posttoday
คำถามพ่วงประชามติ แผนสำรองหากร่างรธน.ถูกคว่ำ

คำถามพ่วงประชามติ แผนสำรองหากร่างรธน.ถูกคว่ำ

14 มีนาคม 2559

หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ คสช.ยังสามารถหยิบยก “มติ” จากคำถามพ่วงเป็นกรอบที่จะหาทางเดินต่อไป

โดย....ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์ 

เส้นทางสู่การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 192 เห็นชอบในวาระ 3 ​รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้เสนอ

เนื้อหาสาระสำคัญอยู่ที่การกำหนดความชัดเจนเรื่องคะแนนเสียงที่จะชี้ขาดด้วยคะแนนเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง หลังจากที่เดิมความคลุมเครือตามตัวอักษรทำให้เกิดการถกเถียงว่าอาจต้องชี้ขาดกันด้วยเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

​ถือเป็นการแก้ปัญหาจากที่ห่วงกันว่าปมนี้อาจทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงของ มีชัย​ ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อาจจะมาสะดุดที่ชั้นประชามติ จึงต้องรีบทำความชัดเจนเรื่องคะแนน ทั้งที่เอาเข้าจริง​ ในกรณีที่จะได้รับเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ​

ดังจะเห็นว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาร่างรัฐธรรมนูญถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเด็น​ ทั้งเรื่องระบบเลือกตั้ง “บัตรเดียว” ระบบเลือกไขว้ของ สว. สิทธิที่ยังถูกมองว่าด้อยกว่ารัฐธรรมนูญฉบับอื่นๆ

ต่อเนื่องด้วย “ปมร้อน”​ ใหม่ๆ ที่กำลังมีกระแสผลักดันอย่างเรื่อง สว.สรรหา ในช่วงเปลี่ยนผ่าน การบังคับใช้รัฐธรรมนูญสองขยัก เพื่อประคองสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านที่ปลุกให้กระแสไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมีมากขึ้นเรื่อยๆ

กลายเป็นที่มาให้ คสช.ตัดสินใจบีบทางอ้อมด้วยการ “อุบไต๋” ขั้นตอนต่อไป หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จนทำให้เกรงว่าหากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจต้องเจอร่างรัฐธรรมนูญที่แย่กว่าฉบับนี้

ทว่า สิ่งที่ต้องจับตาเวลานี้อาจไม่ใช่แค่ผลของประชามติเท่านั้น เพราะ “คำถามพ่วงประชามติ” ดูจะเป็นอีกกลไกสำคัญ ถึงขั้นที่สามารถชี้ทิศทางอนาคตในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนับจากนี้ แถมยังอาจเป็นแรงบีบทางอ้อมที่จะทำให้คนตัดสินใจรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากขึ้น

ล่าสุด ที่ประชุม สนช.ได้มีการปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ประเด็น “คำถามพ่วงประชามติ” ที่ให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเข้ามามีส่วนร่วมเสนอกับ สนช.ด้วย 

“การจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ให้ออกเสียงประชามติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนั้นทั้งฉบับ โดยต้องกระทำในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ในการนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะมีมติเสนอประเด็นอื่นใดไม่เกินหนึ่งประเด็นที่สมควรให้คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพิ่มเติมว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบไปในคราวเดียวกันด้วยก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องเสนอภายใน 10 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติรับฟังความคิดเห็นของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศประกอบการพิจารณาด้วย”

ก่อนหน้านี้ รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ​​แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) เคยกำหนดให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)​ และ สนช.เป็นผู้เสนอประเด็นคำถามพ่วงประชามติ สภาละไม่เกิน 1 ประเด็น เสนอต่อ ครม. เพื่อพิจารณา หาก ครม.เห็นชอบด้วยกับประเด็นใด ให้แจ้ง กกต.ดำเนินการออกเสียงประชามติ สำหรับประเด็นนั้นในคราวเดียวกันกับการจัดให้มีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ​

เมื่อ สปช.สิ้นสภาพ จึงทำให้ สนช.​กลายเป็นผู้เสนอคำถามเพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นการที่ สนช. เสนอแก้ไขให้ สปท.เข้าร่วมเสนอความเห็นด้านหนึ่ง จึงเป็นการผนึกกำลังเพิ่มน้ำหนัก​ให้คำถาม โดยเฉพาะหากเป็นคำถามที่สุ่มเสี่ยงจะถูกวิพากษ์วิจารณ์

แต่สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น สะท้อนว่าทุกอย่างถูกวางแผนอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงระหว่างแม่น้ำแต่ละสาย ดังจะเห็นว่าในการประชุมแม่น้ำ 4 สาย รอบที่ผ่านมาได้หยิบยกประเด็นเรื่องคำถามขึ้นมาหารือ เพราะกังวลว่าหากคำถามไปขัดแย้งกับร่างรัฐธรรมนูญอาจทำให้ผลประชามติมีปัญหา

แม้เวลานี้จะยังไม่มีความชัดเจนว่า สนช.จะเสนอคำถามอะไรให้ ครม.พิจารณา แต่ท่าทีจากสมาชิก สนช.สะท้อนให้เห็นว่าคงหนีไม่พ้นเรื่อง สว.สรรหา ในช่วงเปลี่ยนผ่าน การใช้รัฐธรรมนูญสองขยัก หรือไปถึงขั้นรัฐบาลแห่งชาติ ที่เป็นเป้าหมายลึกๆ จากฟาก คสช.

​การตั้งคำถามแนวนี้ จึงเสมือนเป็นแผนสำรองให้ คสช.ด้านหนึ่งเพื่อบีบให้ประชาชนตัดสินใจรับร่างรัฐธรรมนูญ เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

อีกด้านหนึ่ง หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ คสช.ยังสามารถหยิบยก “มติ” จากคำถามพ่วงประชามติที่ สนช.​ สปท. ตั้งขึ้นมานั้น เป็นกรอบที่จะหาทางเดินต่อไปข้างหน้า​

ยิ่งในวันที่ยังไม่มีกรอบตามรัฐธรรมนูญ​ “ล็อก” ไว้ว่ากระบวนการต่างๆ จะเดินไปอย่างไรด้วยแล้ว คำถามพ่วงประชามติ จึงมีความสำคัญอย่างมาก

ข่าวล่าสุด

"บอสชาตรี" เดือด! จวกวินัยนักมวย สะเทือนถึง"รถถัง"หลังแพ้น็อค

"บอสชาตรี" เดือด! จวกวินัยนักมวย สะเทือนถึง"รถถัง"หลังแพ้น็อค