
มาร์คศอกกลับกัมพูชา
โพสต์ทูเดย์ — นายกฯ แนะเขมรกลับใจให้สองชาติร่วมขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังจากนายสกอัน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาประกาศชัยชนะ โดยอ้างว่าคณะกรรมการมรดกโลกรับแผนการบริหารจัดการของกัมพูชาแล้ว ว่าต้องไปดูว่าถ้อยคำที่คณะกรรมการมรดกโลกใช้เป็นอย่างไร ซึ่งเขาจะระมัดระวังมาก ไม่ใช้คำว่ารับทราบหรืออะไร
“
แต่จะเป็นการรับทราบการยื่น และเป็นการยื่นต่อสำนักงาน แต่ตัวกรรมการยังไม่ได้มีการพิจารณา ซึ่งการพิจารณาคือมติข้อสุดท้าย คือ ไปพิจารณากันอีกครั้งในปีหน้า” นายกฯ กล่าวทั้งนี้ สำนักข่าวเอพี รายงานคำให้สัมภาษณ์นายสกอัน เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ว่า ยูเนสโกได้รับแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารของเราอย่างเป็นทางการแล้ว ดัง นั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการพูดคุยเจรจา หรือตัดสินลงคะแนนในเรื่องนี้กันอีก
“
ผลการประชุมในครั้งนี้คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของกัมพูชา ชัยชนะที่เรารอคอยมานานแสนนาน” นายสกอัน กล่าวนายกฯ กล่าวด้วยว่า ทางออกที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ คือ การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารร่วมกันของทั้งสองประเทศ
“
การที่ไปขึ้นทะเบียนไว้ในนามประเทศเดียวคือปัญหาพื้นฐาน ทางเลือกที่เราคิดว่าง่ายที่สุด คือ เปลี่ยนเรื่องนี้ให้เป็นการขึ้นทะเบียนร่วมของสองประเทศ ก็จะได้บริหารจัดการด้วยความสบายใจ” นายกฯ กล่าวนายกฯ กล่าวว่า อยากเห็นการเปลี่ยนท่าทีของกัมพูชา คือ ควรจะเลิกคิดว่าจะไปร่วมกับชาติไหนก็ตามแล้วจะสามารถเดินไปได้โดยไม่มาฟังความเห็นจากฝ่ายเรา แล้วคิดว่าจะใช้ตรงนี้รุกคืบเข้ามา ซึ่งไปกระทบกระเทือนกับความขัดแย้งที่มีอยู่ ถ้าเขาทบทวนตรงนี้แล้วเห็นว่าตรงนี้สามารถมาร่วมมือกับเราได้ ก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ให้ยกเลิกบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยู 2543 นั้น เข้าใจว่าคงมีความเข้าใจแตกต่างกัน แต่เอ็มโอยู 2543 มีประโยชน์ต้องใช้เจรจาร่วมกันต่อไป
“
ก็ต้องใช้เอ็มโอยูนี้ให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะบทที่เกี่ยวข้องกับการที่ไม่เข้าไปดำเนินการในพื้นที่นั้น ได้มอบให้กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหมไปหารือ โดยจะเริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้าในการกำหนดแนวทาง” นายกฯ กล่าวนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสั่งกำชับให้อุปทูตไทยประจำกรุงพนมเปญจับตาการเคลื่อนไหวของคนในกัมพูชาอย่างใกล้ชิด หากพบผิดปกติให้รายงานกระทรวงโดยทันที อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในกัมพูชาล่าสุดยังเป็นปกติ







