
ครูอีสานห่วงทำผลงานมากกว่าสอนเด็ก
อธิการบดีม.อุบลฯ ชี้คุณภาพการศึกษาไทยครูห่วงทำผลงานมากกว่าสอนเด็กนักเรียน
อธิการบดีม.อุบลฯ ชี้คุณภาพการศึกษาไทยครูห่วงทำผลงานมากกว่าสอนเด็กนักเรียน
ศาสตราจารย์ ดร. ประกอบ วิโรจนกูฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวถึงนโยบายรัฐบาลให้เด็กเรียนฟรี 12 ปี เป็นเรื่องดีที่รัฐจัดให้เป็นสวัสดิการแก่ประชาชน แต่ปัจจุบันระบบการศึกษาไทยยังล้มเหลว โดยเฉพาะการจัดระบบการเรียนการสอนชั้นประถมศึกษา จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทำให้เด็กไทยมีพื้นฐานการเรียนรู้ไม่แน่น การเข้าสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษาซึ่งเน้นการสอนให้เด็กเข้าใจการเรียนอย่างมีเหตุผล จึงไม่ประสบความสำเร็จ ที่หวังให้ผู้เรียนจบการศึกษาออกไปประกอบอาชีพอย่างมีคุณภาพ
นอกจากนั้น ต้องยอมรับว่ามีเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย จำนวนมาก ที่อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ สาเหตุเพราะครูผู้สอนไม่มีเวลาให้กับเด็กอย่างจริงจัง และระบบการสอนไม่ตรงกับการใช้ในชีวิตจริง หากปล่อยให้การศึกษาไทยเป็นไปเช่นนี้ จะเกิดผลร้ายกับระบบการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพบุคลากรของประเทศ
ทั้งนี้อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวถึงการแก้ไขการศึกษาไทยให้ดีขึ้น จะต้องยึดหลัก 3 ประการคือ ครูต้องเป็นผู้รู้ มีความตั้งใจสอนลูกศิษย์ ไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้ หรือการทำผลงาน เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ โดยประเทศที่การศึกษามีความก้าวหน้าอย่างจีน อินเดีย ญี่ปุ่น หรือเวียดนาม อาชีพครูเป็นอาชีพที่มีรายได้สูง ทำให้ครูตั้งใจสอนศิษย์อย่างจริงจัง ไม่ต้องห่วงเรื่องภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และไม่ต้องมานั่งทำผลงาน สร้างความก้าวหน้าในอาชีพ แต่ครูควรจะสนใจกระบวนการสอนนักเรียนให้เข้าใจการสอนด้วยหลักทฤษฎี จนมีความรู้อย่างแท้จริง ประเทศที่มีระบบการศึกษาดี จะไม่มีโรงเรียนกวดวิชา เพราะไม่มีความจำเป็นกับเด็กที่เรียนจนเข้าใจมาจากโรงเรียนแล้ว
”ควรมีการปรับกระบวนการสอน ที่มุ่งเน้นให้เด็ก ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง โรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ให้ผู้เรียนอยู่ในห้องเรียนทั้งวัน โดยอีกครึ่งวันปล่อยให้เด็กที่เข้าเรียนวันนั้น นำทฤษฎีที่ได้รับจากครูผู้สอนไปทดลองใช้ในชีวิตประจำวัน หรือไปเรียนรู้เพิ่มเติมกับผู้ปกครอง เพราะผู้ปกครองคือครูในชีวิตจริงของเด็ก ที่ต้องเรียนรู้กระบวนการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพในอนาคต ซึ่งหากการศึกษาไทยไม่ปรับกระบวนแนวคิดการสอนใหม่ จะเป็นผลเสียต่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ของไทย ซึ่งหมายรวมไปถึงการพัฒนาประเทศในอนาคตด้วย” อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าว







