posttoday
เส้นทางสู่ระบอบอำนาจนิยมในสมัยทักษิณ

เส้นทางสู่ระบอบอำนาจนิยมในสมัยทักษิณ

01 เมษายน 2559

โดย...ไชยันต์ ไชยพร

โดย...ไชยันต์ ไชยพร

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเมืองไทยในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2544-2549 ได้เดินทางไปสู่สภาวะทางการเมืองที่อยู่ภายใต้อำนาจนำและอิทธิพลของพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว ภายใต้การนำของบุคคลคนเดียว นั่นคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร การเคลื่อนตัวไปสู่การปกครองโดยพรรคเดียว-คนเดียวนี้เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ โดยเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2544 คือหลังจากที่พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย อันสืบเนื่องมาจากคุณสมบัติส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ และนโยบายหาเสียงที่เป็นที่ยอมรับของพรรคไทยรักไทย และด้วยเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ที่ต้องการส่งเสริมให้เกิดฝ่ายบริหารที่เข้มแข็ง

พรรคเสรีธรรมที่เป็นพรรคขนาดเล็กตัดสินใจยุบตัวเองเพื่อไปรวมกับพรรคไทยรักไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณในเดือน ก.ค. 2544 ด้วยเหตุผลที่ว่า ประจวบ ไชยสาส์น หัวหน้าพรรคเสรีธรรม ไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2544 โดยสมาชิกพรรคเสรีธรรมทั้งหมด 14 คน ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยด้วยความสมัครใจ โดยประจวบให้เหตุผลว่าเพื่อจะทำให้รัฐบาลมีอำนาจการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด สามารถบริหารงานได้เพียงพรรคเดียว การตัดสินใจยุบพรรคเสรีธรรมดังกล่าว ได้ส่งผลให้พรรคไทยรักไทยจากเดิมที่ได้ที่นั่ง 247 ที่นั่งเพิ่มเป็น 261 ที่นั่ง สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย 

อีกหนึ่งปีต่อมา พรรคความหวังใหม่ภายใต้การนำของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งเป็นพรรคที่มีจำนวน สส.ถึง 36 คน ได้ตัดสินใจยุบพรรคเพื่อไปรวมกับพรรคไทยรักไทยเช่นเดียวกันในเดือน เม.ย. พ.ศ. 2545 โดยมีทั้งสมาชิกที่เห็นด้วยและคัดค้านอย่างรุนแรง ผลการยุบรวมนี้ทำให้พรรคไทยรักไทยมีจำนวน สส.เพิ่มเป็น 294 คน โดยมาจากพรรคความหวังใหม่ 33 คน จาก 36 คน พล.อ.ชวลิตให้เหตุผลในทำนองเดียวกันกับหัวหน้าพรรคเสรีธรรมว่า “การเป็นขั้วที่ 3 เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การเมืองของประเทศไทยไม่มีการพัฒนา และทำให้การแก้ไขปัญหาของชาติยืดเยื้อ ดังนั้น การรวมพรรคเพื่อทำให้ขั้วทางการเมืองชัดเจนก็จะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ง่ายขึ้น”

ถัดจากพรรคความหวังใหม่อีก 2 ปีต่อมา เดือน ส.ค. พ.ศ. 2547 พรรคชาติพัฒนาซึ่งเป็นพรรคที่มีจำนวน สส. 29 คน ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2544 โดย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนาขณะนั้น ได้ประกาศยุบพรรคชาติพัฒนาอย่างเป็นทางการโดยมติเอกฉันท์เข้ารวมกับพรรคไทยรักไทย ทำให้พรรคไทยรักไทยมีจำนวน สส.ถึง 325 ที่นั่ง โดยสุวัจน์ได้ให้เหตุผลว่าการยุบพรรคเป็นไปตามความต้องการของสมาชิกพรรค และมีเสียงเรียกร้องจากประชาชน โดยเฉพาะชาวนครราชสีมาที่ต้องการให้ไปช่วย พ.ต.ท.ทักษิณทำงาน

ก่อนหน้านี้ กร ทัพพะรังสี หัวหน้าพรรคชาติพัฒนาคนที่ 2 และหลานชายของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้ก่อตั้งพรรคชาติพัฒนา ได้ลาออกจากที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนาเพื่อไปเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย พร้อมรับตำแหน่งรองประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และการที่พรรคไทยรักไทยมี สส.จำนวนมากเช่นนั้นในปี พ.ศ. 2547 ส่งผลสองประการสำคัญ ประการแรก คือ ในช่วงเวลาที่ประกาศยุบพรรคชาติพัฒนารวมกับพรรคไทยรักไทย เป็นช่วงเวลาภายหลังที่รัฐบาล
มีการปรับคณะรัฐมนตรีชุดที่ 9 ซึ่งพรรคชาติพัฒนาได้รับเชิญให้กลับเข้ามาร่วมรัฐบาลอีกครั้ง

การยุบรวมพรรคชาติพัฒนาได้ส่งผลให้พรรคไทยรักไทยมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากเพียงพอที่พรรคไทยรักไทยจะสามารถรอดพ้นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน ซึ่งแตกต่างไปจากแต่ก่อนที่พรรคไทยรักไทยยังต้องคอยดูท่าทีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นๆ ว่าจะถอนตัวออกจากพรรครัฐบาลหรือไม่ อันแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของระบบรัฐสภาภายใต้รัฐบาลผสม และประการที่สอง ส่งผลพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2548 และเป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้อีกด้วย

สถานะดังกล่าวส่งผลให้เกิดพฤติกรรมอำนาจนิยมที่ทำลายการตรวจสอบถ่วงดุลของระบบรัฐสภา เห็นได้จากสถิติกระบวนการพิจารณากระทู้ถามของปี พ.ศ. 2548 ซึ่งอยู่ในสมัยที่สองทักษิณเป็นรัฐบาลหลังจากชนะการเลือกตั้งเป็นพรรคเดียวที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ อันเป็นผลพวงจากการควบรวมพรรคการเมืองในสมัยแรกที่เป็นรัฐบาล จะพบว่ามีกระบวนการพิจารณากระทู้ถามทั้งสิ้น 1,001 รายการ ผู้ตั้งกระทู้ขอถอนเอง 98 รายการ ประธานไม่อนุญาตให้ถาม 16 รายการ กระทู้ที่ตกไป 32 รายการ กระทู้รัฐมนตรีตอบแล้ว 146 รายการ เป็นกระทู้สด 70 รายการ เป็นของรัฐมนตรี 27 รายการ เป็นของนายกรัฐมนตรี 43 รายการ แต่ตัวทักษิณในฐานะนายกรัฐมนตรีมาตอบด้วยตนเอง ๐ รายการ

ต่อมาเป็นกระทู้ถามทั่วไปตอบในที่ประชุมสภา 76 รายการ เป็นของรัฐมนตรี 34 รายการ เป็นของนายกรัฐมนตรี 42 รายการ ตัวนายกรัฐมนตรีทักษิณมาตอบด้วยตนเอง ๐ รายการ อีกทั้งในเดือน พ.ค. 2558 ประธานรัฐสภาที่มาจากพรรคไทยรักไทยได้ลดกระทู้ฝ่ายค้าน จากเดิมทีทุกสัปดาห์ ฝ่ายค้านได้ 2 รัฐบาลได้ 1 มาเป็น 2 สัปดาห์แรก ฝ่ายค้านได้ 2 รัฐบาลได้ 1 และสัปดาห์ที่ 3 ฝ่ายค้านได้ 1 รัฐบาลได้ 2 และพฤติกรรมไม่รับผิดชอบต่อรัฐสภาของทักษิณนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อสำนักต่างๆ เผยแพร่ไปสู่สาธารณชนทั่วไปด้วย อีกทั้งสมาชิกวุฒิสภาหรือสภาผัวเมียก็ยังถูกครอบงำโดยทักษิณอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน