posttoday
ข้อบิดเบือนร่างรธน.(ตอน1)

ข้อบิดเบือนร่างรธน.(ตอน1)

29 มีนาคม 2559

โดย...ปกรณ์ นิลประพันธ์

โดย...ปกรณ์ นิลประพันธ์

1.สิทธิ เสรีภาพในร่างรัฐธรรมนูญ

(1) ความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือจงใจบิดเบือน : ตัดบทบัญญัติว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความจริงตามร่างรัฐธรรมนูญ 2559 : ร่างรัฐธรรมนูญนี้มีบทบัญญัติเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในมาตรา 26 รวมทั้งมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ตามที่เคยบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวคือยังคงหลักการเดียวกันในการให้การคุ้มครองและจะกระทำการใดเป็นการล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มิได้

(2) ความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือจงใจบิดเบือน : ตัดหลักประกันในการตรากฎหมาย จำกัดสิทธิของประชาชนน้อยลงกว่ารัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ความจริงตามร่างรัฐธรรมนูญ 2559 : หลักการดังกล่าวยังคงปรากฏในมาตรา 25 และมาตรา 26 รวมถึงมาตราอื่นๆ ของร่างรัฐธรรมนูญนี้ กล่าวคือสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยไม่ว่าจะได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำการนั้นได้และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และการตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

(3) เข้าใจคลาดเคลื่อนหรือจงใจบิดเบือน : ตัดมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่ระบุว่า “ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้” หมายความว่า สิทธิเสรีภาพของประชาชนจะไม่ได้รับความคุ้มครองอีกต่อไป

ความจริงตามร่างรัฐธรรมนูญ 2559 : ร่างรัฐธรรมนูญนี้บัญญัติให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของปวงชนชาวไทยไว้ทุกประการ การให้ความคุ้มครองเรื่องดังกล่าว สามารถกระทำได้โดยประการอื่นมิใช่แต่เพียงการบัญญัติรองรับและกล่าวว่าให้การคุ้มครองไว้แต่เพียงเท่านั้น ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญนี้ได้ดำเนินการโดยให้อยู่ในรูปของบทบัญญัติของหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และบทบัญญัติในหมวดต่างๆ ซึ่งจะต้องดำเนินการด้วยกระบวนวิธีประการใดประการหนึ่ง เพื่อให้สิทธิและเสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของปวงชนชาวไทยได้รับการสนองตอบ

รวมทั้งหากรัฐไม่ดำเนินการตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐด้วยแล้ว ก็จะเกิดความรับผิดชอบในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญซึ่งประชาชนสามารถร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้วินิจฉัย หากไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญจริงอาจถึงขั้นต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยได้

(4) ความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือจงใจบิดเบือน : ตัดสิทธิด้านสาธารณสุขและสวัสดิการของรัฐ ผลคืออาจมีการยกเลิกนโยบายด้านสาธารณสุข เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และประชาชนไม่มีหลักประกันด้านสาธารณสุขต่อไป

ความจริงตามร่างรัฐธรรมนูญ 2559 : คำกล่าวที่ว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ตัดสิทธิด้านสาธารณสุขและอาจส่งผลให้มีการยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคนั้น ไม่เป็นเรื่องจริง

ร่างรัฐธรรมนูญนี้บัญญัติในเรื่องสิทธิด้านสาธารณสุขและสวัสดิภาพของรัฐ บัญญัติไว้ในหมวดว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของบุคคลดังเช่นรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา แต่ได้นำมาบัญญัติไว้ให้เป็นหน้าที่ของรัฐชัดเจนว่า “มาตรา 51 รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุข ที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง และส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ทั้งนี้เพื่อจะให้ประชาชนได้รับบริหารสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพอย่างแท้จริง

(5) ความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือจงใจบิดเบือน : ตัดสิทธิผู้สูงอายุ ความจริงตามร่างรัฐธรรมนูญ 2559 : ร่างรัฐธรรมนูญนี้บัญญัติในเรื่องสิทธิผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุย่อมได้รับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพดังเช่นบุคคลทั่วไปและไม่ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุเพราะความเป็นผู้สูงอายุดังปรากฏตามมาตรา 27 นอกจากนั้นยังบัญญัติไว้ในส่วนของนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามมาตรา 68 ซึ่งย่อมรวมถึงผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน

(6) ความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือจงใจบิดเบือน : ตัดสิทธิประชาชนในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยทั้งหมดจากการสรรหา

ความจริงตามร่างรัฐธรรมนูญ 2559 : ที่มาสมาชิกวุฒิสภาตามร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ... (ร่างเบื้องต้น) มิได้มาจากการสรรหาทั้งหมด ดังที่ได้มีการกล่าวหาโดยในร่างมาตรา 102 วรรคแรก บัญญัติว่า “วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจานวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์อาชีพ ลักษณะหรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงานหรือเคยทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคม” ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนในทุกภาคส่วนของประเทศสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาได้ด้วยตัวเองมิได้มาจากการสรรหาของคณะบุคคลใดทั้งสิ้น

(7) ความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือจงใจบิดเบือน : ตัดสิทธิประชาชนในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ประชาชนไม่สามารถจะเลือกพรรคที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสมสำหรับการบริหารประเทศได้ สามารถเลือกได้แต่ สส.แบบแบ่งเขต

ความจริงตามร่างรัฐธรรมนูญ 2559 : ในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามร่างรัฐธรรมนูญนี้ยังคงสิทธิของประชาชนที่จะเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ แต่ตามร่างรัฐธรรมนูญนี้ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งเพียงครั้งเดียวเพื่อเลือกทั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อไปพร้อมกัน เพื่อนำไปคำนวณหาจำนวน สส. ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมี พยายามทำให้คะแนนทุกคะแนนที่ประชาชนลงให้มีความหมายไม่ถูกทิ้งเสียเปล่า

สำหรับที่กล่าวว่า ประชาชนไม่สามารถจะเลือกพรรคที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสมสำหรับการบริหารประเทศได้นั้นประชาชนยังมีสิทธิเลือกพรรคที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสม โดยพิจารณาจากบุคคลผู้สมัครเป็น สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อที่พรรคส่งประกอบกัน ซึ่งจะทำให้พรรคต้องคัดสรรคนดีที่มีความสามารถสมัครในนามของพรรค

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ