posttoday
วัยรุ่นวุ่นเพราะสมอง

วัยรุ่นวุ่นเพราะสมอง

10 เมษายน 2559

สมองของวัยรุ่นยังเติบโตไม่เต็มที่ ทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้สมองบางส่วนหยุดทำงาน

สมองของวัยรุ่นยังเติบโตไม่เต็มที่ ทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้สมองบางส่วนหยุดทำงาน และการทำงานที่ต่ำกว่าปกติของสมองนี่เองคือสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นบางคนมีการแสดงออกทางสังคมและจิตวิทยาเหมือนกับผู้บาดเจ็บทางสมอง

ในครัวมีเนยวางทิ้งไว้จนละลายเยิ้ม ข้างๆ คือกล่องนมที่ดื่มหมดแล้ว อ่างล้างจานมีจาน แก้วและช้อนส้อมที่ใช้แล้วกองสุมอยู่เต็ม แต่หนุ่มวัยรุ่นของบ้านมัวแต่ง่วนกับโทรศัพท์ไม่สนใจจะช่วยเก็บโต๊ะ พอผู้ใหญ่เอ่ยปากทักว่าทำไมอะไรต่ออะไรจึงรกเละเทะอย่างนี้ หนุ่มน้อยก็โมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง

ปฏิกิริยาแรงๆ (ที่ผู้ใหญ่มองว่าแรงอย่างไม่มีเหตุผล) ของวัยรุ่น เป็นผลมาจากการฟื้นฟูตัวเองของสมอง โดยสมองของวัยรุ่นมีการรื้อ ปรับเปลี่ยน และซ่อมแซมไปพร้อมกัน ความสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้นในสมองนี่เอง คือตัวการที่ทำให้วัยรุ่นมีบุคลิกลักษณะบางอย่างที่ไม่ต่างอะไรกับผู้ที่บาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรง

สมองฆ่าตัวเอง

สมองของคนเราเจริญเติบโตและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่เราลืมตาดูโลก แต่หลังอายุ 6 ขวบไปแล้ว ขนาดของสมองจะไม่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ในอดีตนักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าสมองของคนเราพัฒนาเต็มที่เมื่ออายุ 6 ขวบ แต่เมื่อมีการนำเครื่องสแกนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและวิธีสแกนสมองแบบอื่นๆ เข้ามาใช้ในการศึกษาวิจัยตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา นักวิทยาศาสตร์ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าสมองมนุษย์ในช่วงอายุ 6-22 ปี มีการรื้อทำลายและสร้างใหม่ควบคู่กันอยู่ตลอดเวลา

หลังอายุ 6 ขวบ สมองแทบไม่มีการสร้างนิวรอนหรือเซลล์ประสาทเพิ่มขึ้นอีกเลย นอกจากนี้นิวรอนจำนวนมากยังเริ่มกำจัดตัวเองอย่างเป็นระบบโดยนิวรอนในสมองบางส่วนจะตายลงถึงครึ่งหนึ่งในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น จำนวนนิวรอนที่ตายลงอาจจะฟังดูเหมือนมาก แต่การกำจัดตัวเองเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้นิวรอนที่เหลือแข็งแรงขึ้น นักวิทยาศาสตร์เคยศึกษาระยะยาวกับเด็กกลุ่มหนึ่ง โดยวัดทักษะของเด็กเหล่านี้พร้อมกับศึกษาการพัฒนาของสมองควบคู่กันเป็นเวลาหลายปี ผลการศึกษาชี้ว่า ยิ่งเด็กเสียนิวรอนจากสมองกลีบหน้าส่วนบนไปมากเท่าใด ความสามารถในการจดจำคำก็จะดีขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้การที่สมองกำจัดนิวรอนในสมองกลีบหน้าส่วนหลังยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมการเคลื่อนไหว ทั้งนี้นักประสาทวิทยาอธิบายว่าเหตุที่สมองกำจัดนิวรอนบางส่วนไปก็เพื่อจะเก็บรักษานิวรอนและใยประสาทที่แข็งแรงที่สุดไว้ใช้งานนั่นเอง

ผลต่อไอคิว

การรื้อทำลายและฟื้นฟูตัวเองของสมองที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาอาจส่งผลต่อระดับสติปัญญาหรือไอคิวของเด็กวัยรุ่น ดังผลการวิจัยของ เคที่ ไพรซ์ นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ซึ่งติดตามวัดไอคิวของเด็กวัยรุ่นกลุ่มเดิมตั้งแต่อายุ 14 ปีจนถึง 18 ปี ผลปรากฏว่าบางคนไอคิวลดลงมากถึง 20 จุด ขณะที่บางคนไอคิวสูงขึ้นมากถึง 23 จุด ซึ่งสาเหตุที่ไอคิวของเด็กวัยรุ่นไม่คงที่เป็นเพราะสมองมีการสร้างเซลล์อย่างต่อเนื่องนั่นเอง ไพรซ์พบว่าเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่เข้าร่วมการวิจัยมีไอคิวด้านภาษาสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะเดียวกันไอคิวด้านที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาและการรับรู้เชิงพื้นที่กลับลดลง แต่ผลไอคิวของเด็กอื่น บางคนกลับออกมาตรงกันข้าม การวิจัยด้วยการสแกนสมองของไพรซ์แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของระดับไอคิว 2 ประเภทนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการที่ศูนย์ควบคุมการทำงานบางศูนย์ในสมองมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าวนำไปใช้อธิบายได้ว่าเหตุใดเด็กวัยรุ่นบางคนที่เคยเก่งคณิตศาสตร์หรือภาษามากๆ กลับเปลี่ยนเป็นเก่งอีกด้านขึ้นมาอย่างปุบปับ

แรงกระตุ้นและความตื่นเต้น

ในช่วงวัยรุ่น สมองกลีบหน้าซึ่งทำหน้าที่กำกับความยับยั้งชั่งใจและระงับความอยากชั่ววูบยังเจริญไม่เต็มที่ ด้วยเหตุนี้วัยรุ่นจึงเป็นช่วงที่อันตรายที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต เพราะสมองที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ทำให้วัยรุ่นมีแนวโน้มชอบเสี่ยง ดื้อรั้น และขาดความระมัดระวัง มนุษย์เรามีโอกาสเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุในช่วงอายุ 15-19 ปี สูงกว่าช่วงอายุ 10-14 ปี ถึง 6 เท่า นอกจากนี้สถิติการประกอบอาชญากรรมยังสูงที่สุดในกลุ่มเด็กหนุ่มอายุ 15-19 ปี และวัยรุ่นทั้งสองเพศยังมีความเสี่ยงที่จะติดยาเสพติดสูงกว่าวัยอื่นมาก

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นกับสมองของวัยรุ่นมีรูปแบบที่ตายตัว กล่าวคือศูนย์ควบคุมที่อยู่ด้านหลังสุดของสมองจะเจริญเต็มที่ก่อนบริเวณอื่น ในขณะที่สมองส่วนหน้าจะยังทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์เต็มที่จนกว่าจะถึงวัย 20 ต้นๆ และสมองกลีบหน้าส่วนหน้าสุด (Prefrontal Cortex) ซึ่งโตเต็มที่ทีหลังสุดก็เป็นที่ตั้งของศูนย์ควบคุมความอยากทำตามแรงกระตุ้น และความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล วัยรุ่นและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่สมองกลีบหน้ามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ต่างก็สูญเสียความสามารถในการตัดสินใจวางแผน และริเริ่มทำสิ่งต่างๆ เช่น เก็บกวาดทำความสะอาดด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องให้ใครบอก เป็นต้น

วัยรุ่นวุ่นเพราะสมอง

 

ความต้องการรางวัลทำให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมคล้ายนักพนัน

วัยรุ่นหลายคนโดดเรียนเพื่อจะได้อยู่กับเพื่อน เพราะสมองของคนวัยนี้เสพติดการกระตุ้นศูนย์การให้รางวัลในสมองนั่นเอง

การทำการบ้านเสร็จไม่ได้ให้ผลตอบแทนทันที แต่การเล่นเกมคอมพิวเตอร์และการพนันนั้น ถ้าเล่นชนะก็ได้ผลตอบแทนทันใจ เอฟเวอลีน โครน นักวิจัยประจำมหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัมทดลองให้วัยรุ่นและผู้ใหญ่เล่นเกมที่มีเงินรางวัลล่อใจ โดยผู้เล่นสามารถเลือกกลยุทธ์ได้ 2 แบบ ถ้าเลือกแบบแรกจะได้เงินมากกว่า แต่ก็จะเสียเยอะกว่า และในที่สุดก็จะเสียจนหมดตัว แต่ถ้าเลือกแบบที่ 2 จะได้เงินทีละน้อย แต่มีเงินเหลือในตอนจบ ผลปรากฏว่า วัยรุ่นมักจะหมายมั่นอยากได้รางวัลแจ็กพอต จึงมักเล่นเสียมากกว่าผู้ใหญ่ ความรู้สึก “มัน” เวลาเล่นชนะน่าจะเป็นผลมาจากศูนย์การให้รางวัลในสมองทำงานมากเกินปกติ และไวต่อการกระตุ้น เด็กวัยรุ่นจึง “เมา” และติดใจความรู้สึกที่เกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ