posttoday
6วันสงกรานต์เสียชีวิตเกือบ 400 ราย

6วันสงกรานต์เสียชีวิตเกือบ 400 ราย

17 เมษายน 2559

ศปถ. สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ผ่านไป 6 วัน เสียชีวิต รวม 397 ราย บาดเจ็บ 3,271 ราย

ศปถ. สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ผ่านไป 6 วัน เสียชีวิต รวม 397 ราย บาดเจ็บ 3,271 ราย

วันที่ 17 เม.ย. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2559 ว่าศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 16 เม.ย.59 ซึ่งเป็นวันที่6ของการรณรงค์ "สงกรานต์ปลอดภัยส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างวินัยจราจร"พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 380 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 59 ราย ผู้บาดเจ็บ 380 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ เชียงใหม่ 22 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา พะเยา จังหวัดละ 4 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด คือ เชียงใหม่ 22 คน

ขณะที่ยอดอุบัติเหตุรวม 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-16 เม.ย.59 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 3,104 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 397 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,271 คน จังหวัดที่มีอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ เชียงใหม่ 158 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ นครราชสีมา 18 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด คือ เชียงใหม่ 166 คน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 31.05 รองลงมาเมาสุรา ร้อยละ 28.16 ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ร้อยละ 80.88 รองลงมารถกระบะ ร้อยละ 10.08 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 69.21 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.32 ถนนในอบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.47 ซึ่งผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 49.54

นอกจากนั้น ศปถ.ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,127 จุด มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,796 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 654,354 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 108,717 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 31,016 ราย และมีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 29,840 ราย

นายอาคม กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน ถึงเรื่องความปลอดภัยในช่วงเทศกาล โดยบรรจุเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งยอมรับว่า การเดินทางโดยใช้รถส่วนตัวเป็นสาเหตุทำให้ตัวเลขอุบัติเหตุสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการเมาแล้วขับ การใช้รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย และการใช้ความเร็วเกินกำหนด รัฐบาลจึงใช้มาตรการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นแนวทางในการปฏิบัติ คือ "ยึดใบขับขี่ และยึดรถ" ขณะเดียวกันทางกระทรวงคมนาคมได้ติดตั้งจีพีเอส ในรถบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) ทุกคัน จึงสามารถจับความเร็วของรถสาธารณะได้ ส่วนในอนาคตจะมีการติดตั้งที่รถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อตรวจสอบ และควบคุมความเร็ว ทั้งนี้สถิติที่สูงขึ้นนั้นจะต้องกลับมาดูเรื่องของพฤติกรรมผู้ขับรถ ซึ่งวันแรกจะเห็นว่าอุบัติเหตุเกิดจากผู้ขับรถปิคอัพ และรถยนต์ส่วนบุคคล

ส่วนสถิติการใช้รถสาธารณะลดลงร้อยละ 6.8 นั้น ซึ่งต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 10 ซึ่งที่ต่ำกว่าเนื่องจากมีการใช้รถส่วนตัวเพิ่มมากขึ้น และราคาน้ำมันที่ลดลง รวมถึงมาตรการของรัฐบาลที่กระตุ้นเศษฐกิจโดยการให้ลดหย่อนภาษี นอกจากนี้ที่เพิ่มขึ้นคือประชาชนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านร้อยละ 3.7 สำหรับการกำหนดโทษใบขับขี่ได้มีการปรับเปลี่ยนทั้งรถยนต์ส่วนตัว และสาธารณะให้มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยที่ผ่านมาได้กำหนดโทษการเสียค่าปรับน้อย ทำให้ไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยในอนาคตการออกใบขับขี่ จะต้องผ่านโรงเรียนสอนขับรถ ต้องมีใบประกาศนียบัตร เหมือนใบปริญญา การออกใบขับขี่จะต้องยากมากขึ้น จะต้องสอบภาคทฤษฎีให้ได้ถึง 100% ส่วนการต่ออายุใบขับขี่จะต้องมีการอบรม และทดสอบกฎกติกาเพิ่มเติม เนื่องจากอาจจะมีกฎระเบียบใหม่เพิ่มเข้ามา เช่นการขับขี่บนทางด่วน หรือการขับขี่รถของผู้พิการ

ส่วนจุดตัดรถไฟเป็นมาตรการใหม่ที่กระทรวงคมานาคม ต้องดูแลความปลอดภัย โดยแบ่งเป็น 2 จุดคือ ถนนจุดตัดของกรมทางหลวง 10 จุด และกรมทางหลวงชนทบ 137 จุด ซึ่งมีการจัดอาสาสมัครประจำทุกจุด และถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด จึงได้มอบหมายให้การรถไฟประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งอาสาสมัครดูแลตามจุดตัดต่างๆ เพื่อลดอุบัติเหตุ

ภาพประกอบข่าว

ข่าวล่าสุด

ททท. ปลุก Night Tourism จัด Music in Memory คาดเงินสะพัด 200 ล้าน

ททท. ปลุก Night Tourism จัด Music in Memory คาดเงินสะพัด 200 ล้าน