
ชี้ศพชายลอยน้ำตายเพราะห่อไอซ์ในท้องฉีกขาด
'พล.ต.ท.ศานิตย์' เผย คดีศพชายนิรนามลอยคลองโองอ่าง ไม่เกิดจากการฆาตกรรม ชี้สาเหตุการเสียชีวิตเพราะห่อไอซ์ในท้องฉีกขาด เร่งสอบเชื่อมโยงแก๊งค้ายา
'พล.ต.ท.ศานิตย์' เผย คดีศพชายนิรนามลอยคลองโองอ่าง ไม่เกิดจากการฆาตกรรม ชี้สาเหตุการเสียชีวิตเพราะห่อไอซ์ในท้องฉีกขาด เร่งสอบเชื่อมโยงแก๊งค้ายา
เวลา 10.30 น. วันที่ 5 เม.ย. ที่ ศปก.สน.สำราญราษฎร์ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีศพชายนิรนามถูกยัดใส่กระเป๋าเดินทางสีดำ ลอยอยู่ภายในคลองโอ่งอ่าง ใกล้แยกสำราญราษฎร์ แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่าหลังจากมีความคืบหน้าถึงผลการผ่าชันสูตรศพทางนิติเวชว่า ภายในกระเพราะอาหารของชายดังกล่าวพบยาเสพติดในถุงยางอนามัยจำนวนหลายก้อน และ น้ำย่อยทำให้ยาเสพในกระเพาะแตก จึงเป็นสาเหตุการณ์เสียชีวิต ส่วนบาดแผลที่พบตามร่างกายยังไม่ยืนยันว่าเกิดจากของมีคม หรือเป็นบาดแผลที่เกิดจากการถูกสัตว์แทะกิน ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานผลการชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวชสรุปสาเหตุก่อน
สำหรับลอยนิ้วมือผู้เสียชีวิตได้ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานกลางตรวจสอบแล้ว ขณะที่แนวทางการสืบสวนเบื้องต้นได้ประสานตำรวจปราบปรามยาเสพติด และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อหาข้อมูลถึงผู้ร่วมขบวนการแล้ว แต่จากการสันนิษฐานเชื่อไม่ใช่เหตุฆาตกรรม ทั้งได้มีการเชิญพยานที่อยู่ในเหตุการณ์เข้าสอบปากคำแล้วกว่า 3-4ปาก
ด้าน พล.ต.ต. พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการชันสูตร ศพชายดังกล่าวว่า ผลการตรวจสอบ สิ่งแปลกปลอมที่พบใน ในกระเพาะและลำไส้ คือยาไอซ์ บรรจุในถุงยางอนามัยจำนวนกว่า 58 ก้อน โดยมี จำนวนหนึ่งฉีกขาด คาดว่าเป็นสาเหตุ ของการเสียชีวิต ส่วนบาดแผลที่พบ ตามลำตัว แขน และคอของผู้เสียชีวิต จากการตรวจสอบ ไม่ได้เกิดจากของมีคมหรือการกระทำของมนุษย์ แปลเป็น รอยการขีดข่วน ของสัตว์กินซาก ที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ เนื่องจาก บาดแผลที่เกิดขึ้น เกิดหลังจากเสียชีวิตแล้วหลายวัน ทั้งบาดแผลที่เกิดขึ้น ยังมีเฉพาะ บริเวณร่างกายของศพ ที่ยื่นออกจากกระเป๋าเท่านั้น จึงไม่น่าใช่ ของมีคมที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์
นอกจากนี้ ทางสถาบันนิติเวชวิทยา ได้เก็บลายนิ้วมือของผู้เสียชีวิต ส่งให้กับกองพิสูจน์หลักฐานกลาง นำใบเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา เพื่อหาให้ได้ว่าศพของผู้เสียชีวิตที่เจอคือใคร พร้อมกันนี้จะตรวจสอบข้อมูลของเพื่อนร่วมชาติที่เดินทางมาในเวลาเดียวกัน







