
ธปท.หนุน จับฟอกเงิน
ธปท.เตรียมร่วมมือ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินเศรษฐีไทยที่มีชื่อในเอกสารลับปานามา เปเปอร์ส
ธปท.เตรียมร่วมมือ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินเศรษฐีไทยที่มีชื่อในเอกสารลับปานามา เปเปอร์ส
แหล่งข่าวจากผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การตรวจสอบเส้นทางฟอกเงินด้วยการหลบเลี่ยงภาษีออกจากไทยไปต่างประเทศทำได้ไม่ยาก หากเป็นการโอนเงินอย่างเปิดเผยผ่านธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินในประเทศไปซื้อกิจการหรือลงทุนในต่างประเทศ กรณีทำธุรกรรมเกิน 2 ล้านบาท ก็ต้องรายงานต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แต่หากนำเงินออกไปด้วยวิธีการอื่น เช่น ถือเงินสดออกไปก็ไม่มีทางติดตามได้
“เงินคนไทยที่ไปอยู่ในต่างประเทศแล้วจะตามเส้นทางเงินได้หรือไม่ แยกเป็นหลายกรณี ถ้าเงินอยู่ในประเทศที่มีความร่วมมือทางการเงินก็จะติดตามได้ผ่านทาง ปปง.เป็นหลัก แต่ถ้าเงินอยู่ในประเทศ
ที่ไม่มีข้อตกลงหรือความร่วมมือป้องกันการฟอกเงินก็ไม่สามารถทำได้” ผู้บริหาร ธปท. กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ธปท.อนุญาตให้นำเงินออกนอกราชอาณาจักร กรณีซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศได้ไม่เกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ/ราย/ปี กรณีออกไปลงทุนในหุ้นตั้งแต่ 10% ลงทุนกิจการในเครือ หรือให้กู้ยืมกิจการในต่างประเทศ นิติบุคคลให้ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ/บุคคลธรรมดา จะต้องขออนุญาต
สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม (ไม่รวมกองทุนส่วนบุคคล) บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัย สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง นิติบุคคลไทยที่มีสินทรัพย์ตั้งแต่ 5,000 ล้านบาท บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ไม่จำกัดจำนวน
กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยสามารถนำเงินสกุลบาทออกนอกประเทศได้ไม่เกิน5 หมื่นบาท
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะถาม ปปง.ว่าทำไมไม่รายงานให้ทราบว่าคนไทยมีรายชื่อเกี่ยวข้องในเอกสารลับปานามา เปเปอร์ส ตามที่สมาคมผู้สื่อข่าวสอบสวนนานาชาติ
(ไอซีไอเจ) นำออกมาเปิดเผยว่ามีการหลบเลี่ยงภาษีและฟอกเงิน เมื่อมีการเปิดเผยออกมา ปปง.สามารถตรวจสอบเชิงรุกไปในพื้นที่ที่อาจมีเงินผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ได้ ซึ่งโทษสูงสุดของกฎหมายฟอกเงินไทยคือจำคุกตลอดชีวิต รวมถึงยึดทรัพย์สินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย
“กฎหมายของไทยมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะติดตามเงินผิดกฎหมายเหล่านี้ได้ เนื่องจากไทยเป็นสมาชิกองค์กรต่อต้านการฟอกเงิน และได้รับการยกย่องว่าปฏิบัติตามเป็นอย่างดี การที่มีคนไทยนำเงินไปฝากได้ ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายของไทยมีช่องโหว่ แต่อาจเป็นปัญหาที่กระบวนการนั้นถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น จึงหลุดไปได้ บางทีเงินไม่ได้ส่งไปจากไทย แต่ส่งไปจากที่อื่น” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว







