
ทุบสถิติหลังละ 350 ล.
หากใครเป็นแฟนละครช่อง 3 คงคุ้นเคยกับภาพคฤหาสน์ขนาดใหญ่สไตล์คลาสสิกที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละคร
หากใครเป็นแฟนละครช่อง 3 คงคุ้นเคยกับภาพคฤหาสน์ขนาดใหญ่สไตล์คลาสสิกที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครหลายเรื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา และถือเป็นหนึ่งในผลงานอันภาคภูมิใจของเอ็มเพอเร่อร์ โดยจากจุดเริ่มต้นเข้าสู่ธุุรกิจรับสร้างบ้านด้วยการสร้างบ้านหลังแรกให้กับเจ้าของธุรกิจส่งออกจิวเวลรี่ในช่วงปลายปี 2540 มูลค่าบ้านเริ่มต้น 20 ล้านบาท รวมมูลค่าตกแต่งแล้วอยู่ที่ 43 ล้านบาท ต่อจากนั้นมูลค่าบ้านเริ่มต้นก็ไต่ลำดับขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็น 30 ล้านบาท 50 ล้านบาท 80 ล้านบาท
แล้วในปี 2547 ก็ได้เห็นผลงานคฤหาสน์หลังใหญ่สุดรวมมูลค่าตกแต่ง 216 ล้านบาท ต่อจากนั้นราคาสูงสุดก็ทุบสถิติใหม่ต่อเนื่องเป็น 260 ล้านบาท 320 ล้านบาท แล้วภายในปี 2559 นี้ เอ็มเพอเร่อร์กำลังจะได้งานรับสร้างคฤหาสน์หลังใหม่ ซึ่งเป็นสถิติใหม่อีกครั้งที่ 350 ล้านบาท
สุรัตน์ชัย กึงฮะกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ บริษัทรับสร้างบ้านหรูภายใต้แบรนด์ “เอ็มเพอเร่อร์” กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจะยังไม่ได้ฟื้นตัวขึ้นมาก แต่ธุรกิจบ้านหรูยังไปได้ สะท้อนได้จากยอดสั่งสร้างบ้านหรูที่มีเข้ามาต่อเนื่อง และล่าสุด เอ็มเพอเร่อร์กำลังได้รับงานสำคัญจากลูกค้าในแวดวงลีสซิ่ง จ.สุโขทัย กับการสร้างคฤหาสน์สไตล์คลาสสิก มูลค่ารวมตกแต่งราว 350 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งผลงานท้าทายที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับเอ็มเพอเร่อร์อีกครั้ง
“บทพิสูจน์ในด้านคุณภาพที่สำคัญของเอ็มเพอเร่อร์ นั่นคือ เรากล้าพาลูกค้าใหม่ไปเจอกับลูกค้าเก่า พาไปดูบ้านของลูกค้า เพราะเรามั่นใจว่าไม่ว่าบ้านหลังนั้นจะผ่านมาหลายปี ก็ยังดูดีพร้อมที่จะอวดโฉมกับทุกคน โดยเฉพาะคนที่กำลังจะสร้างบ้านหรูในอนาคต”
ตลอดระยะเวลากว่า 28 ปี เอ็มเพอเร่อร์ก่อสร้างบ้านหรูมาแล้วประมาณ 50 หลัง หรือเฉลี่ย 3 หลัง/ปี ด้วยความภูมิใจในผลงาน จึงได้ออกหนังสือ The House of The Emperor เป็นหนังสือที่รวบรวมผลงานของเอ็มเพอเร่อร์ให้เห็นภาพผลงานบ้านคุณภาพทั้งงานสถาปัตยกรรมภายนอก งานตกแต่งภายใน และงานจัดสวน พร้อมเสริมความรู้ด้านงานสถาปัตยกรรมคลาสสิก โดยหนังสือเล่มนี้รวบรวมภาพบ้านระดับสูงให้เห็นทั้งภายนอกและภายใน ที่มาที่ไปของการออกแบบและแนวคิดในการตกแต่งจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป เพื่อเป็นทั้งไอเดียให้กับคนที่กำลังจะสร้างบ้าน และเป็นองค์ความรู้ให้กับแวดวงรับสร้างบ้าน ซึ่งปัจจุบันออกมาแล้ว 2 เล่ม
นอกจากในเมืองไทยแล้ว เอ็มเพอเร่อร์ยังเริ่มชิมลางสยายปีกรับงานสร้างบ้านในต่างประเทศ ประเดิมที่ประเทศลาว โดยช่วงแรกที่เข้าไปทำตลาดในลาวได้ร่วมทุนกับบริษัท อินทรี กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการก่อสร้างในลาว ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก และปัจจุบันบริษัทก็เปิดกว้างกับการหาพันธมิตรรายใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยคนลาวรู้จักเอ็มเพอเร่อร์จากละครไทยหลายเรื่องที่ใช้บ้านของลูกค้าที่บริษัทเป็นผู้สร้างให้เป็นฉากในการถ่ายละคร ซึ่งละครหลังข่าวของไทยมีอิทธิพลกับพฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภคในลาวมาก
สำหรับบ้านหรูที่เอ็มเพอเร่อร์ได้เข้าไปรับงานในลาว ขณะนี้มีด้วยกัน 2 หลัง คือ คฤหาสน์ มูลค่ารวมตกแต่ง 250 ล้านบาท และบ้านหรูที่จำปาศักดิ์ มูลค่ารวมตกแต่ง 60-70 ล้านบาท ซึ่งแล้วเสร็จส่งมอบเป็นที่เรียบร้อย โดยเมื่อไม่นานนี้ เจ้าของคฤหาสน์หลังใหญ่ได้จัดงานเปิดบ้านให้คนสำคัญของประเทศลาวร่วมเยี่ยมชมบ้าน จึงมีแนวโน้มที่จะได้งานสร้างบ้านหรูหลังใหม่ๆ ที่ลาวต่อเนื่อง เพราะธุรกิจรับสร้างบ้านหรูที่เจาะกลุ่มเป้าหมายระดับบนจะต้องใช้เครือข่ายที่เป็นกลุ่มคนระดับบนด้วยกัน
ขณะที่ในประเทศอื่นๆ ปีนี้มีแผนจะร่วมงานแฟร์เกี่ยวกับการสร้างบ้านและที่อยู่อาศัยที่พม่าและเขมร คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีในการเปิดตลาดใหม่ๆ และเป้าหมายของแบรนด์เอ็มเพอเร่อร์ในอนาคต หลังจากมีทีมที่แข็งแกร่งแล้ว ต้องเติบโตให้ไกลกว่าตลาดในไทย ต้องบุกตลาดอาเซียนได้ ส่วนตลาดในไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดสั่งสร้างบ้านหรูไว้ที่ 400 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้วที่มียอดสั่งสร้างบ้านหรู 380 ล้านบาท ส่วนบริษัทลูกต่างๆ คาดว่าจะมีมูลค่างานราว 100 ล้านบาท
ก้าวแห่งความสำเร็จของเอ็มเพอเร่อร์ในวันนี้อาจเป็นแนวทางให้คนทำธุรกิจรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ โดยสุรัตน์ชัย กล่าวว่า คนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากเติบโตแบบก้าวกระโดด อยากจะประสบความสำเร็จเร็ว อยากเป็นแบบมาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก อยากเป็นสตาร์ทอัพที่สร้างธุรกิจมาเพื่อหวังจะขายให้ได้กำไรภายในชั่วข้ามคืน ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งที่อยากฝากกับนักธุรกิจรุ่นใหม่ คือ ไม่ว่าจะยุคสมัยใด การเติบโตในแบบสเต็ปบายสเต็ป หรือการเติบโตทีละขั้นเป็นสิ่งที่ใช้ได้เสมอ อย่าคิดโตเร็วถ้ายังไม่แข็งแรงพอ เพราะไม่มีใครเป็นอย่างมาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ได้ทุกคน มีฝันไกลได้ แล้วค่อยๆ ก้าวไปให้ถึง ก่อนจะรวยได้ ก่อนจะประสบความสำเร็จได้ ต้องยืนให้มั่นคงก่อน แล้วเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน







