posttoday
รัฐบาลเร่งเต็มสูบ รับโค้งสุดท้ายไอยูยู

รัฐบาลเร่งเต็มสูบ รับโค้งสุดท้ายไอยูยู

21 เมษายน 2559

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า สหภาพยุโรป (อียู)

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจโพสต์ทูเดย์

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า สหภาพยุโรป (อียู) จะประเมินทบทวนมาตรการให้ใบเหลืองแก่ประเทศไทย และการแก้ไขระบบประมงของไทยครั้งสุดท้าย ดังนั้นรัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามาก โดยกระทรวงเกษตรฯแก้ไขปัญหาในเรื่องที่อียูตั้งข้อสังเกตทุกอย่างแล้ว  แต่ยังรายงานการทำงานไม่ถูกวิธี จึงต้องเปลี่ยนคนมาจัดระบบใหม่ เพราะยังมีเวลาแก้ไขก่อนที่อียูจะตัดสิน

ทั้งนี้ ในช่วงเดือน พ.ค. 2559 คณะของกรมประมงและศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) จะเดินทางไปพบกับสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อแสดงเจตนารมณ์ถึงความตั้งใจของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาการประมงไร้การควบคุม (ไอยูยู) ซึ่งไปรายงานว่าทางการไทยแก้ปัญหาอย่างไร มีความคืบหน้าในการบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาประมงแห่งชาติปี 2558 โดยเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดตั้งแต่ 14 พ.ย. 2558

นอกจากนี้ มีการออกใบอนุญาตการทำประมงในระบบใหม่ทุก 2 ปี การตรวจสอบย้อนกลับแหล่งทำประมง การติดตั้งระบบติดตามควบคุมเรือประมงพาณิชย์ หรือระบบวีเอ็มเอส โดยมีโทษแรงขึ้นในคดีทำผิดใบอนุญาตใหม่ หรือไม่มีใบอนุญาต ปรับตั้งแต่ 2 แสนบาท ขนาดเรือ 20-30 ตันกรอส หากเรือขนาด 60-150 ตันกรอส ปรับ 6 แสน-6 ล้านบาท ถ้ามากกว่า 150 ตันกรอส ปรับ 6-30 ล้านบาท หรือ 5 เท่ามูลค่าสัตว์น้ำบนเรือ ถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าปรับขึ้นกับการตัดสินของศาล มีโทษจำคุกหรือทั้งจำทั้งปรับ

“เรื่องนี้มองไปแล้วเหมือนจะมีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะทางอียูแจ้งว่าเราผิดไอยูยูอย่างไรบ้าง เราก็แก้ไขปัญหาให้พอใจ ทั้งออกกฎหมาย ขึ้นทะเบียนเรือประมง ห้ามซื้อขายกุ้งกับล้งเถื่อน ห้ามใช้แรงงานเด็ก ฯลฯ และมีการตรวจจับเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง แต่ทางเจ้าหน้าที่อียูก็จะงอกประเด็นใหม่ออกมาให้ทำเรื่อยๆ ไม่หยุด เหมือนทำเท่าไหร่ก็ไม่พอใจ” แหล่งข่าวเปิดเผย

พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ ผู้อำนวยการ ศปมผ. กล่าวว่า ทางศปมผ.จะเดินหน้าการทำงานต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย ไม่ว่าทางอียูจะประกาศให้ใบแดงหรือใบเหลืองแก่ไทย เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาไอยูยู ตั้งแต่การออกกฎหมาย การจัดระเบียบ การออกใบอนุญาต หรือการจดทะเบียนเรือและแรงงาน รวมถึงการออกอนุบัญญัติต่างๆ ให้เป็นไปตามหลักสากล และจัดระเบียบการทำประมงให้เป็นไปตามกฎหมาย และเร่งรัดวางระบบต่างๆ ให้สอดคล้องกับที่อียูต้องการเกี่ยวกับการตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลสินค้าประมง

“วันนี้ไทยไม่ได้คาดหวังว่าอียูจะให้ใบแดงหรือใบเหลือง ซึ่งทางอียูเองก็เปรียบเสมือนที่ปรึกษา โดยไทยได้ดำเนินการทุกอย่างตามที่อียูเสนอแนะ” พล.ร.ท.จุมพล กล่าว

ทั้งนี้ การเปลี่ยนอธิบดีกรมประมงจากวิมล จันทรโรทัย เป็นอดิศร พร้อมเทพ เป็นการตัดสินใจของฝ่ายบริหารโดยไม่กระทบต่อการแก้ไขปัญหาไอยูยูแต่อย่างใด เพราะบุคคลทั้งสองมีความรู้ความสามารถด้วยกันทั้งคู่ และได้ร่วมทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาไอยูยูมาโดยตลอด แต่อาจเป็นการเปลี่ยนตามวงรอบการทำงานก็เป็นได้ เพราะนายวิมลทำงานมาครบ 6 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีก่อน จึงสลับให้อดิศรเข้ามาเป็นอธิบดีแทนก็เป็นได้

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เชื่อว่าอธิบดีคนใหม่นี้จะสามารถเร่งรัดการแก้ไขไอยูยูได้ดีขึ้น หากอธิบดีกรมประมงคนใหม่ทำงานไม่เป็นที่น่าพอใจอีก ก็พร้อมที่จะมีการปรับเปลี่ยนได้ทันที โดยจะพยายามหาคนที่ทำงานได้ และมั่นใจในการทำงานมากขึ้น ซึ่งเท่าที่ผ่านมาอธิบดีคนก่อนก็ทำงานได้

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ด้วยโครงสร้างของกรมประมงที่มีการปรับเปลี่ยนการทำงาน มีขนาดองค์กรที่ใหญ่ขึ้น และหลายเรื่องของกรมประมงก็จำเป็นจะต้องเร่งรัดการทำงานให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนอธิบดีคนใหม่ขึ้น ส่วนกรมอื่นๆ ภายในกระทรวงเกษตรฯ ในขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนผู้บริหารของกรม เพราะทุกคนยังให้ความร่วมมือในการทำงานเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเวลาที่มีประชุมทุกคนก็มีการให้ความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ ช่วยกันเสนอ ช่วยกันคิด ถึงแม้ไม่ใช่ภาระหน้าที่ของตนเองก็มีการเสนออย่างเต็มที่ รวมทั้งหลายโครงการก็เริ่มเห็นผลและมีความคืบหน้าไปมากแล้ว อาทิ โครงการศูนย์การเรียนรู้ 882 แห่ง และโครงการเกษตรแปลงใหญ่ที่ในปีนี้อาจเกิดขึ้นถึง 500 แปลงทั่วประเทศ” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน