posttoday
รัฐบาลเฉพาะกาลกับภารกิจการร่อนลง

รัฐบาลเฉพาะกาลกับภารกิจการร่อนลง

08 เมษายน 2559

โดย...พลเดช  ปิ่นประทีป / ประธานมูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา

โดย...พลเดช  ปิ่นประทีป / ประธานมูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา

ในเวทีเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นและประชาคมจังหวัดทั่วประเทศ ที่มีการพบปะหารือและประชุมแลกเปลี่ยนกันเป็นประจำ พวกเรามีความสนใจเป็นพิเศษในการติดตามภารกิจในครึ่งหลังของรัฐบาลซึ่งเป็นช่วงของการร่อนลง คืออยากรู้ว่ารัฐบาล คสช.ชุดนี้ จะสามารถส่งมอบบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติได้หรือไม่ และทิ้งมรดกที่สำคัญๆ อะไรไว้ให้กับสังคมบ้าง

1.ปัญหาความมั่นคง

ในภาพรวมปัญหาความขัดแย้งวุ่นวายทางการเมืองและหมิ่นสถาบันนับว่าดีขึ้นกว่าเดิมมาก คงเป็นผลมาจากอำนาจเบ็ดเสร็จตามมาตรา 44 ที่คอยป้องปราม อีกทั้งจากมาตรการเร่งรัดกระบวนการยุติธรรมพิจารณาโทษผู้กระทำผิดทุกฝ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย และจากปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในภาคสนาม

ปัญหาชายแดนใต้แม้เรื้อรังมา 12 ปีแล้ว ในภาพรวมก็ดีขึ้นมาก กล่าวคือระหว่างปี 2547-2557 ซึ่งเคยมีเหตุการณ์ความไม่สงบเฉลี่ย 111 ครั้ง/เดือน บัดนี้ลดลงเหลือ 66 ครั้ง/เดือน ในปีล่าสุด การพูดคุยสันติภาพยังคงดำเนินการคืบหน้าไปแบบไม่กระโตกกระตาก น่าเสียดายหน่อยก็ตรงที่รัฐบาลยังขาดมาตรการงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในลักษณะเชิงรุกที่มีคุณภาพเพียงพอ เพื่อไปเสริมงานความมั่นคงอย่างทันท่วงที โดยมุ่งช่วยให้เกิดการมีงานทำ สัมมาชีพชุมชน คุณภาพชีวิต และฟื้นคืนความเชื่อถือไว้วางใจระหว่างชุมชนต่างศาสนิก อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังกลับมีความพยายามสร้างสถานการณ์ไฟใต้ขึ้นมาใหม่บ่อยครั้ง ก็เชื่อว่าฝ่ายความมั่นคงสามารถเกาะติดเหตุปัจจัยที่ซับซ้อนและยึดกุมสถานการณ์ได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาความมั่นคงภายในทั้งหลายแหล่ ล้วนเป็นเรื่องที่มีรากลึกมาก ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่ากลไกอำนาจรัฐปกตินั้น นอกจากจัดการไม่ได้แล้ว ยังเป็นตัวปัญหาเสียเองด้วย จึงอดเป็นห่วงไม่ได้

2.การปราบปรามและป้องกันทุจริต

คณะกรรมการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแลด้วยตัวเองกับกลไกศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้สร้างผลงานเขย่าวงการต่างๆ ไว้ค่อนข้างมากและเป็นรูปธรรม ซึ่งแม้จะเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์อยู่บ้าง แต่ภาพรวมก็เป็นที่พอใจของประชาชน รวมทั้งดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นก็มีลำดับที่ดีขึ้น จากที่ 102 มาเป็นที่ 85 จาก 175 ประเทศ ส่วนคะแนนยังคงได้ 38 เท่าเดิม

รัฐบาล คสช.ได้สร้างผลงานใหม่ๆ อีกหลายเรื่อง อาทิ การผลักดันกฎหมายตั้งศาลคดีทุจริต การประกาศตั้งกองทุนปราบปรามการทุจริต การออก พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ รวมทั้งการใช้มาตรา 44 กับข้าราชการระดับสูงที่มีประเด็นทุจริต หรือประโยชน์ทับซ้อนอยู่หลายระลอก ฯลฯ

แต่อย่างไรก็ตาม คดีทุจริตของนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และผู้บริหารหน่วยงานรัฐขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (ส.ต.ง.) และสำนักงานอัยการสูงสุด กลับพบว่ายังคงเดินไปเรื่อยๆ ด้วยอัตราความเร็วเดิม

3.รัฐธรรมนูญ

พวกเราเห็นไปในทางเดียวกันว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2559 เวอร์ชั่นล่าสุดที่รอการลงประชามติ ในภาพรวมดูดีกว่าเวอร์ชั่นแรกมาก เพราะได้เพิ่มเติมด้านสิทธิชุมชน และด้านการปฏิรูปเข้าไปตามข้อเสนอของภาคีเครือข่ายต่างๆ รวมทั้งอีกหลายส่วนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2558 ได้เคยทำรายละเอียดไว้ให้แล้ว

ส่วนเรื่องกระบวนการเข้าสู่อำนาจรัฐในโครงสร้างส่วนบน ซึ่งบรรดาคอการเมืองกำลังถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันนั้น ข่ายงานของพวกเราขออยู่ห่างๆ ไปก่อน เพราะตระหนักดีว่าตราบใดที่พลังการเมืองภาคพลเมืองยังไม่เข้มแข็งมากจนถึงขนาด ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ คงไม่อาจเข้าถึงบทบาทในส่วนนี้ ต้องปล่อยให้อำนาจอิทธิพลของนักการเมืองในระบบตัวแทน ข้าราชการและกลุ่มทุนว่ากันไปก่อน

สำหรับประเด็นการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการรับรองของประชาชนส่วนใหญ่หรือไม่นั้น “ไม่กล้าฟันธง”

4.การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจตกต่ำเป็นปัญหาใหญ่ของโลกที่ทุกประเทศต่างได้รับผลกระทบโดยถ้วนหน้า ทีมเศรษฐกิจที่มีรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นหัวเรือใหญ่ ได้ใช้ความพยายามอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยในการประคับประคองเศรษฐกิจมหภาคของประเทศโดยผ่านการทำงานของ 7 กระทรวงด้านเศรษฐกิจ ทั้งมาตรการการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การบุกตลาดต่างประเทศใหม่ๆ การสร้างพันธมิตรการลงทุน การพัฒนาโครงข่ายการขนส่งโดยสารของประเทศครั้งใหญ่ในระบบราง ฯลฯ ควบคู่ไปกับการสร้างเศรษฐกิจฐานรากและสัมมาชีพชุมชน

นโยบายสานพลังประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากที่รัฐบาลประกาศขับเคลื่อนมาตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีที่แล้ว สามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าติดตาม ขบวนกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านกลไกการปกครองท้องที่ ด้วยโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตตำบลละ 5 ล้านบาท ดูเหมือนว่าจะเชื่องช้าไปหน่อย แต่โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจชุมชนระลอกใหม่ที่ผ่านกลไกของชุมชนโดยตรง คือ กองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 5 แสนบาท กำลังได้รับการตอบรับอย่างคึกคักจากประชาชน ชุมชนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมในพื้นที่

5.การปฏิรูปด้านสังคมและคุณภาพชีวิต

จากข้อมูลของรัฐสภาจนถึงสิ้นเดือน ก.พ. 2559 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้รับร่าง พ.ร.บ.เข้ามาสู่กระบวนการทำงานรวม 189 ฉบับ โดยได้ผ่าน พ.ร.บ.ไปแล้ว 149 ฉบับ ในจำนวนนี้พบว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเอื้อต่องานพัฒนาชุมชนเข้มแข็งและสังคมเข้มแข็งรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 20 ฉบับ

ส่วนเรื่องปฏิรูปการศึกษาที่สังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษและผิดหวังกันมาโดยตลอดนั้น ดูเหมือนว่าการสั่งทุบโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการด้วยอำนาจตามมาตรา 44 จะเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่รัฐบาลตั้งใจจะทำในช่วงร่อนลง ส่วนว่าแล้วจะทำอะไรต่อไปนั้น ขณะนี้ยังไม่ปรากฏรายละเอียดที่่ชัดเจนออกมา ข่ายงานของพวกเราเห็นว่าแผนงานปฏิรูปการศึกษาที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้จัดทำไว้อย่างเป็นระบบแล้วน่าจะเป็นประโยชน์

ขอให้กำลังใจครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ