posttoday
“นายกฯ”ยันความมั่นคงทางนิวเคลียร์ทุกประเทศต้องร่วมมือกัน

“นายกฯ”ยันความมั่นคงทางนิวเคลียร์ทุกประเทศต้องร่วมมือกัน

02 เมษายน 2559

นายกรัฐมนตรีย้ำระหว่างการประชุม NSS ครั้งที่ 4 ย้ำความมั่นคงทางนิวเคลียร์เป็นภารกิจที่ทุกประเทศต้องร่วมมือกัน ยันไทยพร้อมร่วมมือ ปฏิบัติตามพันธกรณีทุกด้าน

นายกรัฐมนตรีย้ำระหว่างการประชุม NSS ครั้งที่ 4  ย้ำความมั่นคงทางนิวเคลียร์เป็นภารกิจที่ทุกประเทศต้องร่วมมือกัน ยันไทยพร้อมร่วมมือ ปฏิบัติตามพันธกรณีทุกด้าน

วันที่ 1 เม.ย.  เวลา 13.30 น. ณ ศูนย์ประชุม Walter E. Washington Convention Center  กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมหารือระหว่างอาหารกลางวัน (Working Lunch) ในการประชุม Nuclear Security Summit ครั้งที่ 4 โดยร่วมกล่าวถ้อยแถลง (Intervention) ในหัวข้อ แผนปฏิบัติการระหว่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศเพื่อความมั่นคงทางนิวเคลียร์ (International and Institutional Actions to Strengthen Nuclear Security) ในฐานะไทยเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้ง ASEANTOM (ASEAN  Network  of Regulatory Bodies on Atomic Energy)  เพื่อเป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลนิวเคลียร์ของอาเซียน ด้วย

พลตรีวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษประจำสำนักนากยรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีประเทศหนึ่งประเทศใดที่จะสามารถทำงานด้านความมั่นคงทางนิวเคลียร์ได้โดยลำพัง เราจึงต้องร่วมมือเป็นเครือข่าย   ทั้งองค์การระหว่างระหว่างประเทศ รวมทั้งกรอบความร่วมมือต่าง ๆ เช่น UN , IAEA , GICNT  INTERPOL และ GP รวมทั้งกรอบความร่วมมือต่างๆ   

ดังนั้น แผนปฏิบัติการในกรอบ NSS มีบทบาทสำคัญในการขยายความร่วมมือ และเกื้อกูลการดำเนินงานในระดับประเทศ ต้องชื่นชมองค์การระหว่างประเทศและกรอบความร่วมมือเหล่านี้  และขอขอบคุณสหรัฐฯ ที่ริเริ่มกระบวนการ NSS ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานด้านนี้อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้  ไทยให้ความร่วมมือกับองค์การและกรอบความร่วมมือต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ในฐานะรัฐสมาชิกของ UN ไทยได้ปฏิบัติตามพันธกรณีต่าง ๆ เช่น ข้อมติที่ 1540 เรื่องการควบคุมและไม่แพร่ขยายวัสดุที่ใช้ได้สองทางซึ่งอาจนำไปใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ และข้อมติอื่น ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ 

ไทยยังให้ความร่วมมือกับ IAEA อย่างต่อเนื่อง โดยปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางนิวเคลียร์  รวมทั้งการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์  ตลอดจนร่วมมือในการจัดประชุม สัมมนา และฝึกอบรมในระดับภูมิภาค  เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศในภูมิภาค  นอกจากนี้ ไทยยังเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติด้านนิวเคลียร์ในระดับปริญญาตรีโดยเปิดรับนักศึกษาจากประเทศต่าง ๆ อีกด้วย

ในระดับภูมิภาค ไทยก็ให้ความสำคัญและเห็นว่าโดยไทยได้ริเริ่มการจัดตั้งอาเซียนตอม (ASEANTOM) เป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลทางนิวเคลียร์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด รวมทั้งหารือเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับความปลอดภัย ความมั่นคง และการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์  เพื่อเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันในระดับภูมิภาค

อาเซียนตอม (ASEANTOM)  ช่วยส่งเสริมกรอบความร่วมมือที่มีอยู่เดิมในภูมิภาค  ได้แก่ เครือข่ายความปลอดภัยทางนิวเคลียร์แห่งเอเชีย (ANSN) และเครือข่ายความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์แห่งอาเซียน (NEC-SSN) ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์ในทางสันติ อันเป็น 3 เสาที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องนิวเคลียร์ที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางนิวเคลียร์อย่างแท้จริงและยั่งยืน และไทยพร้อมร่วมมือและปฏิบัติตามพันธกรณีในทุกด้าน รวมถึงการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์และการลดอาวุธนิวเคลียร์ด้วย 

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศสมาชิก NSS และองค์การระหว่างประเทศ     ที่เข้าร่วมการประชุม ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง   เพราะเมื่อทุกประเทศให้ความร่วมมือและปฏิบัติอย่างแข็งขัน โลกของเราก็จะปลอดภัยและมั่นคงมากขึ้น  จึงควรส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศในทุกระดับ และทำงานร่วมกับองค์การระหว่างประเทศและกรอบความร่วมมือที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ