
บันทึกลับเด้งอดีตอธิบดีปกครอง สกัดทุจริตสู่ไม่สนองศอฉ.
"ขอยืนยันว่าการพิจารณาโยกย้ายกระผมออกจากตำแหน่งดังกล่าวนั้น ก็ด้วยเหตุที่กระผมปฏิบัติงานขัดขวางการกระทำอันผิดระเบียบ ผิดกฎหมายของผู้บริหาร…"
"ขอยืนยันว่าการพิจารณาโยกย้ายกระผมออกจากตำแหน่งดังกล่าวนั้น ก็ด้วยเหตุที่กระผมปฏิบัติงานขัดขวางการกระทำอันผิดระเบียบ ผิดกฎหมายของผู้บริหาร…"
โดย ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
"ตอน แรกรมว.มหาดไทยและปลัดกระทรวงมหาดไทยอ้างเหตุย้ายผมว่ามา จากการคดีทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอที่อยู่ระหว่างตรวจสอบของคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งที่ ป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือเวียนไปทั่วประเทศว่าคดีไหนที่ยังไม่ได้ชี้มูล จะเอามาเป็นเหตุในการโยกย้ายไม่ได้ ต่อมาก็อ้างเรื่องความเหมาะสมเลยเกิดคำถามว่าผมไม่เหมาะสมตรงไหน"
นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ซึ่งถูกรมว.มหาดไทยเซ็นคำสั่งย้ายจากอธิบดีกรมการปกครองมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง หลังจากเจ้าตัวยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (คพท.) เมื่อวันที่ 24 พ.ค.53 โดยกล่าวด้วยว่า การยื่นร้องเรียนต่อพคท.ไม่ได้หวังผลกลับสู่ตำแหน่งเดิมแต่ต้องการให้มีการตรวจสอบเป็นกรณีตัวอย่าง เพราะหากพบว่าการโยกย้ายไม่เป็นธรรม จะเป็นการประจานความเน่าเฟะของผู้บริหารที่โยกย้ายคนโดยไม่มีเหตุอันควรซึ่งสมควรแก้ไข
ก่อนหน้านี้ หลายคนเชื่อกันว่าสาเหตุการโยกย้ายนายวงศ์ศักดิ์ น่าจะมาจากประมูลโครงการเช่าระบบ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพื่อให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัว ประชาชนแบบใหม่ มูลค่า 3,490 ล้านบาท ที่นายวงศ์ศักดิ์ไม่เซ็นอนุมัติกระทบต่อฝ่ายการเมืองที่กำลังเข้ามาเอี่ยวโครงการนี้
และบ่อยครั้งที่จะได้ยินผู้บังคับบัญชาออกมาชี้แจงถึงการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ว่า “เพื่อความเหมาะสม” เป็นคาถาสำเร็จรูปบอกกล่าวผ่านสื่อมวลชนโดยไม่ต้องตามหาต้นสายปลายเหตุที่แท้จริง
แต่ทว่า หลังนายวงศ์ศักดิ์ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพคท. ก็ทำให้เห็นกระบวนการตรวจสอบความไม่เป็นธรรมเรื่องนี้ ชักไม่ปกติ!!!
กล่าวคือ ฝ่ายผู้บังคับบัญชาได้ยกเหตุย้ายนายวงศ์ศักดิ์ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา โดยเฉพาะสูตรสำเร็จที่อ้างว่า เพื่อความเหมาะสม ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว นายวงศ์ศักดิ์มีความไม่เหมาะสมในเรื่องใด สาธารณชนไม่มีใครทราบ
กระทั่งการสอบสวน ได้มีการเชิญนายมานิตย์ วัฒนเสน ปลัดมหาดไทยไปชี้แจงต่อพคท. ก็มีการกล่าวถึงเหตุผลการย้ายนายวงศ์ศักดิ์อีกครั้ง โดยข้อมูลใหม่ที่เกิดขึ้นคือการยกเหตุ นายวงศ์ศักดิ์ไม่มีประสบการณ์คุมมวลชนเสื้อแดง ไม่สนองนโยบายการนำปืนลูกซอง 3,000 กระบอกส่งมอบให้ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในช่วงเตรียมกระชับพื้นที่
นี่หรือคือเหตุผลหลักโดนเด้งฟ้าผ่า
ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎกาคม พคท. ทำหนังสือถึงนายวงศ์ศักดิ์ ให้ชี้แจงข้อกล่าวอ้างของรมว.มหาดไทยและปลัดมหาดไทย มีเนื้อหาน่าตรึกตรองดังนี้
ประเด็นที่ 1 อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความไม่สงบ มีการชุมนุมทางการเมืองในกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ จำเป็นจะต้องมีผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการทำงานด้านความมั่นคง งานการข่าว และมวลชนเป็นอย่างดี
กระผมขอเรียนว่า ความมั่นคงของชาติของประเทศนั้น สำคัญอยู่ที่ความเอาใจใส่ในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนในชาติ ทั้งด้านการงาน อาชีพ มีรายได้ มีการพัฒนาตัวเองภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งกระผมได้ประกาศเป็น ยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในการพัฒนา เป็นการบริหารงานตามอำนาจหน้าที่จนเป็นเป็นที่ประทับใจของข้าราชการผู้ปฏิบัติงานในภูมิภาคและมีต่อประชาชนโดยตรง
ประเด็นที่สอง ในสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเกิดการชุมนุมอันเนื่องมาจากความคิดเห็นของประชาชนที่แตกต่างกัน และการชุมนุมเรียกร้องต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น หากมีการกระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้นก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งมิใช่อำนาจหน้าที่ของกรมการปกครองสำหรับกรมการปกครองขณะที่กระผมรับผิดชอบ ก็ได้ถือปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่โดยเคร่งครัดคือ ได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกรมการปกครองขึ้น เพื่อติดตาม ประเมินผลและรายงานผู้บังคับบัญชาทราบทุกระยะ ทุกขั้นตอน และขออ้างบุคคลยืนยันการปฏิบัติงานคือ คือ นายธนิต กุลสุนทรและทีมงาน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในการติดตามประเมินผล และรายงานความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และเกิดประโยชน์ต่อทางราชการ มิได้มีผลเสียหายเกิดขึ้นแต่อย่างใด
หากแต่การที่มีการประสานงานเพื่อที่จะให้กรมการปกครองสนับสนุนอาวุธปืนลูกซอง 5 นัด จำนวน 3,000 กระบอก พร้อมกระสุน ส่งมอบให้ศูนย์อำนวยการการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) นั้น โดยอำนาจหน้าที่แล้วกรมการปกครองไม่สามารถกระทำได้ เพราะไม่มีอำนาจสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดได้หากแต่เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทยที่จะสามารถสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดได้
กระผมจึงขอกราบเรียนยืนยันมายังคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมว่า ในระหว่างดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองนั้น กระผมได้ปฏิบัติหน้าที่เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศ ต่อราชการ และต่อประชาชน
ขอยืนยันว่าการพิจารณาโยกย้ายกระผมออกจากตำแหน่งดังกล่าวนั้น ก็ด้วยเหตุที่กระผมปฏิบัติงานขัดขวางการกระทำอันผิดระเบียบ ผิดกฎหมายของผู้บริหารโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประมูลเช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบ ตามโครงการจัดระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนแบบใหม่ งบประมาณ 3,490 ล้านบาท และการขัดขวางการที่จะดึงงานจัดซื้อจัดจ้างบัตรประจำตัวประชาชนจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาดำเนินการเอง และอื่นๆ อีกหลายเรื่อง ซึ่งข้าราชการกระทรวงมหาดไทยตลอดจนประชาชนทั้งประเทศทราบกันดีว่า กระทรวงมหาดไทยมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตเกิดขึ้นอย่างมากมาย
จากคำชี้แจงทั้งหมด เห็นได้ว่านายวงศ์ศักดิ์ยังคงยืนยันเหตุผลสำคัญที่นำไปสู่การโยกย้ายคือการเข้าไปขัดขวางอภิมหาโครงการที่ส่อไปในทางทุจริตในกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น การที่รมว.มหาดไทยและปลัดกระทรวงมหาดไทยหาเหตุผลย้ายเพื่อความเหมาะสมด้วยการเปิดปมอื่นขึ้นมา ยิ่งสร้างความฉงนสงสัยตามมาอีก โดยที่ความฉาวโฉ่ในกระทรวงมหาดไทยนับวันจะส่งกลิ่นรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ







