
"บิ๊กตู่"ตัดพ้อยอดไลค์ผลงานรัฐบาลน้อยกว่า"เน วัดดาว"
นายกรัฐมนตรีสั่งเร่งทำความเข้าใจประชาชนไม่สนใจโพลสำรวจความนิยมจะอยู่เป็นรัฐบาลตามเวลาที่เหลือ
นายกรัฐมนตรีสั่งเร่งทำความเข้าใจประชาชนไม่สนใจโพลสำรวจความนิยมจะอยู่เป็นรัฐบาลตามเวลาที่เหลือ
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างปิดการประชุมคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ยืนยันว่าผลสำรวจความนิยมจะขึ้นหรือลงก็จะอยู่ในตำแหน่งจะอยู่ยาวหรือสั้นก็จะทำตามเวลาที่เหลืออยู่ และเห็นว่าการประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐบาลผ่านสื่อโซเชียลมีเดียมีประชาชนกดไลค์แค่2หมื่นกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเน วัดดาว ที่มียอดไลค์มากถึง 1 ล้านคน ดังนั้น จึงต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น
"สังคมไทยวันนี้มันผิดเพี้ยน เน วัดดาวมีล้านกว่าไลค์ แต่ผลงานรัฐบาล 145 อย่างคนกดไลค์แค่ 2 หมื่นกว่า" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
สิ่งที่จะทำให้สำเร็จคือต้องมีการวางแผนสร้างความไว้วางใจ ทั้งประชาชน ภาครัฐ เอกชน และเอ็นจีโอ ถ้าไปด้วยกันไม่ได้จะพังพินาศ และวันนี้อย่าทำให้คนเป็นเหมือนหุ่นยนต์ ที่เจริญเติบโตไม่ทันเทคโนโลยี ประเทศเป็นเหมือนเครื่องยนต์ และคนที่นั่งในห้องประชุมเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนไปข้างหน้า หากขัดแย้งเครื่องยนต์ก็จะพังเดินหน้าประเทศไม่ได้ ซึ่งเครื่องยนต์จะต้องมีกล่องควบคุมคือ คสช. เพื่อควบคุมในเครื่องยนต์เดินหน้า และวันนี้ใครจะว่าอะไรก็ว่าไปแต่เราอยากทำงานในเวลาที่เหลืออยู่ให้สำเร็จ
ขณะนี้มีประชาชนมาร้องเรียนว่ารัฐบาลให้ประชาชนปลูกพืชใช้น้ำน้อย เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้ง หาว่ารัฐบาลแนะนำปลูกเผือก และเผือกก็ตายเพราะไม่มีน้ำ ซึ่งกล่าวหารัฐบาลโกหก บางพวกอาศัยโอกาสนี้ระบุว่ารัฐบาลโกหกพูดไม่จริง ใครจะรู้ว่าเผือกจะตาย น้ำไม่มี
พล.อ.ประยุทธ์ ได้หยิบยกปรัชญาคุณธรรมขึ้นว่า พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้คนไทยยังไม่มีวาสนา ไม่มีจิตสำนึก ไม่มีความเกรงกลัว และไม่ว่าใครดีกว่าใคร แต่ต้องทบทวนใหม่ เพราะสังคมตัน เช่นเดียวกับการใช้มาตรา 44 ออกกฏหมายเกี่ยวกับเด็กแว้นก็ยังมีการขับขี่อยู่ ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่มีความเกรงกลัว หรือจะให้เลิกผลิตรถจักรยานยนต์ในไทยเลยดีหรือไม่.







