
เร่งต้องรอบคอบ
การออกมาเร่งมาตรการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งมีการสั่งลงโทษข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 3 ล็อต เป็นจำนวนหลายร้อยคน โดยใช้คำสั่งมาตรา 44 ที่เป็นอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ นับเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะความยุติธรรมหากมาช้ามากๆ ก็กลายเป็นความไม่ยุติธรรม โดยเฉพาะความยุติธรรมที่ใช้ผ่าน มาตรา 44 ที่เป็นดาบสองคม มีทั้งช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น แต่หากขาดความรอบคอบไปลงโทษคนไม่ทุจริตก็อาจก่อผลเสียอย่างมาก
การออกมาเร่งมาตรการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งมีการสั่งลงโทษข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 3 ล็อต เป็นจำนวนหลายร้อยคน โดยใช้คำสั่งมาตรา 44 ที่เป็นอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ นับเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะความยุติธรรมหากมาช้ามากๆ ก็กลายเป็นความไม่ยุติธรรม โดยเฉพาะความยุติธรรมที่ใช้ผ่าน มาตรา 44 ที่เป็นดาบสองคม มีทั้งช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น แต่หากขาดความรอบคอบไปลงโทษคนไม่ทุจริตก็อาจก่อผลเสียอย่างมาก
คงไม่มีใครปฏิเสธว่าปัญหาใหญ่ของประเทศไทยตลอดมา ต้นตอของปัญหาเกือบทั้งหมดมาจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนั้นเมื่อนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 24 พ.ย. 2557 จัดตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ขึ้นมาภายในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรอำนวยการระดับชาติเพื่อให้การแก้ปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้คณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ หลายฝ่ายจึงหวังจะเห็นการปราบปรามทุจริตได้ผลจริงจังเหมือนต่างประเทศ
ที่ผ่านมา ศอตช.ได้ประกาศรายชื่อข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตไปแล้ว 3 ล็อต รวมหลายร้อยคน และในการสอบสวนมีการลงโทษหรือสั่งไม่ลงโทษไปแล้วหลายราย แต่อีกจำนวนมากก็โดนพักงานระหว่างการสอบสวนหลังผ่านไปแล้วกว่าปี ดังนั้นรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม จึงออกมาบอกว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น หลังมีปัญหาค้างเก่าอยู่จำนวนมาก โดยที่ผ่านมานายกฯ ใช้มาตรา 44 สั่งลงโทษพักงานไปแล้วหลายกรณี และให้ดำเนินการสอบสวนไปด้วย เพื่อจัดการปัญหาให้กับบุคลเหล่านั้นให้ได้กลับไปทำงาน ไม่เสียประโยชน์ และบางคนก็ใกล้จะเกษียณอายุราชการ แต่ถ้าผิดก็ต้องถูกลงโทษทางวินัย
ทั้งนี้ เพราะจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายชื่อข้าราชการ 3 ล็อตแรก พบว่ามีความผิดบ้าง หรือบางรายก็พ้นผิด ซึ่งการพักงานบางรายอยู่อย่างนี้ ก็เป็นบาปกรรม จึงมีคำสั่งให้เคลียร์ให้เร็ว เพราะการปลดล็อกที่เป็นการปลดล็อกให้ทีละคนนั้น ต้องขอให้รวบรวมจำนวนให้ได้จำนวนหนึ่งก่อน เพื่อที่จะประกาศในมาตรา 44 เพราะเมื่อประกาศลงโทษโดยมาตรา 44 ก็ต้องปลดล็อกโดยมาตรา 44 ส่วนการลงโทษหรือพ้นผิด จะยึดผลสอบขององค์กรตรวจสอบเป็นหลัก
ขณะที่หน่วยงานตรวจสอบ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อยาปราบศัตรูพืชราคาแพงเกินจริง การจัดซื้อเครื่องเล่นเด็กของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในราคาแพงเกินจริง คดีเหล่านี้ ป.ป.ช.บอกว่าเร่งรัดดำเนินการอยู่แล้ว แต่ต้องดูเนื้อหา พยานหลักฐานต่างๆ ประกอบด้วย เพื่อความรอบคอบ คงต้องใช้เวลาบ้าง คงไม่สามารถเร่งรัดเกินไปได้ เพราะบางเรื่องมีรายละเอียดเป็นจำนวนมาก ต้องใช้ความรอบคอบ
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงถือเป็นความท้าทายรัฐบาลอย่างยิ่ง ว่าจะเร่งปราบปรามลงโทษการทุจริตคอร์รัปชั่นให้เห็นผล ได้ทั้งเร็ว-รอบคอบ-ยุติธรรมได้อย่างไร สามารถลงโทษให้ได้ถึงหัวหน้าหรือตัวการใหญ่อย่างที่ต่างประเทศทำได้แค่ไหน เพราะการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นที่ได้ผลในต่างประเทศ ต้องลงโทษให้ได้ถึงต้นตอชนิดถอนรากถอนโคนจึงจะแก้ปัญหาได้
งานนี้จึงขอเป็นกำลังใจให้รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ของประเทศให้ได้ผลจริงจัง เพราะถึงแม้ผลงานด้านอื่นๆ อาจจะยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมจับต้องได้ไปบ้าง แต่ถ้าสามารถปราบปรามพวกที่ฉ้อราษฎร์บังหลวงได้เป็นเรื่องเป็นราว ก็เท่ากับไม่ทำให้สิ่งที่ผ่านมาเสียของไปทั้งหมด ทั้งความตั้งใจที่จะปฏิรูปประเทศ สร้างความปรองดอง ปูพื้นฐานให้รุ่นลูกรุ่นหลาน







