posttoday
พิสูจน์จริงใจต้านโกง

พิสูจน์จริงใจต้านโกง

06 เมษายน 2559

กรณีการรั่วไหลของข้อมูลเกี่ยวกับการก่อตั้งบริษัทนอกประเทศเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินของบุคคลต่างๆ ทั่วโลกที่ถูกนำมาเปิดเผยโดยกลุ่มนักข่าวที่เรียกกันว่า International Consortium of Investigative Journalists (ICIJ) ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลก เพราะเป็นการรั่วไหลของข้อมูลประเภทนี้ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

กรณีการรั่วไหลของข้อมูลเกี่ยวกับการก่อตั้งบริษัทนอกประเทศเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินของบุคคลต่างๆ ทั่วโลกที่ถูกนำมาเปิดเผยโดยกลุ่มนักข่าวที่เรียกกันว่า International Consortium of
Investigative Journalists (ICIJ) ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลก เพราะเป็นการรั่วไหลของข้อมูลประเภทนี้ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

จากรายชื่อของบุคคลสำคัญที่มีการเปิดเผยออกมา มีบุคคลสำคัญระดับโลก ไม่ว่าจะในแวดวงการเมือง ธุรกิจ ตลอดไปจนถึงวงการกีฬา รวมไปถึงบรรดาผู้ใกล้ชิดของผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองในโลก เช่น ประธานาธิบดีรัสเซีย นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประธานาธิบดีจีน รวมไปถึงบุคคลสำคัญระดับรองลงมา เช่น นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย หรือรัฐมนตรีของกัมพูชา สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวได้แผ่ขยายไปทั่วทุกมุมโลก

แม้ว่าในข้อมูลดังกล่าวจะยังไม่มีการระบุถึงพฤติกรรมการกระทำผิด แต่คนส่วนใหญ่เมื่อได้รับทราบเกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว ต่างก็มีความเชื่อว่าพฤติกรรมเหล่านั้น มีแนวโน้มที่จะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอย่างไรอย่างหนึ่ง เป็นต้นว่า การหลีกเลี่ยงภาษี การฟอกเงินที่ได้มาโดยช่องทางทุจริต หรือการฟอกเงินที่ได้จากการก่ออาชญากรรมประเภทต่างๆ

แม้ข้อมูลจะไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรม แต่ก็มีความเคลื่อนไหวในหลายประเทศเพื่อเรียกร้องให้บุคคลระดับผู้นำออกมาชี้แจงเกี่ยวกับการกระทำของบุคคลใกล้ชิดกับผู้นำเหล่านั้น

คาดกันว่าในเดือน พ.ค.ที่จะถึงนี้ จะมีการนำเอารายละเอียดทางธุรกรรมการเงินของบุคคลต่างๆ ออกมาเปิดเผย ซึ่งเชื่อว่า เมื่อถึงเวลานั้น โลกก็จะสะเทือนเลื่อนลั่นมากกว่านั้น และอาจจะได้เห็นการผลัดเปลี่ยนผู้นำในบางประเทศก็เป็นได้

สำหรับประเทศไทยนั้น ก็มีรายงานข่าวว่า มีบุคคลสัญชาติไทยจำนวนมากกว่า 20 คน ไปก่อตั้งบริษัทนอกประเทศเพื่อประกอบธุรกรรมทางการเงินด้วย

ตามรายชื่อที่มีสื่อบางแห่งนำมาเปิดเผยนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในสังคมไทย บางคนก็ถึงกับมีส่วนในการต่อต้านคอร์รัปชั่น หรือมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลชุดปัจจุบัน

พูดถึงการคอร์รัปชั่น ส่วนใหญ่เราจะนึกไปถึงการติดสินบาทคาดสินบน แต่ความจริงแล้ว การคอร์รัปชั่นควรจะต้องกินความกว้างไปถึงการฉ้อราษฎร์บังหลวงทุกประเภท การเลี่ยงภาษี ก็ต้องถือเป็นการบังหลวง เป็นพฤติกรรมที่ควรจะต้องถูกประณามและถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเช่นกัน

รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศให้การขจัดการคอร์รัปชั่นเป็นวาระสำคัญวาระหนึ่ง มีการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อกำจัดคอร์รัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาก็มีหลายๆ เรื่องราวที่ยังเป็นที่ค้างคาใจของคนในสังคม บทสรุปของหลายๆ คดีก็ไม่ต่างไปจากรัฐบาลที่ผ่านๆ มา นั่นก็คือการฟอกขาวให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และอีกหลายๆ คดี ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่สามารถตอบคำถามของสังคมได้

เรื่องของปานามา เปเปอร์ส จึงจะเป็นอีกหนึ่งบทที่จะพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลในการที่จะกำจัดคอร์รัปชั่นให้พ้นไปจากสังคมไทย

ขณะเดียวกัน องค์กรภาคเอกชนที่มีการจัดตั้งกันอย่างแข็งขันเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น ก็ควรจะแสดงบทบาทเพื่อพิสูจน์ความตั้งใจจริงขององค์กร เพราะส่วนใหญ่ของรายชื่อคนไทยที่มีการเปิดเผยออกมา ก็เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงธุรกิจเมืองไทย

แต่หากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นไม่ดำเนินการใดๆ เพราะลูบหน้าไปแล้วก็ปะจมูก ก็ป่วยการที่จะมีองค์กรนี้ต่อไป และคนไทยก็คงจะได้แต่เศร้าใจที่ประเทศเราจะต้องจมปลักอยู่กับการเน่าเฟะของการคอร์รัปชั่นต่อไป

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน