posttoday
ถ้าประชามติผ่าน สะท้อนว่า ไม่อยากกลับสู่ความรุนแรง

ถ้าประชามติผ่าน สะท้อนว่า ไม่อยากกลับสู่ความรุนแรง

03 เมษายน 2559

จุดชี้ขาดร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ที่การทำ "ประชามติ" ในเดือน ส.ค. 2559 ไชยันต์ มองว่า

จุดชี้ขาดร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ที่การทำ "ประชามติ" ในเดือน ส.ค. 2559 ไชยันต์ มองว่า ​ภายใต้ระบบการลงประชามติ ที่ได้รับการแก้ไขในรัฐธรรมนูญ ปี 2557 ทำให้โอกาสผ่านประชามติมากขึ้น เพราะจากเดิมกำหนด ต้องได้เสียงครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ แต่เปลี่ยนมาเป็นครึ่งหนึ่งของผู้มาใช้เสียง ซึ่งง่ายกว่าครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ

หากย้อนไปดูการลงประชามติรัฐธรรมญ ปี 2550 มีผู้มาใช้สิทธิเกินครึ่งของผู้มีสิทธิมาลงคะแนน ทั้งที่เขาขอแค่ครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ อีกทั้งในจำนวนที่มาลงคะแนน มีคนจำนวนเกินครึ่งเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เป็นคะแนนที่ทะลักทลายเป็นดับเบิ้ลมาจอริตี้ ​

นอกจากนี้ หากเทียบเหตุการณ์ที่เกิดในปี 2557 มีความรุนแรงกว่าปี 2549 ประชาชนย่อมมีแนวโน้มมองว่าทำอย่างไร​ก็ได้ไม่ให้กลับไปสู่สภาวะนั้น ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่กลับไปสู่สภาวะนั้น โอกาสผ่านก็มีสูง

"ผมเชื่อว่าประชาชนทุกฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็อยากทำมาหากิน ให้ทุกอย่างกลับมาอยู่ในร่องในรอย ​คนที่ตายไปแล้วเป็นเรื่องน่าเสียดาย ระบบต้องเอาความยุติธรรมคืนให้เขา แต่ก็ไม่ควรตายอีก ถ้ารัฐธรรมนูญมีแนวโน้มทำให้คนตายอีกเขาก็อาจจะไม่เอา แต่ถ้าถึงเวลาตกลงกันไม่ได้ ยังมีทางออกอีก ก็ถือว่าโอเคกว่ายกโขยงกันออกมา ​ตรงที่ยังสามารถยืดเวลาออกไป"

ส่วนที่มองว่าครั้งที่แล้วผ่านประชามติเพราะรณรงค์ให้รับไปก่อนแล้วแก้ไขทีหลัง แต่สุดท้ายก็แก้ไขไม่ได้ อาจทำให้คนส่วนหนึ่งไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ไชยันต์ มองอีกมุมว่า ถ้ายิ่งแก้ยาก แล้วเนื้อหาในรัฐธรรมนูญไม่ทำให้คนตีกัน และการันตีว่าจะแก้ไม่ได้ไปอีกนาน ก็อาจมีประชาชนที่เห็นแล้วสบายใจว่าทุกอย่างจะไม่กลับไปสู่วงจรเดิม มีปัญหาความขัดแย้งเดิมก็อาจจะทำให้คนหันมารับร่างรัฐธรรมนูญได้

ยกตัวอย่างมาตรา 7 ในอดีต สมัยปี 2549 ก็ออกมาเรียกร้องนายกฯ พระราชทาน ในหลวงเคยตรัสไว้แล้วว่า ไม่มีอำนาจตั้งนายกฯ แต่ปี 2557 สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เอาอีก เพื่อไทยก็มาขออีก ตรงนี้ไปกันใหญ่ แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีทางออก อย่างน้อยก็มีศาลรัฐธรรมนูญเป็นเจ้าภาพแก้ปัญหา

ส่วนข้อเป็นห่วงเรื่องสืบทอดอำนาจ ต้องย้อนไปดูว่าที่มาของ สว.ที่พยายามทำให้เป็นอิสระจากฐานเสียงของ สส. แต่เมื่อหาวิธีไม่ได้ ก็เลยใช้วิธีสรรหา ดังนั้นถ้าประชาชนมองว่าตรงนี้เป็นการปิดกั้นเสียงของประชาชน คนกลุ่มนี้ก็คงโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญถ้าเขาเห็นว่าตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ถ้าเขาคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็ต้องไปดูเรื่องอื่นๆ เพราะเรื่อง สว.สรรหา ก็ยังมีคนมองว่าเป็นการถ่วงดุล สส.ที่มาจากการเลือกตั้ง

"ถ้าจะมาแย้งว่า แต่งตั้งแล้วไม่เป็นประชาธิปไตยก็ไม่ใช่ เพราะการเลือกตั้งก็ไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว เพราะประชาธิปไตยคือระบอบการปกครองที่อำนาจเป็นของประชาชน แต่การเลือกตั้ง ประชาชนถ่ายอำนาจไปให้คนอื่น ประชาชนมีอำนาจ 4 วินาที ผมศึกษาประชาธิปไตยมาตั้งแต่สมัยเอเธนส์ คนเอเธนส์​บอกว่าที่ไหนมีเลือกตั้ง ที่นั่นไม่ใช่ประชาธิปไตย เป็นระบอบผสมระหว่างคณาธิปไตยและ ประชาธิปไตย ถ้าคุณบอกว่า จะเป็นประชาธิปไตยก็ต้องไม่มีการเลือกตั้ง ให้ประชาชนเข้าไปประชุมสภาผ่านการจับสลากไปเลย"

ไชยันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า บางทีประชามติก็เป็นอะไรที่ไร้เหตุผลได้ อย่างวันดีคืนดีฮิตเลอร์ เสนอแก้รัฐธรรมนูญเยอรมนีให้ควบรวมประธานาธิบดีกับนายกฯ เป็นตำแหน่งเดียวกันคือท่านผู้นำและบอกแกจะเป็นเอง และให้ทำประชามติ ผลออกมากว่า 80% บอกว่าเอา พูดง่ายๆ คือตัดการตรวจสอบถ่วงดุล เพราะประธานาธิบดีกับนายกฯ ​อยู่ในมือคนเดียวกัน การลงมติแสดงออกซึ่งเสียงของประชาชนก็นำไปสู่การเกิดเผด็จการอำนาจนิยม แบบที่เกิดขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว