมูลทางกายภาพ เช่น ระดับน้ำขึ้นสูงสุดและต่ำสุดเป็นอย่างไร
นางวันเพ็ญ วิโรจนกูฎ ผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า คณะทำงานได้ศึกษาทบทวนทุติภูมิ ข้อกฏหมาย ระเบียบโดยมีประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมคำนึงถึงทรัพยากรสิ่งแวดล้อมด้านกายภาพ ด้านชีวภาพ คุณประโยชน์ของมนุษย์และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต ส่วนการออกแบบสำรวจภาคสนาม จะมีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตั้งแต่สะพานพระราม 7 ถึงสะพานปิ่นเกล้า เช่น ระดับเสียง ในชุมชนหรือสถานที่อ่อนไหวได้แก่ วัดตึก โรงพยาบาลวชิระ (ด้านริมน้ำ) วัดราชาธิวาส และวัดคฤหบดี ส่วนระบบนิเวศวิทยาทางน้ำ การสำรวจจะเน้นสิ่งมีชีวิตในน้ำเป็นหลักทั้งชนิดและปริมาณ โดยเฉพาะแพลงก์ตอนพืช
น.ส.อันธิการ สวัสดิ์ศรี โฆษกโครงการฯ กล่าวว่า กระบวนการมีส่วนร่วมได้เริ่มต้นหารือกับนักวิชาการ และผู้นำชุมชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้วทั้ง 31 ชุมชน แลละ 1 หมู่บ้าน ในระยะนำร่อง 14 กิโลเมตรไปบางส่วนแล้ว และจากการลงพื้นที่สำรวจพบปัญหาลักษณะคล้ายคลึงกัน ได้แก่ ปัญหาน้ำเน่าเสีย ขาดพื้นที่สาธารณะ ปัญหาน้ำท่วมขังซึ่งเกิดจากการรั่วซึมจนกระทั่งกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ปัญหาเขื่อนกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาสูงจนบดบังทางลมและทิวทัศน์ริมแม่น้ำ ยืนยันไม่มีการออกแบบสำหรับรถยนต์
สำหรับบรรยากาศการเปิดรับฟังความคิดเห็น ได้มีประชาชนและนักวิชาการอิสระตั้งข้อทักท้วงว่า วัตถุประสงค์ของโครงการที่แท้จริงคืออะไร เพราะหากเป็นเส้นทางปั่นจักรยานเพียงอย่างเดียว จะคุ้มค่างบประมาณก่อสร้างที่ต้องใช้เป็นจำนวนมากได้อย่างไร และเมื่อสร้างขึ้นมาแล้วใครจะเป็นผู้ดูแล ไม่อยากให้สถานที่แห่งนี้เป็นของกทม. แต่พื้นที่ริมเจ้าพระยาเป็นของประชาชนทุกคน ทั้งนี้เสียงส่วนใหญ่ของผู้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับโครงการริมเจ้าพระยา เพราะเหมือนการมัดมือชกประชาชน สวนทางกับรัฐบาลในการปฏิรูปสังคม
ยศพล บุญสม ผู้ประสานงานกลุ่มเฟรนด์ ออฟเดอะ ริเวอร์ กล่าวว่า ไม่มีที่ใดในโลกที่ใช้เวลาศึกษาผลกระทบการออกแบบพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพียง 7 เดือน เท่านั้น ซึ่งไม่สามารถที่จะออกแบบให้ออกมาดี หรือศึกษาผลกระทบอย่างรอบครอบครบถ้วนได้ สะท้อนถึงความเร่งรีบและไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการพัฒนาอย่างแท้จริง
“แบบแผนการก่อสร้าง คณะผู้ออกแบบระบุว่าใช้เวลาเพียง 2 เดือน แสดงว่านำแบบเส้นทางถนนของสำนักโยธา กทม. ที่มีอยู่เดิมมาปรับใช้ใช่หรือไม่ ขอเรียกร้องว่าทางนักวิชาการต้องการร่วมช่วยคิด เพราะทุกคนต้องการการพัฒนา โดยยังสามารถรักษามรดกวัฒนธรรมไว้ได้ จึงขอยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให้ยุติโครงการแล้วมาเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่” ยศพล กล่าว







