
เครือเอสซีจี ลงทุนไอที โลจิสติกส์
เอสซีจี โลจิสติกส์ รุกหนักเออีซี ลงทุนไอทีอีก 400 ล้าน หวัง 5 ปี โต 3 หมื่นล้าน
เอสซีจี โลจิสติกส์ รุกหนักเออีซี ลงทุนไอทีอีก 400 ล้าน หวัง 5 ปี โต 3 หมื่นล้าน
นายสยามรัฐ สุทธานุกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเมนท์ เปิดเผยว่า ปี 2559 บริษัทมุ่งเน้นในการขยายตลาดเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ไปยังภูมิภาคอาเซียน หลังปลายปีก่อนมีการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ หรือโลจิสติกส์ฮับ ของภูมิภาคนี้ โดยการพัฒนาเครือข่ายการขนส่งข้ามประเทศ และขยายฐานการขนส่งในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) และอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ มีแผนการจัดตั้งบริษัทโลจิสติกส์ ในประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และลาว ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจได้ในช่วงปี 2560 ซึ่งปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวม 1.78 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 18% จากปีก่อนที่อยู่ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าในปีนี้ยอดขายจากต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศในเออีซีจะเพิ่มขึ้นเป็นราว 1,100 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ราว 600 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 77%
“บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาโมเดลทางธุรกิจในการขนส่งสินค้าชนิดอื่นๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเติม เช่น ข้าว น้ำตาล สินค้าเกษตร และสินค้าพลังงาน หวังช่วยลดต้นทุนการขนส่งของลูกค้าที่ใช้บริการของบริษัท” นายสยามรัฐ กล่าว
ขณะที่เป้าหมาย 5 ปีจากนี้ (2559-2563) บริษัทคาดว่าจะมียอดขายรวมเพิ่มขึ้นเป็น 3 หมื่นล้านบาท โดยมียอดขายจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหลักในการเติบโตถึงเป้าหมายดังกล่าวจะมาจากการรุกธุรกิจในเออีซีเป็นหลัก
นายสยามรัฐ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจโลจิสติกส์ในกลุ่ม รับบริหารระบบลำเลียงขนส่งซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนยานยนต์ คาดว่าจะมีอัตราเติบโตขึ้นราว 10% จากปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท ตามปัจจัยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจส่งผลให้ผู้ประกอบการมีปริมาณความต้องการขนส่งมากขึ้น
ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทใช้เงินลงทุนด้านไอทีมูลค่า 400 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโซลูชั่นการขนส่งสินค้าด้วยเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งเปิดตัวบริการ เน็กซ์เดย์ เนชั่นไวด์ (Next Day Nationwide) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้านความเร็วในการขนส่งถึงที่หมายทั่วประเทศภายใน 24 ชั่วโมง ช่วยให้ลดต้นทุนสินค้าคงคลังและเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันทางธุรกิจของลูกค้า
นายสยามรัฐ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้การบริการแบบวันสต็อปเซอร์วิส ให้บริการขนส่งสินค้าทั้งทางรถบรรทุก ทางเครื่องบิน และทางเรือ พร้อมบริหารจัดการศูนย์กระจายสินค้าตั้งแต่วัตถุดิบผ่านกระบวนการต่างๆ จนเป็นสินค้าไปถึงมีผู้ใช้ และการติดต่อกับกรมศุลกากร จัดการเอกสารหลักฐานต่างๆ ของทางราชการ ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในประเทศไทย ที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีบริษัทจัดการไอทีชั้นนำมาร่วมพัฒนาโครงการดังกล่าวกว่า 10 ราย ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2559 และจะเริ่มใช้จริงในปี 2560







