
สังคมโพสต์ทูเดย์
โดย...อสนีบาต aussaneebard @ hotmail.com
โดย...อสนีบาต aussaneebard @ hotmail.com
โพสต์ทูเดย์ ลึก กว้าง ไกล ได้ประเด็นแซ่บ อยู่ในมือคุณผู้อ่านแล้วครับ...
...ตึงมากไปเดี๋ยวขาด จะหย่อนเกินไปก็ดูยุ่งเหยิง ว่าแล้วขึ้นชื่อว่า มีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมือง มีประสบการณ์ร่วมขบวนรถไฟรัฐธรรมนูญมาหลายยุคหลายสมัย สามารถพลิกแพลง ปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญเวอร์ชั่นล่าสุดให้อยู่ในระดับ “ยืดหยุ่น” ได้...
...การเมืองเป็นเรื่องของการจัดสรรปันส่วนผสม (ยืมคำเลือกตั้ง สส.แบบใหม่ ฮา...) พยายามรักษาดุลยภาพทางอำนาจ ยิ่งในสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้ ต้องประคับประคองกันไป จนถึงช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามแม้ตัดต่อร่างรัฐธรรมนูญในรูปลักษณ์แบบไหน ล้วนต้องคำนึงผลประโยชน์ต้องตกสู่ประชาชนเป็นสำคัญ...
...เมื่อตรวจสอบปฏิกิริยาฝ่ายผู้กุมอำนาจปัจจุบัน อย่าง คสช. ผ่านการให้สัมภาษณ์ของมีชัย เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า “หลังรายงาน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ถึงการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอ คสช. ไม่ได้ว่าอะไร ขณะที่นายกฯ ผมยังไม่ได้ชี้แจง เนื่องจากไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศจีน คงต้องรอให้กลับมาก่อน แต่คิดว่าไม่มีอะไร”
...ขณะที่ วิษณุ เครืองาม ส่งสารตอบกลับวันเดียวกัน “การที่ร่างออกมาแบบนี้ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าจะพอใจและรับได้ ถือว่าใกล้เคียงสิ่งที่ คสช.ได้เสนอไป”...
...ฉะนั้นกล่าวในชั้นนี้ “คสช.ไม่ติดใจ” แต่หากตีความคำว่า คสช. หมายรวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ผู้เป็นตัวตั้งตัวตีต้องการให้ กรธ.ปรับแก้ตามข้อเรียกร้องทุกข้อทุกประการ ไม่ติดใจด้วยหรือไม่ อันนี้คงต้องดูท่าทีกันต่อไป ว่าผู้มีอำนาจชี้ขาดตัวจริงคือใครกันแน่ ระหว่างบิ๊กตู่ และบิ๊กป้อม...
...ตามข้อเสนอเดิมของ คสช. ต้องการให้มีสมาชิกวุฒิสภาระบบสรรหา จำนวน 250 คนมีอำนาจหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ หรือบอกกันตรงๆ วุฒิสภาชั่วคราวตามแบบฉบับ คสช. สามารถจะคว่ำรัฐบาลเมื่อไหร่ก็ได้ เพียงแค่หาเหตุรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคตบริหารงานได้โหลยโท่ย ก็ใช้สิทธิยื่นญัตติอภิปรายยกมือไม่ไว้วางใจซะเลย...
...แต่กรธ.ปรับแก้ ทั้งในเรื่องของวุฒิสภาระบบสรรหาโดยตรง 200 คน ส่วนที่เหลือ50 คน มาจากระบบเลือกกันเอง 20 กลุ่มจากระดับอำเภอ โดยเฉพาะในส่วนที่เลือกกันเองก็ถือเป็นการทดสอบระบบ สว.ลูกผสมตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญระยะยาวด้วย...
...ส่วนอำนาจหน้าที่ให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามข้อเสนอเดิมของ คสช. ปรากฏว่า กรธ.ตัดหน้าที่ดังกล่าวออกไป แต่ให้คงอำนาจพิทักษ์รัฐธรรมนูญ มีหน้าที่ติดตามดูแลงานปฏิรูปต่อไป...
...อีกทั้งประเด็นที่มานายกรัฐมนตรีกรธ.เห็นชอบให้ สส.ดำเนินไปตามร่างเดิม คือมาจากรายชื่อที่ทุกพรรคเสนอก่อนเลือกตั้งไม่เกินพรรคละ 3 คน...
...เว้นแต่ไม่สามารถเสนอชื่อได้ เพราะมีเหตุถอนตัวหรือตกลงกันไม่ได้ใน 30 วัน หรือ 60 วัน ก็ให้ใช้เสียงข้างมากของสภาเรียกประชุมรัฐสภา แล้วต้องมีมติโดยเสียงไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของสองสภา (500 คน ใน 750 คน) จึงจะสามารถยกเลิกเงื่อนไข แล้วเสนอชื่อคนจะให้โหวตเป็นนายกฯนอกบัญชีได้ จากนั้นจึงกลับมาลงมติในสภาผู้แทนฯ...
...กระบวนการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ต้องการยัดเยียดให้มีนายกฯ คนนอก เว้นแต่ต้องเกิดวิกฤตสภาเสียก่อน อีกทั้งขั้นตอนสุดท้าย สส.ในสภาโหวต มิใช่ สว.เข้ามาโหวตเลือกนายกฯ ด้วย...โปรดจงเข้าใจ







