จับผิดฟอร์เวิร์ดเมลลวงโลก รู้ทันภัยออนไลน์
8...วิทยา ปะมะระ
ลักษณะของข่าวลือคือ ข่าวที่ไม่มีที่มาที่ไป หาต้นตอไม่ได้ (แต่ถ้ามีข้อมูลโดนใจ บางคนก็พร้อมจะเชื่อเสมอ) เช่นเดียวกับโลกออนไลน์ที่คนเล่นอินเทอร์เน็ตมักได้รับ
“ฟอร์เวิร์ดเมล” หรือจดหมายลูกโซ่ กันบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งเนื้อหาในฟอร์เวิร์ดเมลเหล่านี้ส่วนใหญ่มักไม่ใช่เรื่องจริง ทำให้คนเข้าใจผิด ที่สำคัญยังถูกส่งต่อกันเป็นทอดๆ อยู่ตลอดเวลาตัวอย่างฟอร์เวิร์ดเมลลวงโลกที่ถูกส่งต่อบ่อยครั้งที่สุด ได้แก่ ปัญหาเรื่องฮอตเมล โดยระบุว่า บริษัท ไมโครซอฟท์ จะเลิกให้บริการอีเมลนามสกุล @hotmail.com ดังนั้นเพื่อไม่ให้ไมโครซอฟท์ระงับการให้บริการก็ขอให้ช่วยกันฟอร์เวิร์ดอีเมลให้มากๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีคนใช้ฮอตเมลเยอะ ฟอร์เวิร์ดเมลนี้พบเห็นมาเป็นสิบปี และทุกวันนี้ยังคงปรากฏให้เห็นเช่นเดิมไม่เสื่อมคลาย
ทั้งที่ความจริงแล้วไมโครซอฟท์ไม่ได้เลิกให้บริการฮอตเมลแต่อย่างใด แถมต้องออกข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงอีกต่างหาก
หรือกรณีอีเมลขอความช่วยเหลือ เช่น บอกว่าลูกป่วยต้องการฟอกเลือด ขอรับบริจาคเลือด และให้ส่งต่ออีเมลไปถึงผู้ใจบุญ พร้อมระบุที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และรูปถ่าย แน่นอนว่าคนที่ได้รับฟอร์เวิร์ดเมลดังกล่าวย่อมเกิดความสงสารและเผยแพร่อีเมลนี้ต่อกันไปเรื่อยๆ
นอกจากนี้ ยังมีฟอร์เวิร์ดเมลประเภทสร้างให้เกิดความเข้าใจผิด เช่น กรณีเครื่องดื่มน้ำดำยี่ห้อหนึ่งถูกระบุว่าหากดื่มเข้าไปแล้วจะเป็นผลเสียต่อร่างกาย โดยอ้างตัวอย่างว่าตำรวจมักจะพกเครื่องดื่มชนิดนี้ติดท้ายรถเสมอ เวลามีอุบัติเหตุก็จะเอาเครื่องดื่มชนิดนี้ล้างคราบเลือด หรือแม้กระทั่งบอกว่าเอาตะปูแช่ไว้เพียง 1 วัน ตะปูถึงกับละลาย (แล้วคนจะไปเหลืออะไร)
ต่อมาก็ลามไปถึงเครื่องดื่มชาเขียว บอกว่า ดื่มชาเขียวแล้วจะทำให้ไขมันอุดตันในเส้นเลือด หรือแม้กระทั่งสบู่เหลวก็ยังมีฟอร์เวิร์ดเมลบอกว่าใช้แล้วจะมีสารก่อมะเร็ง เพราะสารเคมีจะแทรกซึมตามผิวหนังสะสมไว้ในร่างกาย
ปรเมศวร์ มินศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ ผู้ให้บริการเว็บไซต์กระปุกดอทคอม (kapook.com) กล่าวว่า ฟอร์เวิร์ดเมลเหล่านี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ประเภทแรกคือ อีเมลที่ก่อให้เกิดความแตกตื่น เช่น การปล่อยข่าวว่าฮอตเมลจะปิดให้บริการ หรืออีเมลประเภทจดหมายลูกโซ่ ได้รับแล้วต้องส่งต่อให้เพื่อนอีก 10 คน ไม่เช่นนั้นจะมีอันเป็นไป แต่หากส่งครบก็จะมีความสุขสวัสดีในชีวิต
ประเภทที่ 2 อีเมลโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ มีทั้งโฆษณาสินค้าของตัวเอง อีเมลประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโฆษณายารักษาโรคที่ไม่สามารถโฆษณาตามช่องทางทั่วไปได้ ซึ่งหากตรวจสอบจริงๆ ก็จะพบว่าไม่ได้รับมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อีกแบบคืออีเมลโจมตีคู่แข่งทางการค้า โดยยกเหตุผลทางวิชาการสารพัดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นกรณีฟอร์เวิร์ดเมลเรื่องชาเขียวและอาหารเสริมต่างๆ
และประเภทที่ 3 คือ อีเมลขอความช่วยเหลือ แม้จะเป็นเรื่องจริง แต่การที่ไม่ระบุวันเวลาลงในอีเมลก็ทำให้คนเข้าใจผิด และส่งต่อกันไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงคนที่ต้องการความช่วยเหลืออาจได้รับการรักษาจนหายดี หรือเสียชีวิตไปแล้ว
“
ผมเคยได้รับฟอร์เวิร์ดเมลขอความช่วยเหลือให้ลูก พอโทร.ไปเช็กกับเจ้าของเรื่องกลับกลายเป็นว่าลูกของเขาได้เสียชีวิตไปนานแล้ว และขอร้องให้ช่วยไปแก้ข่าวให้หน่อย พอมันเกิดขึ้นแบบนี้ก็เสียความรู้สึกกันทั้งสองฝ่าย” เขาเล่าปรเมศวร์ ชี้ให้เห็นว่า ความน่ากลัวของฟอร์เวิร์ดเมลประเภทนี้คือ การทำให้คนตกใจ เข้าใจผิด รวมทั้งฟอร์เวิร์ดเมลประเภทเรี่ยไรรับบริจาคเงิน ทั้งที่ความจริงแล้วอาจเป็นการหลอกลวงก็ได้
“
ที่น่ากลัวตอนนี้ก็มีพวกฟอร์เวิร์ดเมลหลอกให้โอนเงิน หรือหลอกเอารหัสผ่านต่างๆ โดยการบอกว่ามีเว็บให้โหลดเพลงฟรี ดูทีวีอินเทอร์เน็ตได้ทั่วโลก แต่ต้องกรอกข้อมูลบางอย่างก่อน พอคนหลงเชื่อก็จะถูกหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่านต่างๆ และที่ร้ายที่สุดคือ หลอกเอารหัสบัตรเครดิตไป”ปรเมศวร์ แนะนำว่า ต่อไปนี้เมื่อได้รับฟอร์เวิร์ดเมลอะไรก็แล้วแต่ ก่อนที่จะส่งต่อให้คนอื่นควรทำการตรวจสอบเสียก่อน โดยวิธีง่ายๆ คือเอาคีย์เวิร์ดสำคัญๆ ของเมลนั้นไปค้นหาในกูเกิล (Google) เพื่อดูว่าคนอื่นมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือมีใครเคยได้รับแล้วเสียท่าอย่างไรบ้าง หรือหากเป็นไปได้ก็ควรสอบถามไปยังบุคคลที่ถูกอ้างอิงตามอีเมลนั้นๆ ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่
หากพบว่าเป็นการหลอกลวงก็ควรเอาข้อเท็จจริงไปฟอร์เวิร์ดต่อให้คนอื่นได้รับทราบ หรือไม่ก็หยุดส่งต่อเพื่อตัดวงจรของมันนั่นเอง


