
มโน 7 บรรทัด
เมื่อเร็วๆ นี้มีสำรวจอัตราการอ่านและรู้หนังสือที่สำรวจโดย Central Connecticut State in New Britain
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
เมื่อเร็วๆ นี้มีสำรวจอัตราการอ่านและรู้หนังสือที่สำรวจโดย Central Connecticut State in New Britain ในจำนวน 61 ประเทศที่มีข้อมูลพบว่าฟินแลนด์มีอัตราการอ่านสูงสุด ไทยที่ 56 ที่จริงเขาจะสำรวจ 200 ประเทศ แต่ข้อมูลไม่พอ และข้อมูลเท่าที่ได้นี้ก็นำมาจากยูเนสโกกับ OECD ทำให้ผมสงสัยว่า ที่เย้ยกันเรื่องคนไทยอ่านหนังสือปีละ 7 หรือ 8 บรรทัดเอามาจากที่ไหน ยูเนสโกก็ไม่มี ที่ไหนๆ ก็ไม่มีสงสัยจะเป็นอีกหนึ่ง Myth ที่ถูกสร้างขึ้นโดยบุคคลนิรนามในโลกออนไลน์? ใครเจอช่วยสงเคราะห์ทีเถอะครับ
หลายปีก่อนผมอ่านบทความด้าน IT เรื่องหนึ่งจำชื่อไม่ได้ เขาบอกว่า โซเชียลเน็ตเวิร์กไม่ได้ทำให้คนอ่านน้อยลง ตรงกันข้ามทำให้คนอ่านมากขึ้นและเขียนมากขึ้น ถ้าเราไปจำกัดว่าการอ่านต้องถือหนังสือเป็นเล่มๆ คนทั่วโลกอ่านน้อยลงแน่นอน แถมตอนนี้หนังสือขายไม่ออก นิตยสารปิดตัวเป็นแถวๆ ดังนั้นถ้าวัดสื่อออนไลน์เข้าไปด้วยผมว่าคนไทยอ่านเยอะกว่าแต่ก่อนไม่รู้กี่เท่าตัว มิพักจะเอ่ยถึงมายาคติเรื่องอ่าน 7 หรือ 8 บรรทัด (ตกลงมันกี่บรรทัดกันแน่? แล้วสถิติจากไหน?)
Myth อีกเรื่องที่ผมอยากพิสูจน์มากคือที่บอกว่าคนไทยเป็นพวกชอบฟังชอบเล่าแนวมุขปาฐะ ไม่ใช่พวกนักอ่าน ผมเคยอ่านหนังสือ ศ.เดวิด เค. วัยอาจ (David K. Wyatt) ชื่อ Siam in Mind ท่านบอกว่า ในช่วงปี ค.ศ. 1890 อัตราการรู้หนังสือของพลเมืองชายในสยามสูงกว่าอัตราการรู้หนังสือของยุโรปและอเมริกาหลายเท่าตัวนัก เพราะผู้ชายต้องบวชเรียนและตามชุมชนยังมีหอไตรของวัดเป็นเหมือนห้องสมุด ทำให้ดูเหมือนว่าผู้หญิงเท่านั้นที่มาแนวมุขปาฐะ
อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่เห็นด้วยกับอาจารย์วัยอาจ เท่าที่สังเกตผมเห็นชาววัดไทยอ่านพอประมาณเน้นภาคปฏิบัติมากกว่า ผิดกับพุทธพม่าที่อ่านมากเก่งปริยัติแต่ปฏิบัติพอประมาณ ทุกวันนี้พม่ายังมีวัฒนธรรมอ่านพระไตรปิฎกแล้วจำทั้งหมดจากนั้นมาอ่านให้โยมฟัง ไทยเราไม่มี
ส่วนตัวผมไม่เห็นว่าอ่านน้อยหรือฟังมากมันจะทำให้คนไทยฉลาดน้อยลง เพราะมันเป็นการรับข้อมูลเหมือนกัน สิ่งสำคัญคือฟังหรืออ่านต้องคิดตามด้วย แม้จะอ่านแค่ 2-3 บรรทัด แต่รู้จักคิดยังดีกว่าอ่านเป็นเล่มๆ แต่วิเคราะห์ต่อยอดไม่เป็น
อย่างไรก็ตาม เรื่องวิเคราะห์ไม่เป็น ชอบข่าวลือ และเชื่อตามๆ กัน เป็นปัญหาใหญ่ของบ้านเรามากพอๆ กับไม่อ่านหนังสือเสียอีก โดยเฉพาะการอ่านแค่พาดหัวแล้วจินตนาการเอาเองจนเงิบ หรืออ่านแล้วแสดงความเห็นด้วยตรรกะหลุดลุ่ยจนทะเลาะกับคนอื่น







