posttoday
นาทีทองธุรกิจไทย สยายปีกต่างแดน

นาทีทองธุรกิจไทย สยายปีกต่างแดน

03 สิงหาคม 2553

ถือเป็นช่วงเวลานาทีทองของคนไทย ที่ตบเท้าขนเงินออกไปซื้อกิจการในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท บ้านปู ไปซื้อกิจการ Centennial เหมืองแร่ถ่านหิน ในนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานของการขยายธุรกิจสู่ประเทศออสเตรเลีย สอดคล้องกับกลยุทธ์บริษัท ที่ต้องการต้องการขยายการลงทุนในธุรกิจถ่านหินในภูมิภาคเอเชียในระยะยาว อีกทั้งเป็นการพัฒนาความรู้และทักษะด้านต่างๆจากผู้บริหารของ Centennial

ถือเป็นช่วงเวลานาทีทองของคนไทย ที่ตบเท้าขนเงินออกไปซื้อกิจการในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท บ้านปู ไปซื้อกิจการ Centennial เหมืองแร่ถ่านหิน ในนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานของการขยายธุรกิจสู่ประเทศออสเตรเลีย สอดคล้องกับกลยุทธ์บริษัท ที่ต้องการต้องการขยายการลงทุนในธุรกิจถ่านหินในภูมิภาคเอเชียในระยะยาว อีกทั้งเป็นการพัฒนาความรู้และทักษะด้านต่างๆจากผู้บริหารของ Centennial

โดย...ทีมข่าวการเงิน

นาทีทองธุรกิจไทย สยายปีกต่างแดน

บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ ที่เข้าซื้อกิจการของบริษัท MW Brands Holdings SAS มูลค่า 2.8 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจอาหารทะเลบรรจุกระป๋องในตลาดยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสิทธิในการเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอาหารทะเลชั้นนำในตลาดยุโรป รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในรายได้และกำไรของบริษัท จากรายได้และกำไรของตลาดยุโรป และลดการพึ่งพิงตลาดในสหรัฐอเมริกาเนื่องจากเพิ่มความหลากหลายของตลาด

หรือบริษัท ปตท. ที่มีแผนลงทุนระยะ 10 ปีข้างหน้า 50% จะเป็นการลงทุนในต่างประเทศ โดยลงทุนในธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น (Up Stream) เช่น การขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และการซื้อสินทรัพย์ต่างๆ ที่โดยใน 5 ปีข้างหน้า ปตท. คาดว่ารายได้จากต่างประเทศจะมีสัดส่วนประมาณ 20% และเพิ่มขึ้นเป็น 50% ในช่วง 10 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทำหน้าที่โบรกเกอร์ให้คำปรึกษาทางการเงินควบรวมกิจการ อาทิ บล.เคที ซีมิโก้ ที่รับงานควบรวมที่เวียดนาม ลาว และยุโรป รวม 4 งาน ทั้งในลักษณะบริษัทไทยไปซื้อกิจการต่างประเทศ หรือไปเป็นที่ปรึกษาในต่างประเทศ ซึ่งสาเหตุที่ได้รับงานเพิ่มขึ้น เป็นผลพวงจากสถานการณ์ในสหรัฐและยุโรปที่มีปัญหาจนกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก สวนทางกับเม็ดเงินลงทุนที่มีจำนวนมาก สอดรับกับเงินที่เคยไปลงทุนในพันธบัตรเกาหลีไหลกลับมาในไทย 34 แสนล้านบาท ทำให้ต้องแสวงหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดี

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ยังมีบริษัทขนาดใหญ่อีกหลายแห่งที่วางแผนจะสยายปีกไปต่างประเทศ ซึ่งบริษัทที่ถือครองเงินสดสำรองไว้อยู่แล้ว ถือเป็นการแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนช่องทางอื่นๆ เพราะถ้าจะทิ้งไว้ฝากธนาคาร ดอกเบี้ยก็ต่ำเตี้ยมาก ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้ใช้เงินน้อยลงในการไปซื้อสินทรัพย์ต่างแดน

ส่วนบริษัทที่ไม่มีเงินสด แต่หากเป็นลูกค้าคุณภาพ ธนาคารพาณิชย์นั้นยินดีปล่อยกู้อยู่แล้ว เพราะขณะนี้สภาพคล่องถือว่าล้นแบงก์ แล้วดอกเบี้ยกำลังเริ่มกลับเป็นช่วงขาขึ้น อาจทำให้สภาพคล่องกลับเข้าอีก จังหวะนี้หากเป็นโครงการลงทุนที่ดี ธนาคารคงแย่งกันสนับสนุนแถมเป็นที่ปรึกษา พร้อมเสนอบริการแบบครบวงจร ต้นน้ำยันปลายน้ำเสียอีก

ดังนั้น ผู้ที่พลอยรับอานิสงส์จากการช็อปปิ้งกิจการนอก ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ ในฐานะแหล่งเงินทุนใหญ่ปล่อยกู้ให้บริษัทเหล่านี้กู้เงินไปซื้อกิจการ

ขนาดธนาคารไทยพาณิชย์ถึงกับกล่าวถึงในรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ผ่านมาว่า ความต้องการสินเชื่อของลูกค้าบริษัทขนาดใหญ่บางบริษัท ซึ่งมีแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่เติบโตได้ดีมาก โดยไตรมาส 2 ปีนี้สินเชื่อขนาดใหญ่ขยายตัวได้ 7.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 3% จากไตรมาสก่อนหน้า อีกทั้งเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2552 สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตัว 1.5%

ขณะที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ช่วงนี้บริษัทขนาดใหญ่ออกไปซื้อกิจการในต่างประเทศค่อนข้างมาก เพราะสัญญาณการลงทุนต่างประเทศดี ทำให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหญ่เพื่อไปซื้อกิจการในต่างประเทศ ซึ่งประเทศที่บริษัทไทยไปซื้อกิจการก็กระจายไปหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น บริษัท บ้านปู ไปลงทุนในออสเตรเลีย บริษัท ปตท. ไปออสเตรเลีย บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ ไปลงทุนที่ฝรั่งเศส

อย่างไรก็ดี นายอภิศักดิ์ ยอมรับว่า ท่ามกลางบรรยากาศช็อปของถูกของอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นกันเกรียวกราว แต่ยังไม่ใช่โอกาสของอุตสาหกรรมการเงิน เพราะสำคัญถ้าออกไปลงทุนแล้ว ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าจะให้บริการใคร บริษัทท้องถิ่นที่นั่น หรือไว้คอยบริการคนไทยที่ไปอยู่ประเทศนั้นๆ

ขณะเดียวกัน หากต้องการเห็นสถาบันการเงินไทยไปผงาดในตลาดต่างประเทศ ภาคทางการคงต้องสนับสนุนพอสมควร

อย่างไรก็ดี โอกาสที่ธนาคารไทยจะลงทุนในอาเซียนยังมี เพราะอีก 5 ปีข้างหน้า ตลาดในภูมิภาคเอเชียจะเปิดเสรี ทำให้สินค้าและบริการถ่ายเทถึงกันได้ รวมถึงบริการทางการเงิน

ความนิยมไปซื้อกิจการต่างแดนไม่ได้จำกัดอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่บุคคลธรรมดาที่มีเงินถุงเงินถัง ก็ยังนิยมออกไปซื้อสินทรัพย์ในต่างประเทศช่วงนี้ด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางหลักที่คนไทยนิยมไปเที่ยว หรือส่งลูกไปเรียน เดิมทีค่าเช่าแพง ตอนนี้ซื้ออาจคุ้มกว่าเช่า

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ช่วงนี้มีคนไทยรวมถึงบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยออกไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศบ้าง แต่ยังถือว่าไม่มาก เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรไทย และตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

สำหรับลูกค้ารายย่อย ส่วนใหญ่ไปซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือเตรียมไว้ให้บุตรหลานที่กำลังจะไปศึกษาต่อ มากกว่าไปซื้อเพื่อลงทุน เท่าที่เห็นคือ พ่อแม่ผู้ปกครองที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เตรียมไว้ให้ลูกไปอยู่ขณะศึกษาต่อที่นั่น ซึ่งหลังจาก 3-4 ปี เมื่อเรียนจบก็อาจจะขายอสังหาริมทรัพย์ทิ้งไป

ด้านบริษัทผู้พัฒนาโครงการ บางรายไปลงทุนต่างประเทศเพื่อขยายตลาด เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยเติบโตได้จำกัด แต่ละบริษัทจึงมองตลาดต่างประเทศโดยเลือกกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกัน อาทิ บริษัท แสนสิริ ที่เน้นลูกค้าระดับสูง ก็ออกไปลงทุนพัฒนาโครงการในลอนดอน หรือถ้าเป็น แอล.พี.เอ็น. หรือพฤกษา เรียลเอสเตท ซึ่งเน้นลูกค้าระดับกลางไม่สูงมาก ก็เลือกไปขยายตลาดในประเทศอินเดีย เพื่อเพิ่มยอดขาย เพิ่มส่วนแบ่งตลาด

“สาเหตุหลักที่ทำให้คนออกไปซื้อสินทรัพย์ในต่างประเทศช่วงนี้ เพราะค่าเงินบาทแข็งค่า เดิมทีไปอังกฤษต้องใช้เงิน 70 บาท ตอนนี้เหลือ 50 บาท ถือว่าใช้เงินน้อยลงไป 2030% เลยทีเดียว แต่เท่าที่เห็นตอนนี้ ถ้าไม่นับรวมผู้พัฒนาโครงการ คือดูแต่รายย่อย ส่วนใหญ่นิยมซื้อเพื่ออยู่เองมากกว่า เพราะถ้าจะลงทุน ก็ไม่ใช่เป็นช่องทางลงทุนที่ง่ายนัก อีกทั้งยังยุ่งยากเรื่องการนำเงินออก รวมทั้งธนาคารอาจไม่ปล่อยกู้ ไม่มีผลิตภัณฑ์มารองรับลูกค้าไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ คนจึงต้องใช้เงินตัวเองเป็นหลักซึ่งคนกลุ่มนี้ยังมีไม่มาก เมื่อเทียบกับคนไทยทั้งหมด” นายชาติชาย กล่าว

ปรากฏการณ์ซื้อและควบรวมกิจการไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทยแต่เกิดขึ้นไปทั่วโลก ใครสายตาดี ได้ของดี นับเป็นการต่อยอดทางธุรกิจ ให้ผลตอบแทนเร็วกว่าการเติบโตแบบธรรมชาติเห็นๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค