posttoday
เศรษฐกิจเฉา2ปี

เศรษฐกิจเฉา2ปี

15 มีนาคม 2559

“สมคิด” ส่งสัญญาณชัดเศรษฐกิจไม่ดียาว 1-2 ปี เร่งยกเครื่องภาคเกษตรกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ

“สมคิด” ส่งสัญญาณชัดเศรษฐกิจไม่ดียาว 1-2 ปี เร่งยกเครื่องภาคเกษตรกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “เศรษฐกิจฐานรากกับการพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ว่า ข้อมูลในขณะนี้บ่งชี้ได้ว่าเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะไม่ดีไปอีก 1-2 ปี เพราะว่าจีนเป็นตลาดที่เป็นที่พึ่งของประเทศผู้ส่งออกมีการส่งออกติดลบ 25% ขณะที่ญี่ปุ่นเองก็ไม่ดี ดอกเบี้ยติดลบ ผู้ฝากจะต้องจ่ายเงินให้กับธนาคาร ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปได้ประกาศดอกเบี้ยอ้างอิง 0% ธนาคารพาณิชย์ที่จะฝากเงินกับธนาคารกลางยุโรปจะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ 0.4% เป็นการผลักเงินฝากออกไปสู่ระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายสมคิด กล่าวว่า สิ่งที่ประหลาดคือนโยบายของจีน ที่ประกาศแล้วว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ที่ 6.5% แต่จะไม่ฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ไม่ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งความหมายต่อเศรษฐกิจโลกก็คือ ถ้าจีนไม่กระตุ้นแสดงว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าเศรษฐกิจจะโตก้าวกระโดดดังนั้นการส่งออกของประเทศที่พึ่งพิงจีน รวมถึงไทยก็คาดหวังว่าจีนจะมีการสั่งซื้อสินค้ามากๆ เหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว

นอกจากนี้ ที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของจีน คือเขาบอกว่า แม้จะอัดฉีดเข้าไปแล้ว เศรษฐกิจเขาอาจจะโตได้ 1-2% แต่เศรษฐกิจจะเละ อ่อนแอ สิ่งที่จีนจะทำคือเน้นการปฏิรูปเชิงโครงสร้างยกระดับการผลิตทั้งหมด โรงงานที่ไม่มีประสิทธิภาพจะปิดไป กิจการที่เทคโนโลยีต่ำก็จะเลิก โดยหวังว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าความสามารถของเขาจะก้าวกระโดดขึ้นจนคนอื่นตามไม่ทัน

รองนายกฯ กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้ไป รัฐบาลจะทำนโยบายอย่างละครึ่ง กล่าวคือ จะดูเรื่องของการเติบโตพอควร เมื่อการส่งออกปรับตัวลดลง ก็ต้องมีโครงการสร้างอุปสงค์ในประเทศไม่ให้ทรุดต่ำ ให้อยู่ได้ตามสมควร และหัวใจสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือ การปฏิรูปทั้งด้านบริการ อุตสาหกรรม และปฏิรูปด้านภาคการเกษตร

สำหรับกรณีที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น นายสมคิดยืนยันว่า ไม่ต้องห่วง ธปท.ดูแลอยู่แล้ว ตอนนี้ที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นก็เพราะหลายประเทศทำนโยบายดอกเบี้ย 0% บางประเทศดอกเบี้ยติดลบ เงินทุนจากต่างประเทศจึงไหลเข้ามาในบ้านเรา

นายสมคิด กล่าวว่า หัวใจสำคัญที่รัฐบาลจะเร่งดำเนินการหลังจากนี้ไปคือ การปฏิรูปภาคเกษตรจากที่ผ่านมานโยบายได้ไปเน้นภาคการส่งออก โดยในช่วงที่ส่งออกไม่ดีมากนักนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายว่าจะต้องสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตจากภายใน จึงต้องสร้างภาคเกษตรและเศรษฐกิจชนบทให้เข้มแข็งให้คู่ขนานกับเศรษฐกิจกระแสหลัก

ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรนั้น จะมีสินเชื่อผ่านกองทุนหมู่บ้าน 6 หมื่นล้านบาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อเพื่อปรับเปลี่ยนการผลิต 1.5 หมื่นล้านบาท เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานชุมชนผ่านกองทุนหมู่บ้าน 3.5 หมื่นล้านบาท ล่าสุดจะมีเงินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่จะนำออกมาใช้ได้อีก 5 หมื่นล้านบาท 

ล่าสุดได้ให้นโยบายกับ ธ.ก.ส.ให้ขยายการยกระดับเกษตรกรจากผู้ผลิตสินค้าพื้นฐาน ไปสู่การเป็นเอสเอ็มอีในโครงการ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอีเกษตรอุตสาหกรรม ไปเป็น 1 หมู่บ้าน 1 เอสเอ็มอีเกษตร ซึ่ง ธ.ก.ส.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมแล้วเข้าไปให้สินเชื่อในชุมชน

“ถ้าเดินตามแนวทางนี้แล้วจะค่อยๆ เปลี่ยนเกษตรกรไทย จากเดิมที่ผลิตแบบปัจเจกมาสู่การรวมกันผลิต เราต้องใช้โอกาสนี้เปลี่ยนสินค้าเกษตรไปสู่อีกจุดหนึ่ง ตอนนี้กลุ่มการเมืองบอกว่าจีดีพีตกๆ ทำไมจีดีพีไม่ขึ้น ถ้าจีนตก 25% ไม่มีทางประเทศไหนเศรษฐกิจจะดีได้ ถ้าเรายังเอาชีวิตเราไปพึ่งตลาดนอกในหลายปี เราจะไปไม่รอด” นายสมคิด กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก