posttoday
ดวงจันทร์บังดาวอัลเดบารัน

ดวงจันทร์บังดาวอัลเดบารัน

13 มีนาคม 2559

ในคืนวันจันทร์ที่ 14 มี.ค. 2559 เวลาประมาณ 4-5 ทุ่ม บางส่วนของประเทศไทยจะมีโอกาสสังเกตดวงจันทร์

โดย...วรเชษฐ์ บุญปลอด

ในคืนวันจันทร์ที่ 14 มี.ค. 2559 เวลาประมาณ 4-5 ทุ่ม บางส่วนของประเทศไทยจะมีโอกาสสังเกตดวงจันทร์เคลื่อนเข้าบังดาวอัลเดบารันหรือดาวตาวัว ซึ่งนับเป็นดาวที่สว่างดวงหนึ่งบนท้องฟ้า กล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ที่มีฐานยึดมั่นคงจะสังเกตปรากฏการณ์นี้ได้ดี

ดวงจันทร์เคลื่อนที่รอบโลกด้วยคาบประมาณ 1 เดือน บ่อยครั้งที่ดวงจันทร์เคลื่อนมาอยู่ตรงกับดาวฤกษ์หรือดาวเคราะห์ ทำให้คนบนพื้นโลกมองเห็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่าการบัง (Occultation) ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยสำหรับดาวฤกษ์ที่ไม่สว่าง แต่สำหรับดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ที่สว่างมากนานๆ เราจึงจะมีโอกาสเห็นได้สักครั้งหนึ่ง

ระยะเวลาที่ดาวถูกดวงจันทร์บังขึ้นอยู่กับเส้นทางการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์เทียบกับดาวดวงนั้นบนท้องฟ้า การบังใช้เวลาสั้นมากในกรณีที่เป็นการบังแบบเฉียด คือดาวแตะขอบทิศเหนือหรือทิศใต้ของดวงจันทร์ แต่จะใช้เวลานานได้ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง หากดาวมีแนวการเคลื่อนที่ผ่านกลางดวงจันทร์พอดี

ถ้าการบังเกิดขึ้นในช่วงที่เป็นข้างขึ้น ด้านสว่างของดวงจันทร์หันไปทางทิศตะวันตก ดวงจันทร์เคลื่อนจากทิศตะวันตกไปตะวันออกเมื่อเทียบกับดาวที่อยู่นิ่ง ดวงจันทร์จึงจะหันขอบด้านมืดเข้าบังดาว หลังจากนั้นดาวดวงเดิมจะกลับมาปรากฏอีกครั้งที่ขอบด้านสว่าง แต่ถ้าเป็นข้างแรมจะกลับกัน ดังนั้นส่วนใหญ่การสังเกตดวงจันทร์บังดาวจะทำได้ง่ายในช่วงที่เป็นข้างขึ้น เพราะเมื่อการบังเริ่มขึ้น ดาวฤกษ์จะหายวับไปทันทีเบื้องหลังด้านมืดของดวงจันทร์

ปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวอัลเดบารันที่จะเกิดในคืนวันที่ 14 มี.ค. ดวงจันทร์อยู่ในช่วงข้างขึ้นมีพื้นที่สว่างร้อยละ 38 มองเห็นเป็นเสี้ยว ด้านมืดของดวงจันทร์จึงเคลื่อนเข้าบังดาวก่อน ดาวอัลเดบารันเป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาววัว และสว่างเป็นอันดับที่ 13 บนท้องฟ้าเวลากลางคืน นอกจากชื่อดาวตาวัว ไทยเรายังรู้จักดาวอัลเดบารันในอีกชื่อหนึ่งว่า “โรหิณี” ตามอย่างฮินดู ดาวอัลเดบารันเป็นดาวดวงหนึ่งในกลุ่มดาวโรหิณี ซึ่งเป็นหนึ่งใน 27 ดาวนักษัตร ไทยเรียกกลุ่มดาวนี้ว่าดาวจมูกม้า ดาวไม้ค้ำ เกวียน และดาวคางหมู

อัลเดบารัน (Aldebaran) เป็นชื่อจากภาษาอาหรับที่แปลว่า “ผู้ติดตาม” เข้าใจว่าหมายถึงนักล่าที่ติดตามฝูงนก ซึ่งแทนด้วยกระจุกดาวลูกไก่ ดาวอัลเดบารันมีสีส้ม เป็นดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ อายุมาก อยู่ห่างโลกประมาณ 65 ปีแสง ช่วงปี 2558-2561 มีปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวอัลเดบารันเกิดขึ้นทั่วโลกทั้งหมด 49 ครั้ง (นับรวมทุกครั้ง โดยไม่สนใจว่าเห็นได้ที่ใดและเป็นเวลากลางคืนหรือไม่) ปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 มี.ค. 2559 เป็นครั้งแรกที่สามารถสังเกตได้บนท้องฟ้าเวลากลางคืนของประเทศไทย

การบังครั้งนี้สามารถสังเกตได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ยกเว้นภาคใต้ เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 4 ทุ่มเศษ ขณะนั้นดวงจันทร์อยู่ต่ำทางทิศตะวันตก เวลาหัวค่ำ ก่อนการบัง ดาวอัลเดบารันจะปรากฏอยู่ห่างไปทางด้านบนของดวงจันทร์ เมื่อเวลาผ่านไป ดวงจันทร์จะเคลื่อนเข้าใกล้ดาวมากขึ้น พร้อมกับมีมุมเงยลดต่ำลง

ขณะเริ่มบังที่กรุงเทพฯ ดวงจันทร์มีมุมเงย 17 องศา เริ่มบังตามเวลาดังนี้ : กรุงเทพฯ 22.27, ขอนแก่น 22.20, เชียงใหม่ 22.15, นครราชสีมา 22.24, ประจวบคีรีขันธ์ 22.36, อุบลราชธานี 22.23 น. การบังจะสิ้นสุดลงเมื่อดาวอัลเดบารันกลับมาปรากฏทางขอบด้านสว่างของดวงจันทร์ ขณะนั้นดวงจันทร์เคลื่อนต่ำใกล้ขอบฟ้า ที่กรุงเทพฯ ดวงจันทร์มีมุมเงย 9 องศา เวลาสิ้นสุดการบังดังนี้ : กรุงเทพฯ 23.01, ขอนแก่น 23.06, เชียงใหม่ 23.06, นครราชสีมา 23.04, ประจวบคีรีขันธ์ 22.54, อุบลราชธานี 23.06 น. สำหรับจังหวัดอื่นๆ สามารถคาดคะเนเวลาได้จากจังหวัดที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน ส่วนภาคใต้ แม้ไม่เห็นการบัง แต่ก็จะสังเกตได้ว่าดาวอัลเดบารันอยู่ใกล้ขอบด้านทิศใต้ (ซ้ายมือ) ของดวงจันทร์

คืนนั้นดวงจันทร์ควรจะสว่างพอสมควร แต่คาดว่าตาเปล่าอาจพอจะสังเกตเห็นได้ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มบัง การสังเกตจะทำได้ดียิ่งขึ้นเมื่อใช้กล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ที่มีฐานยึดและขาตั้ง ปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวฤกษ์ในลักษณะนี้ทำให้เราเห็นการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์เทียบกับดาวฤกษ์ได้ชัดเจน

ดวงจันทร์บังดาวฤกษ์มีประโยชน์ในการศึกษาการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ รวมถึงสมบัติต่างๆ ของดาวที่ถูกบัง ในอดีต นักดาราศาสตร์สามารถวัดขนาดเชิงมุมของดาวอัลเดบารันได้จากปรากฏการณ์การบัง ซึ่งเมื่อทราบระยะห่างจากโลก ก็ทำให้ทราบขนาดที่แท้จริง

หลังจากครั้งนี้ ดวงจันทร์บังดาวอัลเดบารันที่เห็นได้ในประเทศไทยจะเกิดขึ้นอีกครั้งในเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ย. 2559 โดยเห็นได้เฉพาะภาคเหนือในช่วงที่ท้องฟ้าเริ่มสว่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็อยู่ในพื้นที่ซึ่งสังเกตได้ แต่ช่วงที่เริ่มบัง ท้องฟ้าจะสว่างขึ้นจนอาจกลบแสงของดาวอัลเดบารัน

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (13-20 มี.ค.)

ดาวพุธเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ท้องฟ้าเวลาเช้ามืดจึงเหลือดาวเคราะห์สว่าง 4 ดวง ดาวศุกร์อยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกในทิศทางของกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ แม้จะอยู่ต่ำ แต่ยังพอจะสังเกตได้หากท้องฟ้าเปิด ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู ซึ่งอยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับคนยิงธนู ดาวอังคารอยู่ทางขวามือของดาวเสาร์ สัปดาห์นี้ดาวอังคารจะออกจากกลุ่มดาวคันชั่งเข้าสู่กลุ่มดาวแมงป่อง ดาวอังคารเข้าใกล้โลกมากขึ้น ทำให้มีความสว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต สัปดาห์ที่ผ่านมา ดาวพฤหัสบดีอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และใกล้โลกที่สุดในรอบปี ช่วงนี้จึงยังสังเกตได้ดีตลอดทั้งคืน เริ่มปรากฏตั้งแต่เวลาหัวค่ำทางทิศตะวันออก ผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าในเวลาประมาณเที่ยงคืน แล้วเคลื่อนต่ำลงไปอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกในเวลาเช้ามืด

สัปดาห์นี้เข้าสู่ข้างขึ้น ดวงจันทร์อยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ คืนวันที่ 14 มี.ค. จันทร์เสี้ยวเคลื่อนเข้าบังดาวอัลเดบารันในกลุ่มดาววัว ดวงจันทร์สว่างครึ่งดวงในคืนวันที่ 15 เข้าสู่วันที่ 16 มี.ค. ดวงจันทร์ทำมุมห่างดวงอาทิตย์และมีส่วนสว่างเพิ่มขึ้นทุกวัน ค่ำวันที่ 20 มี.ค. ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวหัวใจสิงห์ในกลุ่มดาวสิงโตที่ระยะห่าง 3 องศา

วันที่ 20 มี.ค. ดวงอาทิตย์โคจรผ่านจุดวสันตวิษุวัต เป็นวันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากซีกฟ้าใต้ขึ้นมายังซีกฟ้าเหนือ ดวงอาทิตย์จะขึ้นตรงทิศตะวันออกและตกตรงทิศตะวันตกพอดี หากโลกไม่มีบรรยากาศ ถือได้ว่าเป็นวันที่กลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน แต่ในความเป็นจริง แสงที่หักเหในบรรยากาศและดวงอาทิตย์ที่ไม่เป็นจุด ยังคงทำให้ซีกโลกเหนือมีระยะเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืนอยู่เล็กน้อย เช่น วันนี้ที่กรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.22 น. ตกเวลา 18.29 น.

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง