posttoday
มาร์ค ชำแหละ ร่างรธน. ไม่ควรเป็นกม.สูงสุดประเทศ

มาร์ค ชำแหละ ร่างรธน. ไม่ควรเป็นกม.สูงสุดประเทศ

11 เมษายน 2559

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ภายหลังจากพิจารณารายละเอียดร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมประมวลความเห็นจากสมาชิกในช่วงที่พรรคไม่สามารถประชุมอย่างเป็นทางการได้ ล่าสุด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อม จุรินทร์
ลักษณวิศิษฏ์ และ องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงจุดยืนว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อเสียมากกว่าข้อดี และไม่เห็นด้วยที่รัฐธรรมนูญนี้จะเป็นกฎหมายสูงสุดในการจัดสรรอำนาจ บทบาทองค์กรของรัฐกับประชาชน

สำหรับข้อดีร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ มีมาตรการการปราบปรามการทุจริตในเรื่องลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ และการลงโทษคนทุจริตเลือกตั้งที่เข้มข้นขึ้น รวมถึงเรื่องที่นักการเมืองแทรกแซงกระบวนการจัดทำงบประมาณใช้เอง แต่ก็ยังมีจุดอ่อน เช่น ยกเลิกกระบวนการถอดถอนทำให้ความผิดที่จะไปจบที่ศาล ต้องใช้มาตรฐานเหมือนคดีอาญาจึงยากที่จะเอาผิด รวมทั้งการลดโทษคนที่เคยถูกถอดถอน ซึ่งเดิมจะเล่นการเมืองไม่ได้ตลอดชีวิตเหลือ 5 ปี

ส่วนข้อเสียของรัฐธรรมนูญ คือ มีการเบี่ยงเบนเจตนารมณ์และลดอำนาจประชาชนเมื่อเทียบอำนาจรัฐ ทั้งนี้เคยมีความหวังว่าการปฏิรูปจะยืนยันหลักประชาธิปไตยและเพิ่มอำนาจประชาชน แต่โครงสร้างหลักของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม เพราะที่ผ่านมาสิทธิประชาชนมีความก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ แต่รัฐธรรมนูญที่มีการร่างใหม่ถดถอยจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ทั้งสิ้น

อภิสิทธิ์ อธิบายว่า หากสิทธิของประชาชนถดถอยจะเกิดความขัดแย้งในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่จนอาจเกิดความรุนแรงขึ้น อีกทั้งการลดสิทธิเสรีภาพประชาชนโดยเพิ่มอำนาจราชการมากเกินไป จะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจ ในแง่การตอบสนองความต้องการของประชาชนอ่อนแอลง และทำให้รัฐบาลที่มาจากประชาชนมีปัญหามากขึ้น

อีกด้านหนึ่ง ระบบเลือกตั้งก็เป็นปัญหา สว.มีที่มาไม่ยึดโยงกับประชาชน แต่ให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเลือกนายกรัฐมนตรีนอกบัญชีได้ตามที่กำหนดในบทเฉพาะกาล นอกจากนี้การกำหนดให้ใช้บัตรเดียวในการเลือกตั้งก็เป็นการบังคับทำให้ประชาชนไม่สามารถเลือกตั้งอย่างเสรีได้อีกต่อไป จากประเด็นเหล่านี้ทำให้ประชาชนที่ควรมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศถูกจำกัดสิทธิอย่างมาก

ปัญหาสำคัญของรัฐธรรมนูญอีกประเด็นหนึ่ง คือ แก้ไขเพิ่มเติมยากมาก โดยเฉพาะประเด็นวุฒิสภาหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุให้ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาและต้องมีวุฒิสภาสนับสนุนถึง 1 ใน 3 ในขณะที่ทั้งหมดมีที่มาเดียวกันหมด การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงอยู่ในมือของ สว. และยังมีวาระ 5 ปี เท่ากับเกี่ยวข้องกับรัฐบาล 2 ชุด คล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญปี 2521 ซึ่งในขณะนั้นมีความพยายามต่ออายุบทเฉพาะกาล ดังนั้นหากจะแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยแทบทำไม่ได้เลยแต่ถ้าวุฒิสภาและรัฐบาลสมประโยชน์ ก็จะแก้ไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการได้

ทั้งหมดนี้จึงทำให้สมาชิกของพรรคเห็นว่าข้อเสียมากกว่าข้อดีและเราไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประเทศไทยต้องการรัฐธรรมนูญปราบโกงและเป็นประชาธิปไตย

“ผมใช้คำว่าไม่เห็นด้วย แต่ยังไม่พูดว่ารับหรือไม่รับ เพราะมีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ข้อแรกถ้าประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนี้ มีหลักประกันอะไรว่ารัฐธรรมนูญที่จะบังคับใช้ต่อไปจะดีกว่านี้หรือจะไม่เลวร้ายยิ่งไปกว่านี้ จึงเรียกร้องว่าการใช้สิทธิของประชาชนเจ้าของประเทศมีสิทธิรู้ว่าถ้าไม่รับแล้วจะมีกระบวนการอย่างไร เราต้องการคำตอบจาก คสช.ในเรื่องนี้” อภิสิทธิ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุด้วยว่า คำถามพ่วงประชามติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ให้ สว.เข้ามามีส่วนเลือกนายกฯ ได้ภายในระยะเวลา 5 ปีนั้น พรรคไม่เห็นด้วยและไม่รับคำถามนี้ เนื่องจากวุฒิสภาที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาดังกล่าว เป็นวุฒิสภาที่มาจากกระบวนการสรรหา และ คสช.เป็นผู้แต่งตั้งในขั้นตอนสุดท้าย การให้วุฒิสภาลงคะแนนเสียงร่วมกับ สส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่ากับสามารถลบล้างเจตจำนงประชาชนที่แสดงออกในการเลือกตั้งได้ ผิดจากหลักการของ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะ

อย่างไรก็ตาม การทำเช่นนี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ มีแต่จะทำให้ความขัดแย้งหรือปัญหาทางการเมืองรุนแรงขึ้น สมมติว่าหากวุฒิสภาใช้สิทธิตรงนี้จับมือกับพรรค หรือ สส.ที่เป็นเสียงข้างน้อย ตั้งนายกฯ เพื่อให้เกิดรัฐบาลก็จะทำงานยาก เพราะเป็นเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร หรือถ้าวุฒิสภาไปจับมือกับพรรคอันดับหนึ่งก็ไม่ช่วยเรื่องเสถียรภาพ ก็จะเป็นการลดอำนาจเสียงข้างน้อย ในการคานอำนาจเสียงข้างมาก

“ดังนั้นจึงมีแต่ผลเสีย ถ้าสภาไม่ยอมให้ สว.ชี้ขาดในการเลือกนายกฯ มีวิธีเดียว คือ พรรคใหญ่ต้องจับมือกันก็จะเกิดเผด็จการในสภา พรรคจึงยืนยันว่าเป็นคำถามที่ประชาชนไม่สมควรรับในการลงประชามติ เพราะสร้างความขัดแย้งผิดหลักการ ซึ่งเมื่อวันที่ 8 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เคยระบุว่า ไม่เห็นด้วยที่จะให้วุฒิสภาเลือกนายกฯ หวังว่าจะยืนยันความเห็นนี้ เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกมองว่า สนช.ทำทั้งที่หัวหน้า คสช.ประกาศแล้วว่าไม่เห็นด้วย” อภิสิทธิ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า การจัดทำประชามติต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผ่านกระบวนการที่เสรีและเป็นธรรมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำประชามติ แต่การทำกฎหมายประชามติมีความสับสน ในการกำหนดบทบาทของฝ่ายต่างๆ จากการห้ามไม่ให้ประชาชนทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ดังนั้นข้อห้ามในกระบวนการประชามติต้องเขียนอย่างชัดแจ้ง ซึ่งมีเพียงมาตราเดียว คือ มาตรา 62 ที่ห้ามไม่ให้มีการสื่อสารผิดข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะก้าวร้าว ข่มขู่ ดังนั้นการเผยแพร่ความเห็นอย่างสุจริตต้องทำได้

นอกจากนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้รักษากฎหมายต้องออกมายืนยันว่า ประชาชนมีสิทธิดำเนินการได้ ไม่เช่นนั้นกระบวนการนี้จะทำให้งบประมาณสูญเปล่า รวมทั้งกรณีมีการเขียนคุ้มครอง กรธ.และเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เกิดความเข้าใจว่ามีเฉพาะ กรธ.และเจ้าหน้าที่รัฐที่จะชี้นำได้ จึงอยากให้ กกต.แสดงความชัดเจนและให้กระบวนการเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรมเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับนำไปสู่การเดินหน้าประเทศ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน