
แหล่งเที่ยวสงกรานต์ปรับแผน พลิกวิกฤตคืนรูปแบบประเพณีโบราณ
แหล่งท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์พลิกวิกฤตเป็นโอกาสส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบประเพณีไทยโบราณ
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
จากสถานการณ์ภัยแล้งขั้นวิกฤตกว่าทุกปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้ประเพณีวันสงกรานต์ที่จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 12-15 เม.ย. 2559 ต้องปรับตัวลดการใช้น้ำอย่างประหยัด แต่ยังคงธำรงไว้ซึ่งการสืบสานประเพณีอันดีงามที่ประชาชนชาวไทยสืบทอดต่อกันมาเป็นประจำทุกปี
สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมศิลปากร กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และกองบังคับการตำรวจจราจร มีมติเห็นพ้องให้ลดวันเล่นน้ำสงกรานต์ลงเหลือเพียง 3 วันเท่านั้น เริ่มต้นระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย. และกำหนดเวลารื่นเริงถึงเวลา 21.00 น.ของแต่ละวัน ส่วนในวันที่ 15 เม.ย. ให้ถือเป็นวันครอบครัวที่พ่อแม่ลูกจะได้อยู่พร้อมหน้า รดน้ำดำหัวและรับประทานอาหารร่วมกันภายในบ้าน
ด้านแหล่งท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอย่างถนนข้าวสาร พร้อมให้ความร่วมมือประหยัดน้ำ ด้วยการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบประเพณีไทยโบราณที่มีความสวยงาม อ่อนโยน ไม่ใช่สงครามสาดน้ำอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ปิยะบุตร จิวระโมไนย์กุล นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า วันแรกของเทศกาลสงกรานต์บนถนนข้าวสารคือวันที่ 12 เม.ย. จะไม่มีการเล่นน้ำ มีเพียงการแสดงบนเวทีประกวดนางงามนานาชาติสวมใส่ชุดไทย เป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่ในสถานที่แห่งนี้ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเสด็จมาเป็นประธานเปิดงานอีกด้วย หลังจากนั้นในวันที่ 13 เม.ย. จะมีการสรงน้ำพระในช่วงเช้า เมื่อเสร็จพิธีเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงจะเริ่มเล่นน้ำสงกรานต์ตามปกติ
มาตรการประหยัดน้ำของถนนข้าวสาร ทางผู้ประกอบการร้านค้าจะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการรณรงค์เล่นน้ำด้วยรูปแบบโบราณคือ การใช้ขันรดน้ำอบกลิ่นหอม รดน้ำระหว่างกันเพียงเล็กน้อย ทำให้เกิดภาพประเพณีที่สวยงามเรียบร้อย เพราะที่ผ่านมารูปแบบประเพณีเปลี่ยนไปกลายเป็นสงครามสาดน้ำอย่างดุเดือด
ทั้งนี้ ปีนี้จะไม่มีการตั้งจุดแจกน้ำ เพราะเคยเกิดกรณีตั้งถังแจกน้ำแล้วปรากฏว่ามีบางคนมาเอาน้ำไปขายแสวงหากำไร ที่สำคัญห้ามเล่นแป้งโดยเด็ดขาด เนื่องจากแป้งส่งผลทำให้หลังจากสิ้นสุดวันสงกรานต์ ทางเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดต้องใช้เวลาถึง 3 วัน เพื่อฉีดน้ำล้างแป้งออกจากผิวถนน และขุดลอกท่อระบายน้ำครั้งใหญ่ เป็นการใช้น้ำโดยไม่เกิดประโยชน์
ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเล่นบนถนนข้าวสารต้องพกขันน้ำหรือปืนฉีดน้ำแรงดันต่ำเข้ามาเอง และสามารถมาร่วมสนุกบริเวณด้านหน้าเวที
การแสดงได้จนถึงเวลา 21.00 น.ของแต่ละวัน ทางผู้ประกอบการร้านค้าจะเริ่มทยอยปิดร้านค้า พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกจากพื้นที่
“แม้ปีนี้วันเล่นน้ำสงกรานต์จะลดลง แต่เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวมากนัก เพราะได้ประชาสัมพันธ์ถึงชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องว่า ประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ภัยแล้ง ทำให้นักท่องเที่ยวมีความเข้าใจเป็นอย่างดี ที่สำคัญควรใช้โอกาสภาวะภัยแล้งเช่นนี้หวนคืนรูปแบบประเพณีเก่าแก่ที่สวยงามให้กลับมาได้อีกด้วย” ปิยะบุตร กล่าว
สุภาวดี สิทธิกรไพบูลย์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก รับผิดชอบพื้นที่ถนนสีลม ยืนยันว่า นโยบายของรัฐบาลและ กทม.ไม่ได้ห้ามให้เล่นสงกรานต์ แต่จะรณรงค์ให้ทุกฝ่ายช่วยกันประหยัดน้ำ ดังนั้นจึงได้เตรียมทำแผ่นติดประกาศขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้ช่วยกันเล่นน้ำอย่างประหยัด แม้ว่าทุกปีที่ผ่านมาทางสำนักงานเขตได้จัดให้มีจุดบริการเติมน้ำประปาฟรีตลอดทั้งถนนสีลม แต่ในปีนี้จำเป็นต้องยกเลิกจุดบริการเติมน้ำทั้งหมด พร้อมทั้งยกเลิกอุโมงค์น้ำด้วย
อย่างไรก็ตาม กทม.พยายามส่งเสริมให้การเล่นน้ำสงกรานต์ โดยฉายภาพศิลปวัฒนธรรมวันขึ้นปีใหม่ไทยที่สวยงาม รดน้ำเพียงเล็กน้อยให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งภาพเหล่านี้จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจดจำใหม่ว่ารูปแบบประเพณีสงกรานต์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร ไม่ใช่คิดว่าเป็นวันสาดน้ำเพื่อความสะใจ
ด้าน อมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เนื่องจากปีนี้ตรงกับสมัยรัตนโกสินทร์ศก หรือ ร.ศ. 234 ทาง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. จึงมอบนโยบายให้ทุกสำนักงานเขตจัดกิจกรรมส่งเสริมให้ประชาชนเข้าวัด เพื่อร่วมพิธีสงกรานต์มุ่งเน้นในเชิงศิลปวัฒนธรรมโดยเฉพาะคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ เช่น การทำบุญ ร่วมพิธีก่อเจดีย์ทราย เพราะสิ่งเหล่านี้กำลังถูกลืมเลือน
นอกจากนี้ ยังได้รณรงค์สงกรานต์ 5 ป. ได้แก่ 1.ประหยัดน้ำ 2.ปลอดแอลกอฮอล์ 3.ปลอดปืน 4.ปลอดแป้ง และ 5.ปลอดโป๊ และที่สำคัญไม่อยากเห็นภาพความแห้งแล้งในพื้นที่ต่างจังหวัด ในขณะที่ประชาชนคนกรุงเทพฯ เล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน จึงอยากให้ทุกฝ่ายตระหนักเห็นความเดือดร้อนจากภัยแล้งของคนอื่นเป็นความทุกข์ใจของตัวเองด้วย







