posttoday
สร้างภูมิคุ้มกันการคลัง

สร้างภูมิคุ้มกันการคลัง

18 มีนาคม 2559

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นกฎหมายที่กระทรวงการคลังเพียรพยายามผลักดันมานาน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2550 มีผลบังคับใช้ ได้กำหนดให้มีการออกหมายลูกดังกล่าว เพื่อให้การบริหารการเงินการคลังของประเทศมีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูงสุด

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นกฎหมายที่กระทรวงการคลังเพียรพยายามผลักดันมานาน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2550 มีผลบังคับใช้ ได้กำหนดให้มีการออกหมายลูกดังกล่าว เพื่อให้การบริหารการเงินการคลังของประเทศมีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ร่าง พ.ร.บ.การเงินการคลังจะดูแลภาพรวมการเงินการคลังของประเทศทั้งหมด ทั้งการกำหนดกรอบวินัยทางการเงินการคลัง กรอบการคลังระยะปานกลาง การจัดหารายได้ การกำหนดแนวทางในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน การบริหารการเงินและทรัพย์สิน การบัญชี ทุนหมุนเวียน การก่อหนี้หรือการดำเนินการที่ผูกพันทรัพย์สินหรือภาระทางการเงิน หลักเกณฑ์กำหนดวงเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารการคลังของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ยั่งยืนโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

หากว่าไปแล้ว ร่าง พ.ร.บ.การเงินการคลังก็เป็นเหมือนกฎหมายแม่ดูแลการบริหารการคลังของประเทศในทุกๆ ด้าน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นกฎหมายดูแลเฉพาะแต่ละด้าน กระจัดกระจายดูแลจากหลายหน่วยงาน แต่เมื่อมี พ.ร.บ.การเงินการคลังก็จะทำให้การบริหารมีเอกภาพ มียุทธศาสตร์และเป้าหมายร่วมกันที่ชัดเจน ไม่ใช่ต่างคนต่างเดิน ต่างคนต่างทำเหมือนที่ผ่านมา

รูปธรรมที่จับต้องได้ของร่าง พ.ร.บ.การเงินการคลัง ประกอบด้วย การบริหารเงินการคลังของประเทศจะต้องรักษาระดับหนี้สาธารณะของประเทศไม่ให้เกิน 60% ของจีดีพี เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารประเทศจนก่อหนี้เกินตัว ต้องมีการชำระหนี้เงินต้นไม่ต่ำกว่า 3% จากที่ผ่านมาชำระได้แค่ 1-2% เท่านั้น ทำให้ปริมาณหนี้ของประเทศยิ่งนับวันยิ่งเพิ่มขึ้น

ยังมีการคุมการตั้งงบกลางไม่เกิน 3-4% ของงบประมาณรายจ่าย เพื่อป้องกันรัฐบาลตั้งงบกลางปีมากไปใช้ในโครงการที่ตรวจสอบได้ยาก ทั้งในแง่ของความจำเป็นหรือความคุ้มค่าของโครงการทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม

ที่สำคัญ พ.ร.บ.การเงินการคลังยังคุมการใช้เงินนอกงบประมาณไปทำโครงการประชานิยมเหมือนที่ผ่านมา เพราะการใช้เงินนอกงบประมาณจะถูกกำหนดให้ได้ปีละไม่เกิน 1-5% ของงบประมาณรายจ่าย และการใช้ต้องเป็นไปเพื่อการฟื้นฟูจากการก่อการร้ายหรือวินาศกรรม เพื่อการฟื้นฟูจากสาธารณภัยหรือภัยพิบัติต่างๆ และเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้การใช้เงินนอกงบประมาณมีกรอบคุมในระดับหนึ่งจากเดิมใช้ได้อย่างไม่จำกัด

ขณะเดียวกัน อย่างปิดช่องการใช้เงินจากการเก็บภาษีพิเศษ ที่เดิมหน่วยงานที่ไม่ใช่กรมภาษีหรือกระทรวงการคลัง ไปออกกฎหมายตั้งกองทุนและก็ให้มีการเก็บเงินภาษีบาปเพิ่มเพื่อไปใช้ในกิจการของกองทุน

ทั้งหมดที่เป็นข้อดีของกฎหมายการเงินการคลัง เป็นการสร้างเกราะและภูมิคุ้มกันให้กับการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าหลายรัฐบาลในอดีตใช้เงินนอกงบประมาณทำโครงการประชานิยมกันอย่างมือเติบ ไม่คำนึงความเสียหายที่จะตามมา คิดแต่คะแนนเสียงทางการเมือง เพื่อให้ได้เข้ามาเป็นรัฐบาลและให้อยู่ได้นานที่สุดเท่านั้น

ดังนั้น การจำกัดความเสียหายให้อยู่ในวงที่รับได้ จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความมั่นคงแข็งแรงได้อย่างมีเสถียรภาพ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ